“เงินน่ะ ผมมีให้คุณได้มากกว่าที่ไอ้ผู้ชายคนใหม่ของคุณมันจะหาให้ได้ทั้งชีวิต แต่สิ่งที่ผมต้องการในวันนี้ คือคำว่า ‘เมีย’ และ ‘ลูก’ ที่ผมจะทวงคืนกลับไปให้ครบ!”
เสียงของคณินดังก้องกังวานไปทั่วโถงโรงแรมหรูที่จัดงานการกุศลงานใหญ่ ท่ามกลางสายตาแขกเหรื่อไฮโซนับร้อยคู่ที่จ้องมองมาเป็นจุดเดียว พิมพ์มาดาหยุดก้าวเดินทันที เธอไม่ได้หันกลับไปหาชายหนุ่มที่ยืนปักหลักอยู่เบื้องหลัง เพียงแต่กระชับกระเป๋าถือในมือแน่นขึ้นจนข้อนิ้วขาวซีด
ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศในชั่วพริบตา ราวกับออกซิเจนในห้องถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น พิมพ์มาดาค่อยๆ หันกลับมา เผยให้เห็นใบหน้าที่นิ่งสงบดุจผิวน้ำ แต่แววตาของเธอนั้นแข็งกร้าวและเย็นเยียบกว่าน้ำแข็งขั้วโลก
“คุณพูดอะไรออกมาคณิน...” เธอถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากทว่าคมกริบพอที่จะเชือดเฉือนความมั่นใจของคนที่กำลังประกาศศักดา “คุณกำลังเมามายในอำนาจเงินหรือว่าเมาความหลงตัวเองกันแน่ ที่นี่ไม่ใช่ห้องทำงานของคุณ ที่จะมาชี้สั่งให้ใครยอมสยบได้ตามใจชอบ”
คณินก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนเหลือเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงประจำตัวของเขายังคงเหมือนเดิม ทว่าในความรู้สึกของพิมพ์มาดามันกลับเป็นกลิ่นของความเจ็บปวดที่เธอไม่ปรารถนาจะสูดดมอีกต่อไป
“ผมไม่ได้เมาพิมพ์ ผมมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนดีที่สุดในรอบสามปี” คณินพ่นลมหายใจร้อนผ่าว ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “เด็กคนนั้น... น้องพีท เขาไม่ได้มีนามสกุลเดียวกับคุณใช่ไหมล่ะ? แต่ใบหน้าของเขา มันฟ้องชัดเจนว่าเขามีเชื้อสายของใครไหลเวียนอยู่ในตัว”
คำพูดนั้นทำเอาคนรอบข้างเริ่มซุบซิบกันอื้ออึง พิมพ์มาดาแค่นยิ้มออกมาโดยไม่มีความรู้สึกขบขันเจือปน เธอไม่แปลกใจที่เขาจะเดาได้ แต่เธอประหลาดใจกับความหน้าไม่อายที่เขากล้าประกาศออกมากลางที่สาธารณะแบบนี้
“แล้วคุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร? ถึงมีสิทธิ์มาทวงสิทธิ์ความเป็นพ่อหลังจากที่คุณเคยขยี้ทิ้งไปเมื่อสามปีก่อน” พิมพ์มาดาก้าวเข้าไปหาเขาบ้าง เธอตัวเล็กกว่าเขามาก แต่ในวินาทีนี้ รัศมีของความเด็ดเดี่ยวทำให้เธอดูสูงส่งกว่าคณินหลายเท่า “ในวันที่ฉันอุ้มท้องเดินไปหาคุณเพื่อขอความเห็นใจ คุณโยนใบหย่าใสหน้าฉันพร้อมบอกว่าอย่าเอาลูกมาเป็นเครื่องมือผูกมัดชีวิตคุณ... วันนี้คุณจำคำพูดนั้นไม่ได้แล้วหรือไง?”
คณินชะงักไปเล็กน้อย ร่องรอยของความสำนึกผิดฉายชัดในแววตา แต่มันก็ถูกกลบด้วยความทะนงตนตามนิสัยเดิม “ผมพลาด ผมยอมรับ แต่ผมจะไม่ยอมให้ความผิดพลาดนั้นมาทำลายอนาคตของลูกเรา พิมพ์... กลับไปกับผมเถอะ ผมจะชดเชยทุกอย่าง จะไม่มีใครมาดูถูกคุณได้อีก”
“ชดเชย?” พิมพ์มาดาทวนคำพร้อมหัวเราะเสียงแผ่ว “คุณเอาอะไรมามั่นใจว่าชีวิตฉันต้องการการชดเชยจากคุณ? ฉันมีทุกอย่างที่ฉันควรจะมี โดยเฉพาะความภูมิใจที่ไม่ได้แลกมาด้วยเงินสกปรกของคุณ”
“แต่ลูกต้องการพ่อ!” คณินโพล่งขึ้นมา เสียงเขาสั่นเครือเล็กน้อยจากอารมณ์ที่พุ่งพล่าน “เด็กคนนั้นต้องการพ่อ ไม่ใช่ชายแปลกหน้าที่ไหนที่ไหนก็ไม่รู้”
“ลูกฉันมีพ่อค่ะ” พิมพ์มาดาตอบกลับทันควัน สายตาเธอไม่ได้หลบเลี่ยง “พ่อของเขาคือคนที่อยู่เคียงข้างฉันในวันที่คุณผลักไส คือคนที่ปาดน้ำตาให้ฉันในวันที่คุณเหยียบย่ำ และคือคนที่รักเขาโดยไม่ต้องถามถึงผลตรวจ DNA ให้เสียเวลาเหมือนคุณ!”
คณินกำหมัดแน่น เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ เขาไม่เคยถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยขนาดนี้มาก่อน ความรู้สึกร้อนรนเหมือนคนกำลังจะจมน้ำตายบีบคั้นหัวใจเขาจนแทบจะขาดรอน
“ผมไม่เชื่อ... พิมพ์มาดา คุณกำลังประชดผม!” เขาพุ่งตัวเข้าไปคว้าข้อมือเธอไว้ ท่ามกลางเสียงหวีดร้องของแขกในงาน
“ปล่อยมือคุณออกไปจากตัวเธอเดี๋ยวนี้ คณิน!”
เสียงที่ดุดันและทรงพลังดังขึ้นจากทางด้านหลัง เป็นจังหวะเดียวกับที่ร่างของชายหนุ่มอีกคนก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างคณินและพิมพ์มาดาไว้ พลธร... ชายหนุ่มที่คณินมองว่าเป็นแค่ ‘ตัวประกอบ’ ในชีวิตของเธอ ยืนเผชิญหน้ากับเขาด้วยสายตาที่ไม่ได้มีความกลัวเกรงแม้แต่น้อย
คณินแสยะยิ้ม “แกไม่มีสิทธิ์มายุ่งเรื่องผัวเมียเขา...”
“เมีย? คุณยังกล้าเรียกเธอว่าเมียอยู่อีกหรือคณิน” พลธรย้อนถาม เสียงเขานิ่งสงบแต่เต็มไปด้วยแรงกดดัน “ในเมื่อคุณเซ็นชื่อลงในเอกสารหย่าด้วยมือของคุณเอง คุณก็เป็นแค่คนแปลกหน้าที่กำลังคุกคามผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้น อย่าให้ผมต้องเรียกการ์ดมาลากตัวคุณออกไปเลย มันจะเสียชื่อเสียงนักธุรกิจผู้ทะนงตนเปล่าๆ”
คณินถอยหลังไปหนึ่งก้าว เขาหันไปมองรอบๆ เห็นสายตาที่มองมาด้วยความสมเพชและตำหนิ จากเดิมที่เขาคิดจะมาประกาศศักดา กลับกลายเป็นเขากำลังทำให้ตัวเองกลายเป็นตัวตลกในสายตาคนทั้งเมือง
พิมพ์มาดาเดินไปยืนข้างพลธร เธอไม่แม้แต่จะมองคณินอีกต่อไป “กลับไปเสียเถอะคณิน ก่อนที่คำว่าอดีตสามีที่ฉันเคยให้เกียรติ จะกลายเป็นแค่คนแปลกหน้าที่ฉันไม่เคยรู้จัก”
คณินยืนนิ่งดุจรูปปั้น ความเจ็บปวดจากการถูกเมินเฉยมันรุนแรงกว่าการถูกชกที่ใบหน้าเป็นไหนๆ เขามองตามร่างของทั้งสองคนที่เดินห่างออกไป พร้อมกับความรู้สึกว่างเปล่าที่กัดกินหัวใจจนลึกถึงขั้ววิญญาณ
แต่ก่อนที่พิมพ์มาดาจะก้าวพ้นประตูห้องจัดงานไป เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของเธอก็ดังขึ้น เธอหยิบขึ้นมาดูด้วยความสงสัย ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนไปทันที มือของเธอสั่นเทาจนแทบจะถือเครื่องไว้ไม่อยู่
ข้อความจากพี่เลี้ยงของน้องพีทเด้งขึ้นมาบนหน้าจอ
*‘คุณพิมพ์คะ... รีบกลับมาด่วนค่ะ! มีคนบุกเข้ามาที่บ้าน บอกว่าเขามีสิทธิ์ในตัวน้องพีทตามกฎหมาย และเขาก็มีเอกสารฉบับหนึ่งอยู่ในมือ... เขาบอกว่าเขามารับลูกชายของเขาค่ะ’*
พิมพ์มาดาหยุดกะทันหัน เธอหันกลับมามองคณินที่ยังยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง คณินไม่ได้เดินตามเธอมา แต่ในมือของเขากลับมีโทรศัพท์ที่กำลังเปิดหน้าจอค้างไว้ เผยให้เห็นภาพถ่ายของเอกสารสำคัญบางอย่างที่ส่งตรงมาถึงเขาเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
เอกสารนั้น... คือคำสั่งศาลที่ระบุสิทธิ์ในการปกครองบุตรชั่วคราว ซึ่งมีชื่อของเขาปรากฏอยู่ในฐานะผู้ร้องขอ!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามเดินทางร่วมกับ "บันทึกคนจร" มาจนถึงบรรทัดนี้ด้วยกันนะครับ
หย่าให้ขาด แล้วอย่ามาขาดใจที่หลัง•ตอนที่ 23
ความจริงที่ไม่อาจซ่อน
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ขาด แล้วอย่ามาขาดใจที่หลัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!