แฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานราคาแพงหูฉี่ถูกปิดลงด้วยความแรงที่มากพอจะทำให้กระดาษปึกหนานั้นสั่นสะท้าน คณินนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะตัวใหญ่ในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบเชียบ ความเงียบที่ครั้งหนึ่งเขาเคยโหยหาเพื่อใช้เป็นเกราะกำบังในการทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับความทะเยอทะยาน แต่วันนี้... ความเงียบงันกลับกลายเป็นกรงขังที่เต็มไปด้วยเสียงสะท้อนจากอดีต เสียงที่เขาเคยเพิกเฉย เสียงของพิมพ์มาดา
"คุณคณินคะ... เอกสารหย่าฉบับนี้ คุณอ่านมันดีหรือยังคะ หรือเซ็นมันเพราะแค่อยากให้ฉันออกไปจากชีวิตคุณเร็วๆ กันแน่"
ประโยคเก่าๆ ย้อนกลับมาหลอนหลอนในห้วงความคิดราวกับแผ่นเสียงตกร่อง ในวันที่เขาผลักไสผู้หญิงคนหนึ่งออกจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย วันนั้นเขามั่นใจเหลือเกินว่าเงินในบัญชีและอำนาจที่มีสามารถทดแทนทุกสิ่งได้ เขามองว่าความรักความใส่ใจเป็นเรื่องไร้สาระของคนอ่อนแอ คณินเคยเชื่อมั่นว่าการไม่มีพิมพ์มาดาเกะกะสายตา จะทำให้ชีวิตอิสระและรุ่งโรจน์ถึงขีดสุด
ทว่าความจริงในยามที่เขาเหลือตัวคนเดียว มันกลับว่างเปล่าจนน่าสะพรึงกลัว
ชายหนุ่มเลื่อนมือไปสัมผัสกรอบรูปใบเล็กที่คว่ำไว้บนโต๊ะมาช้านาน เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพลิกมันขึ้นมา ภาพของพิมพ์มาดาในวันแต่งงาน รอยยิ้มของเธอในวันนั้นไม่ได้สดใสเต็มที่นัก มันเป็นรอยยิ้มของผู้หญิงที่พยายามประคับประคองความสัมพันธ์ด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าความจริงใจจะเอาชนะความเย็นชาของสามีได้ แต่เขากลับเหยียบย่ำความหวังนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งในวันที่เธอเดินจากไป... เธอไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย เธอแค่เดินหันหลังให้ด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ซึ่งมันบาดลึกยิ่งกว่าคำด่าทอใดๆ เสียอีก
ก๊อกๆๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่เลขานุการส่วนตัวจะก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเกรงอกเกรงใจ พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือ
"ท่านประธานครับ... เอกสารสรุปผลประกอบการไตรมาสนี้ครับ แล้วก็... มีจดหมายส่งถึงคุณโดยตรง ไม่มีชื่อผู้ส่งครับ"
คณินขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาผายมือไล่ให้เลขาออกไปก่อนจะหยิบซองเอกสารปริศนานั้นขึ้นมาพิจารณา ลายมือที่จ่าหน้าซองเป็นลายมือบรรจงที่คุ้นตาอย่างประหลาด หัวใจของนักธุรกิจหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครกลับกระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ
เมื่อเรียวนิ้วแกร่งฉีกซองออก สิ่งที่ร่วงหล่นลงมาบนโต๊ะไม่ใช่เอกสารทางธุรกิจ แต่เป็นภาพถ่ายใบเล็กและกระดาษโน้ตแผ่นสั้นๆ
คณินหยิบภาพถ่ายขึ้นมาดู หัวใจของเขากระSอและหยุดเต้นไปชั่วขณะ
ในภาพคือเด็กชายตัวน้อยวัยราวๆ สามขวบ กำลังหัวเราะร่าเริงขณะวิ่งเล่นอยู่ในสวนสาธารณะ ใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นถอดแบบมาจากตัวเขาในวัยเด็กราวกับพิมพ์เดียวกัน ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ของตระกูล... มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ตบหน้าเขาอย่างแรงว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาไม่ได้สูญเสียแค่อดีตภรรยา แต่เขายังผลักไสสายเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองออกไปจากชีวิตด้วยความโง่เขลา
มือของคณินสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาก้มลงอ่านข้อความสั้นๆ บนกระดาษโน้ตที่เขียนด้วยลายมือของพิมพ์มาดา
*"คุณเคยถามว่าฉันทนอยู่กับคนใจร้ายอย่างคุณไปทำไม... วันนี้ฉันไม่ต้องทนอีกแล้ว และหวังว่าคุณจะมีความสุขในความว่างเปล่าที่คุณเป็นคนเลือกเอง... ลาก่อน คณิน"*
ความเจ็บปวดพวยพุ่งขึ้นมาจุกอก แน่นจนแทบหายใจไม่ออก น้ำลูกผู้ชายรื้นขึ้นที่ขอบตาอย่างน่าสมเพช ความร่ำรวย อำนาจ และชื่อเสียงที่เขากอบโกยมาได้ มันไม่มีความหมายอะไรเลยในวินาทีที่เขารู้ตัวว่า... เขากำลังจะสูญเสียทุกอย่างไปตลอดกาลจริงๆ
คณินลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ แรงอารมณ์บางอย่างผลักดันให้เขาต้องตามหาพวกเขาให้พบ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวเท้าออกจากห้องทำงาน เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็แผדเสียงแหลมขึ้นมาขัดจังหวะ ชายหนุ่มชะงัก เหลือบมองหน้าจอที่ปรากฏเบอร์แปลกปลอม แต่ด้วยความสังหรณ์ใจบางอย่างทำให้เขากดรับสายทันที
"สวัสดีครับ..." คณินกรอกเสียงลงไป
ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะมีเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาเอ่ยสวนกลับมาทำเอาเลือดในกายเย็นเฉียบ
"คุณกำลังตามหาอดีตภรรยาและลูกของคุณอยู่ใช่ไหมครับคุณคณิน... น่าเสียดายนะ ที่ตอนนี้พวกเขากำลังจะเดินทางไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในต่างประเทศกับผู้ชายคนอื่น... และอีกไม่ถึงชั่วโมง เครื่องบินกำลังจะเทคออฟแล้วล่ะครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ดื่มด่ำความเจ็บปวด และสนับสนุนผลงานของ "บันทึกคนจร" เสมอมานะครับ
หย่าให้ขาด แล้วอย่ามาขาดใจที่หลัง•ตอนที่ 13
รอยร้าวในใจคนใจร้าย
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ขาด แล้วอย่ามาขาดใจที่หลัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!