“คุณกำลังเข้าใจผิดเรื่องสัญญาฉบับนี้ หรือว่าคุณกำลังพยายามจะเล่นเกมกับผมกันแน่ พิมพ์มาดา?”
เสียงทุ้มต่ำของคณินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องรับรองสุดหรูของโรงแรมระดับห้าดาว เขาไม่ได้ตวาด แต่แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดราคาสูงลิ่วนั้น บีบคั้นจนอากาศรอบข้างดูจะเบาบางลง พิมพ์มาดาเงยหน้าขึ้นจากเอกสารในมือ ดวงตาคมสวยคู่เดิมที่เคยฉายแววอ่อนแสงยามมองเขา บัดนี้กลับนิ่งสงบดุจผิวน้ำที่ไม่มีวันสั่นไหวด้วยแรงลมจากอดีต
เธอวางปากกาสีเงินลงบนโต๊ะไม้ราคาแพง เสียงโลหะกระทบพื้นผิวไม้ดัง ‘กริ๊ก’ เบาๆ ทว่ากลับหนักแน่นในความรู้สึกของคนฟัง เธอเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตสามีด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา
“เกมหรือคะ?” พิมพ์มาดาทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบจนคณินต้องขมวดคิ้ว “คุณคณินคะ สำหรับฉัน เกมที่ต้องเอาชีวิตและความรู้สึกไปวางเดิมพัน มันจบลงตั้งแต่วันที่ฉันเดินออกจากบ้านหลังนั้นแล้วค่ะ สัญญาฉบับนี้คือสิ่งที่คุณต้องได้รับ... ในฐานะที่ฉันเป็นหุ้นส่วน ไม่ใช่ในฐานะ ‘ภรรยาเก่า’ ที่คุณจะมาชี้นิ้วสั่งเหมือนเมื่อก่อนได้อีก”
คณินชะงักไปครู่หนึ่ง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของผู้หญิงตรงหน้ายังคงเป็นกลิ่นเดียวกับที่เขาเคยคุ้นเคย แต่ทว่าท่วงท่าและแววตาที่ไร้ซึ่งความอาลัยอาวาสนั้น กลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ต่อหน้าคนแปลกหน้าที่เขายังไม่เคยทำความรู้จักจริงๆ
เขาสาวเท้าก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ เขาพยายามมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น เพื่อค้นหาความเจ็บปวด หรือร่องรอยของความโหยหาที่เขาเคยได้รับมาตลอดสามปีที่แต่งงานกัน แต่สิ่งที่เขาพบกลับมีเพียงความว่างเปล่าที่เย็นเยียบ
“เปลี่ยนไปมากนะ” เขาเอ่ยขึ้นแผ่วเบา คล้ายรำพึงกับตัวเอง “ความมั่นใจแบบนี้... คุณไม่เคยมีให้ผมเห็น”
“ชีวิตคนเราต้องก้าวไปข้างหน้าค่ะ ถ้ามัวแต่จมปลักกับความหลังหรือความผิดพลาดของคนอื่น ฉันคงไม่มาถึงจุดนี้” พิมพ์มาดาตอบกลับทันควัน ก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูง “ถ้าคุณไม่มีอะไรจะแก้ในสัญญานี้แล้ว ก็ช่วยเซ็นให้เรียบร้อยด้วยค่ะ ฉันมีธุระที่ต้องไปต่อ”
คณินไม่ได้ขยับตัวตามสัญชาตญาณของการเป็นนักธุรกิจผู้ควบคุมเกม เขาปล่อยให้พิมพ์มาดาเดินเลี่ยงออกไปจากห้องโดยไม่ได้ขัดขวาง สายตาของเขาจดจ้องแผ่นหลังที่เหยียดตรงนั้นด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้—มันคือความหงุดหงิดที่ปนเปไปกับความโหยหาอย่างประหลาดที่เขาไม่อาจนิยามได้
เขาก้าวเดินตามออกมาโดยไม่รู้ตัว กลิ่นน้ำหอมจางๆ พาเขามาถึงบริเวณโถงต้อนรับของโรงแรม พิมพ์มาดากำลังหยุดยืนอยู่หน้าประตูทางออก ในมือถือโทรศัพท์เครื่องบาง เธอกำลังพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนจนคณินต้องชะงักเท้า
“ค่ะคนเก่ง... แม่กำลังจะกลับไปหาแล้วนะ วันนี้อยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมครับ?”
น้ำเสียงนั้น... ความอ่อนโยนที่เขาไม่เคยได้รับมาเนิ่นนาน ทำเอาหัวใจของคณินเต้นแรงอย่างไม่มีสาเหตุ เขาพยายามจะเดินเข้าไปใกล้เพื่อให้เห็นใบหน้าของคู่สนทนาที่ปลายสาย แต่ในจังหวะนั้นเอง ประตูหน้าโรงแรมก็เปิดออก
เด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบในชุดเอี๊ยมสีน้ำเงินวิ่งถลาเข้ามาในโถงต้อนรับ ทันทีที่เห็นร่างของหญิงสาว เด็กน้อยก็ฉีกยิ้มกว้างจนตาปิด
“มัมมี่!”
ร่างเล็กวิ่งไปกอดขาของพิมพ์มาดาอย่างออดอ้อน พิมพ์มาดาย่อตัวลงอุ้มเด็กน้อยขึ้นแนบอก รอยยิ้มที่เธอให้กับลูกชายนั้นช่างเจิดจ้าและเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก... เป็นรอยยิ้มที่คณินไม่เคยได้รับ แม้แต่ในวันที่เขาเป็นสามีของเธอ
คณินหยุดยืนอยู่หลังเสาต้นใหญ่ ลมหายใจของเขาเริ่มสะดุด เมื่อเด็กน้อยในอ้อมกอดของพิมพ์มาดาหันหน้าออกมาทางเขา ใบหน้าจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโต และจมูกรั้นเล็กๆ นั้น... มันช่างเหมือนกับภาพถ่ายในวัยเด็กของเขาอย่างกับแกะ!
ความทรงจำในอดีตเริ่มย้อนกลับมาเหมือนภาพยนตร์ที่ฉายวนซ้ำ—วันที่เธอพยายามบอกเขาเรื่องบางอย่าง แต่เขาเลือกที่จะหันหลังให้เพราะความทะนงตน—วันนั้นเธอดูแตกสลายแค่ไหน แล้ววันนี้... เด็กคนนี้คือใคร?
พิมพ์มาดาหันหลังเตรียมจะเดินจากไป เธอไม่ได้สังเกตเห็นว่าคณินยืนอยู่ตรงนั้น แต่ตัวคณินเองกลับรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน มือหนาสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นภาพผู้หญิงที่เขาเคยทอดทิ้ง กำลังอุ้มเด็กชายที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยนเดินหายออกไปสู่แสงแดดด้านนอก
เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความคิดที่ว่า ‘เงินซื้อได้ทุกอย่าง’ พลันพังทลายลงในวินาทีนั้น เมื่อเขารู้สึกว่าหัวใจที่เคยว่างเปล่ากลับถูกบีบคั้นด้วยความจริงที่เขาอาจจะเพิกเฉยมาตลอด
*‘เด็กคนนั้น... ถ้าเขาเป็นลูกของฉัน... แล้วที่ผ่านมา ฉันทำอะไรลงไป?’*
เขารีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา กดโทรออกหาเลขาคนสนิทด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าและสั่นเครือจนน่าตกใจ
“ตามสืบเรื่องของพิมพ์มาดา... เอาให้ละเอียดที่สุด โดยเฉพาะเรื่องลูก... ผมต้องการรู้เดี๋ยวนี้!”
คณินทรุดตัวลงพิงเสา สายตายังคงจับจ้องไปที่ประตูโรงแรมที่ปิดสนิท ราวกับว่าหากเขามองนานพอ คำตอบที่เจ็บปวดจะปรากฏขึ้นมาตรงหน้า แต่ทว่าก่อนที่เขาจะได้ตั้งสติ... เสียงข้อความในโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นไฟล์ภาพที่ถูกส่งมาจากนักสืบเอกชนที่เขาเคยจ้างไว้เมื่อหลายเดือนก่อน
ภาพถ่ายในจอคือใบหน้าของเด็กชายคนเดิม พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาเลือดในกายของเขาราวกับจะกลายเป็นน้ำแข็ง:
“ผลตรวจ DNA ล่าสุด... ตรงกัน 99.9% ครับ”
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ดื่มด่ำความเจ็บปวด และสนับสนุนผลงานของ "บันทึกคนจร" เสมอมานะครับ
หย่าให้ขาด แล้วอย่ามาขาดใจที่หลัง•ตอนที่ 8
สายตาที่คุ้นเคย
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ขาด แล้วอย่ามาขาดใจที่หลัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!