กระดาษแผ่นเล็กๆ ในซองสีขาวนวลใบนั้น มีน้ำหนักเบากว่าขนนกเสียด้วยซ้ำ แต่มันกลับถ่วงรั้งหัวใจของคณินให้ดำดิ่งลงสู่ก้นบึ้งแห่งความมืดมิดอย่างไร้ก้นบึง
ห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงบในยามวิกาล บัดนี้กลับอัดแน่นไปด้วยไอความกดดันที่เขาสร้างขึ้นมาเอง ปลาย นิ้วเรียวยาวที่ผ่านการเซ็นเอกสารมูลค่าหลายร้อยล้านมานับไม่ถ้วน กำลังสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ ขณะที่ดวงตาคู่คมกริบกวาดอ่านตัวหนังสือบรรทัดสุดท้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่ประจักษ์แก่สายตา
*“ผลการตรวจ DNA: ความน่าจะเป็นในการเป็นพ่อ-ลูก 99.99%”*
ตัวเลขสี่หลักนั้นกรีดลึกลงไปในเนื้อเยื่อหัวใจของชายหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน คณินหลับตาลงช้าๆ ภาพเหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับมาทับซ้อนราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก วันที่พิมพ์มาดายื่นใบหย่าให้ด้วยแววตาที่ตายด้าน วันที่เธอเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองสมบัติหรือเงินทองสักบาทเดียว และวันที่เขาเคยโง่เขลาเอ่ยปากดูถูกเหยียดหยามเธอด้วยถ้อยคำอันแสนเจ็บปวด ว่าเด็กในท้องอาจจะไม่ใช่สายเลือดของเขาด้วยซ้ำ
บัดนี้ กรรมตามสนองแล้ว… และมันสนองกลับมาในรูปแบบของคมมีดที่เฉือนเนื้อตัวเองอย่างช้าๆ
"ผมมันโง่..." เสียงทุ้มต่ำพึมพำกับความว่างเปล่า หยาดเหงื่อกาฬผุดพรายบนขมับ ทั้งที่เครื่องปรับอากาศในห้องทำงานกำลังทำงานอย่างเต็มกำลัง ความเย็นยะเยือกไม่ได้มาจากอุณหภูมิภายนอก แต่มันแผ่ซ่านมาจากความจริงที่ว่า เขากำลังสูญเสียครอบครัวที่แท้จริงไป ด้วยน้ำมือของความเย่อหยิ่งของตนเอง
ในขณะเดียวกัน ที่อพาร์ตเมนต์ขนาดกะทัดรัดแต่สะอาดสะอ้านย่านชานเมือง พิมพ์มาดากำลังยืนมองลูกชายตัวน้อยที่กำลังหลับสนิทอยู่บนเตียงนอน มือเรียวบางลูบกลุ่มผมนุ่มนิ่มของน้องพีทอย่างทะนุถนอม ดวงตาคู่สวยที่ผ่านมรสุมชีวิตมาอย่างโชกโชนฉายแววเด็ดเดี่ยวและมั่นคง เธอไม่ใช่พิมพ์มาดาคนเดิมที่ยอมให้ใครมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีได้อีกต่อไปแล้ว การสร้างชีวิตใหม่ให้ลูกชายวัยสามขวบไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มันก็คุ้มค่าทุกหยาดเหงื่อ เมื่อแลกกับการไม่ต้องทนอยู่ใต้เงาของสามีผู้ไร้หัวใจ
เสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้นสามครั้ง ทำลายความเงียบยามดึก พิมพ์มาดาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ใครกันที่จะมาหาเธอในยามวิกาลเช่นนี้?
เธอก้าวเดินไปที่ประตูอย่างระแวดระวัง ก่อนจะบิดกลอนเปิดออกครึ่งหนึ่ง และภาพของคนที่ยืนอยู่เบื้อง Lก็ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก
คณิน... อดีตสามีผู้เย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้สภาพของเขาช่างแตกต่างจากชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงธุรกิจอย่างสิ้นเชิง เนคไทถูกปลดออกอย่างไร้ระเบียบ เสื้อเชิ้ตยับย่น และที่สำคัญที่สุดคือแววตาคู่นั้น... แววตาที่กำลังสั่นไหวและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวลึกที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
"คุณมาทำไมที่นี่ ดึกดื่นแบบนี้" พิมพ์มาดากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชา ไร้ซึ่งความหวาดกลัว หญิงสาวใช้ร่างกายของตนเองขวางประตูไว้ครึ่งหนึ่ง ไม่ยอมเปิดต้อนรับผู้มาเยือน
คณินมองอดีตภรรยาด้วยความรู้สึกที่จุกแน่นอยู่ในลำคอ คำพูดนับร้อยที่ซ้อมมาตลอดทางราวกับมลายหายสิ้น เหลือเพียงความจริงที่บีบคั้นหัวใจจนแทบแหลกสลาย ชายหนุ่มยกซองเอกสารสีขาวในมือขึ้นช้าๆ
"ผมรู้ความจริงแล้ว..." เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด "เรื่องน้องพีท... ทำไมคุณถึงใจร้ายกับผมนัก พิมพ์ ทำไมถึงปิดบังเรื่องนี้จากผม"
พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาจนคณินต้องสะท้าน "ใจร้ายงั้นเหรอ? คุณกำลังพูดถึงใครอยู่หรือคะคุณคณิน คนที่ไล่ฉันออกจากบ้านทั้งที่กำลังตั้งท้อง หรือคนที่เคยบอกว่าเด็กคนนี้อาจจะไม่ใช่ลูกของคุณกันแน่?"
ถ้อยคำเชือดเฉือนนั้นคมกริบเสียยิ่งกว่าใบมีด คณินก้าวเข้าไปใกล้จะคว้ามือเธอ แต่พิมพ์มาดากลับถอยหลังหลบอย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งสายตารังเกียจเดียดฉันท์มาให้ ซึ่งนั่นยิ่งทำให้หัวใจของเขาเจ็บปวดราวกับถูกไฟแผดเผา
"ผมขอโทษ... พิมพ์ ผมยอมรับว่าผมมันโง่เง่า ผมมันตาบอด ให้โอกาสผมได้แก้ตัว ได้ทำหน้าที่พ่อเถอะนะ" คณินเอ่ยเสียงสั่น พยายามก้าวล้ำเข้ามาในห้อง
"สายไปแล้วครับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลังของคณิน ทำให้ชายหนุ่มต้องชะงักและหันกลับไปมองด้วยความตกใจ
ร่างสูงโปรดของ 'ภาคิน' นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงคู่แข่งทางธุรกิจและเป็นคนที่คอยช่วยเหลือพิมพ์มาดามาตลอด ก้าวออกมาจากมุมมืดของทางเดิน
ในมือของภาคินถือกระเป๋าเดินทางใบน้อยของน้องพีท ดวงตาคมกราบกรานมองคณินด้วยรอยเย้ยหยันอันสุขุม "คนที่เคยผลักไสเขาออกไปในวันที่ลำบากที่สุด ไม่คู่ควรแม้แต่จะยืนอยู่ตรงนี้เพื่อทวงสิทธิ์ความเป็นพ่อหรอกครับ คุณคณิน"
คณินกำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความหึงหวงและความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุดเมื่อเห็นชายอื่นยืนเคียงข้างอดีตภรรยาในยามวิกาลเช่นนี้ "เรื่องนี้มันเรื่องของครอบครัวผม แกไม่มีสิทธิ์มายุ่ง!"
"ครอบครัว?" พิมพ์มาดาย้อนถามด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ดวงตาคู่สวยจ้องมองตรงเข้าไปในดวงตาของอดีตสามี "คำนี้มันมีค่าเกินไปสำหรับคนที่เคยเหยียบย่ำเราสองคนแม่ลูกนะคณิน และคุณควรจำใส่ใจไว้ว่า..."
หญิงสาวเว้นจังหวะเล็กน้อย ปลดปล่อยสายตาที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและไร้เยื่อใยออกมาอย่างเต็มเปี่ยม
"ต่อให้คุณจะมีอำนาจล้นฟ้า หรือมีเงินซื้อได้ทั้งโลก... แต่คุณไม่มีทางซื้อความรักและความไว้ใจจากลูกชายของฉันได้อีกตลอดกาล!"
สิ้นคำพูดนั้น พิมพ์มาดาก็ปิดประตูกระแทกใส่หน้าคณินอย่างแรง ทิ้งให้อดีตสามียืนแข็งค้างอยู่หน้าห้องท่ามกลางความมืดมิดและความเงียบงันที่กัดกินขั้วหัวใจ
แต่ทว่า ในขณะที่คณินกำลังจะหันหลังกลับด้วยความสิ้นหวัง เสียงฝีเท้าเล็กๆ พร้อมกับเสียงทักอันไร้เดียงสาก็ดังขึ้นมาจากสุดทางเดินของอพาร์ตเมนต์...
"คุณลุงเสื้อสูทคนนั้น... ร้องไห้ทำไมเหรอครับแม่?"
คณินตัวแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อม เมื่อเขาค่อยๆ หันกลับไปมองตามเสียงนั้น และพบกับดวงตากลมโตคู่ใสที่ถอดแบบมาจากพิมพ์มาดารวมถึงตัวเขาเองอย่างไร้ที่ติ กำลังยืนมองเขาด้วยความสงสัยใสซื่ออยู่เบื้องหน้า โดยมีพิมพ์มาดากำลังยืนช็อกอยู่ข้างกายและพยายามดึงตัวเด็กชายไว้!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "บันทึกคนจร" เสมอมานะครับ
หย่าให้ขาด แล้วอย่ามาขาดใจที่หลัง•ตอนที่ 17
เลือดในกายที่พิสูจน์ได้
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ขาด แล้วอย่ามาขาดใจที่หลัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!