เสียงเบรกของรถยนต์ที่ลากยาวเสียดสีกับพื้นถนนดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับเสียงกรีดร้องของความตายที่ไม่มีใครอยากได้ยิน
มันไม่ใช่เสียงที่เกิดขึ้นในจินตนาการ แต่มันคือความเป็นจริงที่กำลังพรากวิญญาณออกจากร่างของพิมพ์มาดา ในวินาทีที่ดวงตากลมโตของลูกชายวัยสามขวบ หายลับไปหลังร่างของรถบรรทุกสิบล้อคันใหญ่ที่ฝ่าสัญญาณไฟจราจร
"น้องพีท!"
เสียงกรีดร้องของคนเป็นแม่ดังลั่นทะลุทะลวงความอลหม่านกลางแยกไฟแดงใจกลางเมือง มันเป็นเสียงที่กลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจที่แตกสลาย ร่างบางของพิมพ์มาดาทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นคอนกรีตร้อนระอุ หัวเข่ากระแทกเข้ากับพื้นจนเลือดซึม แต่เธอไม่รู้สึกเจ็บปวดแม้แต่น้อย ความเจ็บปวดทั้งหมดในร่างกายถูกแทนที่ด้วยความกลัว... ความกลัวที่ว่าโลกใบนี้กำลังจะพังทลายลงต่อหน้าต่อตา
ท่ามกลางความโกลาหลและเสียงผู้คนที่วิ่งกรูเข้ามามุง ร่างสูงโปรดในชุดสูทราคาแพงของคณินที่เพิ่งก้าวลงมาจากรถคันข้างๆ กลับเคลื่อนไหวเร็วกว่าใคร
ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง เย็นชา และมองโลกด้วยความเหยียดยศ บัดนี้เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก สัญชาตญาณบางอย่างที่เขาไม่เคยรู้ว่ามันมีอยู่จริงในตัวผู้ชายที่เห็นแก่ตัวอย่างเขา ถูกกระชากขึ้นมาทำงานอย่างบ้าคลั่ง เมื่อเงาร่างเล็กๆ ที่นอนคว่ำหน้าอยู่ใกล้ล้อรถบรรทุกคันนั้น คือเด็กชายผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับเขาในวัยเด็กราวกับพิมพ์เดียวกัน
"ถอยไป!" คณินคำรามเสียงก้องด้วยความเกรี้ยวกราด มือหนาผลักคนที่ขวางทางออกอย่างไร้ความปรานี เขาวิ่ฝ่าฝุ่นควันและกลิ่นยางไหม้เข้าไปหาร่างเล็กที่นอนแน่นิ่งไร้การเคลื่อนไหว
"คุณคณิน! อย่าเข้าไปครับ มันอันตราย น้ำมันรั่วอยู่!" บอดี้เกิร์ดส่วนตัววิ่งตามมาตะโกนห้ามปราม แต่สายตาของคณินในตอนนี้... มันไม่ใช่สายตาของนักธุรกิจผู้รักตัวกลัวตายอีกต่อไป
พิมพ์มาดารวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายคลานเข้าไปหาร่างของลูก น้ำตารินไหลอาบแก้มจนมองแทบไม่เห็นทาง หัวใจของเธอเต้นรัวระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ปากพร่ำเรียกชื่อลูกชายซ้ำๆ อย่างคนเสียสติ "น้องพีท... ลูกแม่... อย่าเป็นอะไรนะ ลูกได้ยินแม่ไหม... น้องพีท!"
แต่ยังไม่ทันที่พิมพ์มาดาจะเอื้อมมือไปถึงตัวลูกชาย ร่างของรถบรรทุกคันใหญ่คันนั้นก็ขยับตัวด้วยแรงสั่นสะเทือน เครื่องยนต์ดีเซลคำรามต่ำพร้อมกับล้อเหล็กมหึมาที่เริ่มหมุนวนอีกครั้งเพื่อถอยหลังหนีความผิด!
"ระวัง!"
เสียงใครบางคนตะโกนขึ้น แต่ทุกอย่างช้าเกินกว่าจะตั้งตัว ตัวรถกำลังจะทับร่างเล็กๆ ของน้องพีทที่นอนหมดสติอยู่ใต้ท้องรถ
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง คณินไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย เขาทิ้งมาดประธานบริษัทผู้ทรงอำนาจ พุ่งตัวเข้าไปสไลด์ไปกับพื้นคอนกรีตอย่างไม่กลัวตาย มือทั้งสองข้างคว้าตัวน้องพีทเข้าแนบอก แล้วใช้แผ่นหลังของตัวเองรับแรงกระแทกจากท่อนเหล็กส่วนท้ายของรถบรรทุกที่เหวี่ยงลงมาพอดี!
*โครม!*
เสียงเหล็กกระทบเข้ากับกระดูกสันหลังดังสนั่นหวั่นไหว เลือดสีแดงสดพุ่งทะลักออกจากปากของคณินทันที ร่างของเขากระเด็นไปตามแรงกระแทกพร้อมกับร่างเล็กในอ้อมแขนที่เขาปกป้องไว้ด้วยชีวิต ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ราวกับกาลเวลาถูกหยุดไว้ด้วยความตกตะลึงของผู้คนที่พบเห็น
"คุณคณิน!" พิมพ์มาดากรีดร้องสุดเสียงเมื่อเห็นภาพนั้น เธอพุ่งเข้ามาประคองร่างของอดีสามีและลูกชายสลับกัน มือเรียวสั่นเทาจนแทบจับอะไรไม่ได้ เลือดสีแดงฉานเปรอะเปื้อนเสื้อสูทราคาแพงและมือของเธอเต็มไปหมด
คณินนอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้นถนน ดวงตาคมปลาบที่เคยใช้มองเธอด้วยความเย็นชาและดูแคลน บัดนี้กลับอ่อนแสงลงอย่างน่าใจหาย ลมหายใจของเขาติดขัดและแผ่วเบาลงทุกที แต่แขนแกร่งทั้งสองข้างยังคงกอดรัดร่างของน้องพีทไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว
"พีท... ลูก..." เสียงของคณินแหบพร่า เลือดไหลซึมออกจากมุมปาก "ปลอดภัย... ใช่ไหม..."
พิมพ์มาดาปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายฟ้าดิน เธอใช้มือข้างหนึ่งประคองศีรษะของอดีตสามีที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อชีวิตของลูกชาย มืออีกข้างกุมมือน้อยๆ ของลูกที่เริ่มส่งเสียงร้องไห้ออกมาเบาๆ แสดงว่ายังมีลมหายใจ
"ทำไมคุณต้องทำแบบนี้... ทำไมถึงบ้าขนาดนี้!" พิมพ์มาดาตัดพ้อทั้งน้ำตา หัวใจที่เคยแข็งกระด้างและปิดตายใส่เขามาตลอด กลับถูกค้อนแห่งความจริงทุบจนแหลละเอียดคามือ ภาพของผู้ชายใจร้าย เย็นชา และเห็นแก่ตัวในอดีตซ้อนทับกับฮีโร่เลือดโชกที่นอนอยู่ตรงหน้า
"เพราะ... เพราะเด็กคนนี้... คือเลือดเนื้อเชื้อไขของผม..." คณินฝืนยิ้มทั้งที่ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง กระดูกซี่โครงหักน่าจะทิ่มปอด ทำให้การหายใจแต่ละครั้งทรมานราวกับตกนรกทั้งเป็น "และ... เพราะคุณ... คือผู้หญิงคนเดียวที่ผม... ไม่เคยอยากเสียไป..."
ดวงตาของคณินเริ่มพร่ามัว สติสัมปชัญญะค่อยๆ ดับวูบลงท่ามกลางเสียงไซเรนของรถพยาบาลที่ดังแว่วมาแต่ไกล
พิมพ์มาดานั่งทรุดอยู่ท่ามกลางกองเลือดและเศษซากความพินาศ น้ำตารินไหลอาบแก้มไม่ขาดสาย ความแค้น ความชิงชัง และความเจ็บปวดในอดีต มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความจริงอันโหดร้ายที่ว่า... คนที่เธอกำลังจะผลักไสออกจากชีวิตไปตลอดกาล กำลังนอนหายใจรวยรินเพื่อปกป้องสายเลือดของพวกเขาด้วยชีวิต
ในวินาทีที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังวิ่งเข้ามาล้อมรอบตัวพวกเขาเพื่อนำตัวส่งโรงพยาบาล พิมพ์มาดาก็ก้มลงกระซิบข้างหูของชายหนุ่มที่กำลังจะหมดสติ
"อย่าตายนะ... ถ้าคุณรอดมาได้ ฉันจะบอกความลับบางอย่างที่คุณไม่มีวันคาดคิด..."
คณินพยายามจะลืมตาขึ้นฟัง แต่ความมืดมิดกลับกลืนกินเขากลืนหายไปเสียก่อน
ทว่า... ในความโกลาหลของการปฐมพยาบาลเร่งด่วน ทีมแพทย์กู้ชีพที่เข้ามาเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุเพื่อนำตัวเด็กและคนเจ็บส่งโรงพยาบาล ได้ก้มลงเก็บกระเป๋าเอกสารหนังราคาแพงของคณินที่กระเด็นตกลงไปในพงหญ้าข้างทาง และเมื่อกระเป๋าเปิดออกด้วยแรงกระแทก เอกสารแผ่นสำคัญที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในซองพลาสติกใสก็ร่วงหล่นลงมาบนพื้นคอนกรีต...
มันคือซองผลตรวจ DNA ฉบับจริง ระหว่าง "คณิน" และ "น้องพีท" ที่ถูกระบุผลยืนยันไว้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง... และเอกสารฉบับนั้น กำลังจะเปลี่ยนเกมชีวิตของพวกเขาทั้งหมดไปตลอดกาล
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ดื่มด่ำความเจ็บปวด และสนับสนุนผลงานของ "บันทึกคนจร" เสมอมานะครับ
หย่าให้ขาด แล้วอย่ามาขาดใจที่หลัง•ตอนที่ 16
วินาทีความเป็นความตาย
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ขาด แล้วอย่ามาขาดใจที่หลัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!