หย่าให้ขาด แล้วอย่ามาขาดใจที่หลัง•ตอนที่ 2

ทางใครทางมัน

ผลงานโดย บันทึกคนจร
ปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงจรดลงบนกระดาษแผ่นสุดท้ายอย่างไม่ลังเล เสียงตวัดเส้นสายอักษรคมกริบราวกับเสียงตัดขาดเยื่อใยเจ็ดปีที่เคยมีร่วมกัน คณินวางปากการาฟฟาเอลลงบนโต๊ะไม้สักทองด้วยความมั่นใจ จังหวะการหายใจของเขาไม่มีความสั่นไหวแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู สำหรับเขาแล้ว ใบหย่าแผ่นนี้ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่มันคือใบอนุญาตให้เขาเป็นอิสระจากภาระที่น่ารำคาญใจ ภาระที่ชื่อว่า "พิมพ์มาดา" "ผมเซ็นให้คุณแล้วนะพิมพ์มาดา หวังว่าคุณจะเลิกเล่นละครเรียกร้องความสนใจเสียที" คณินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความอาทร ไร้แม้แต่เศษเสี้ยวของเยื่อใย เขากวาดสายตามองอดีตภรรยาด้วยความสมเพชระคนรำคาญใจ "ทรัพย์สินส่วนตัวของผม และหุ้นในบริษัท... ไม่มีทางที่คุณจะได้มันไปแม้แต่บาทเดียว ตามพินัยกรรมและข้อตกลงก่อนแต่ง คุณได้เงินก้อนนั้นไปตั้งตัว มันก็น่าจะมากพอสำหรับผู้หญิงที่ไม่มีต้นทุนอะไรในชีวิตอย่างคุณแล้ว" พิมพ์มาดานั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะรับแขก ใบหน้านั้นไม่ได้อาบไล้ด้วยคราบน้ำตาอย่างที่เขาคาดการณ์ไว้ ไม่มีเสียงสะอื้นไห้คร่ำครวญ ไม่มีแม้กระทั่งมือที่สั่นเทาขณะเอื้อมไปหยิบเอกสารสำคัญแผ่นนั้นขึ้นมาพิจารณา ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่เคยฉายแววอ่อนแสงและยอมจำนนต่อเขาเสมอ บัดนี้กลับเรียบนิ่งสนิท ราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ยากจะหยั่งถึง มีเพียงประกายความเย็นชาที่สะท้อนกลับมา จนคณินเผลอขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรู้สึกหงุดหงิดอย่างประหลาด ทำไมเธอถึงไม่ร้องไห้? ทำไมเธอถึงไม่กราบกรานอ้อนวอนเหมือนผู้หญิงพวกนั้นที่เคยถูกเขาเขี่ยทิ้ง? "ขอบคุณสำหรับความใจกว้างค่ะ... อ้อ ไม่สิ ต้องเรียกว่าความตระหนี่ถี่เหนียวต่างหาก" พิมพ์มาดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าทุกคำพูดกลับคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนความถือดีของชายหนุ่ม "คุณคณินไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกค่ะ เงินก้อนนั้นที่คุณให้มา ฉันจะถือว่ามันเป็นค่าจ้างสูญสิ้นเวลาเจ็ดปีที่ฉันเคยโง่เง่าเอาชีวิตมาผูกติดไว้กับผู้ชายไร้หัวใจอย่างคุณ" "พิมพ์มาดา!" คณินตบโต๊ะเสียงดังลั่น ความเยือกเย็นเมื่อครู่พังทลายลงด้วยความถือดีที่ถูกท้าทาย "คุณกล้าดียังไงมาพูดจาแบบนี้ใส่ผม? ลืมไปแล้วหรือไงว่าที่ผ่านมาคุณกินนอนอยู่บนกองเงินกองทองของใคร? ถ้าไม่มีผม ป่านนี้คุณคงเป็นแค่ผู้หญิงเร่ร่อนไม่มีหัวนอนปลายเท้าไปแล้ว!" "ใช่ค่ะ ฉันเคยโง่แบบนั้น" พิมพ์มาดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอมองหน้าเขาตรงๆ ไม่หลบสายตา ความสูงที่เคยต้องเงยหน้ามองเขา บัดนี้เธอกลับยืนหยัดเผชิญหน้าได้อย่างสง่างาม "แต่คนเรามันพลาดกันได้แค่วันเดียวนั่นแหละคณิน... วันที่ฉันตาสว่าง และวันนี้คือวันที่ฉันเป็นอิสระจากคุณอย่างสมบูรณ์แบบ" เธอยกแฟ้มเอกสารขึ้นแนบอก หมุนตัวหันหลังให้เขาอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย "เดี๋ยว!" คณินก้าวเข้าไปคว้าข้อมือเธอไว้โดยสัญชาตญาณ แรงบีบที่ข้อมือนั้นแน่นหนาด้วยความโกรธ "อย่ามาทำเป็นใจแข็งใส่ผมพิมพ์มาดา ผมรู้ว่าคุณกำลังทำฟอร์มไปอย่างนั้นเอง อีกไม่เกินสามวัน... ไม่สิ ไม่เกิน 24 ชั่วโมงหรอก คุณก็คงคลานกลับมาเคาะประตูบ้านผม ร้องห่มร้องไห้ขอคืนดีเหมือนหมาข้างถนนตัวหนึ่ง แล้วตอนนั้นแหละ... ผมจะดูว่าคุณจะมีหน้ามาทำเป็นอวดดีใส่ผมได้อีกไหม!" พิมพ์มาดาหยุดเดิน เธอไม่ได้สะดุ้งตกใจกับแรงบีบนั้น เธอก้มมองมือหนาที่กุมข้อมือเธอไว้ ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาเขา มุมปากหยักยิ้มเย้ยหยันออกมาอย่างชัดเจน เป็นรอยยิ้มที่ทำเอาคณินรู้สึกหน Icy สันหลังวาบอย่างบอกไม่ถูก "เก็บความมั่นใจนั้นไว้ใช้กับตัวเองเถอะค่ะคุณคณิน..." เธอกระซิบเสียงแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในความเงียบ "เพราะคนที่อาจจะต้องมาคลานร้องขอความเห็นใจ... อาจจะไม่ใช่ฉัน" พรวด! เธอสะบัดข้อมือหลุดจากการเกาะกุมอย่างเด็ดขาด เดินก้าวออกจากห้องทำงานส่วนตัวของเขาไปอย่างไร้เยื่อใย เสียงประตูปิดลงเบาๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของคณินราวกับเสียงอสุนีบาต คณินยืนนิ่งค้างอยู่กลางห้อง ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านอยู่ในอกจนหายใจไม่ทั่วท้อง เขาสบัดหัวไล่ความรู้สึกแปลกประหลาดนั้นออกไป *ไรสาระน่า... ผู้หญิงอย่างพิมพ์มาดาจะไปไหนรอด? ไม่มีเงิน ไม่มีอำนาจ ไม่มีแม้แต่ครอบครัวคอยหนุนหลัง เดี๋ยวพอเงินก้อนนั้นหมดไป เธอจะรู้ซึ้งเองว่าโลกภายนอกมันโหดร้ายแค่ไหน* ชายหนุ่มบอกตัวเองเช่นนั้น เขานั่งลงบนเก้าอี้ทำงานตัวเดิม หยิบแก้ววิสกี้ขึ้นมาจิบเพื่อสงบสติอารมณ์ มั่นใจในวิสัยทัศน์และความเหนือกว่าของตนเองเป็นที่สุด ว่าเกมนี้... เขาคือผู้ชนะร้อยเปอร์เซ็นต์ และอดีตภรรยาจะต้องกลับมาสยบแทบเท้าเขาในไม่ช้าอย่างแน่นอน ********************** ผ่านไปสามสัปดาห์เต็ม คณินใช้ชีวิตอย่างที่ควรจะเป็น บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ภายใต้การบริหารของเขายังคงทำกำไรมหาศาล หุ้นพุ่งทะยาน และงานสังคมสงเคราะห์หรือปาร์ตี้ไฮโซต่างก็ยังคงหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ไม่มีแม้แต่วินาทีเดียวที่เขาจะนึกถึงผู้หญิงคนนั้น... อย่างน้อยเขาก็พยายามบอกตัวเองแบบนั้น ทว่าลึกๆ ในมุมอับของความรู้สึก ความเงียบงันภายในคฤหาสน์หลังใหญ่กลับน่ารำคาญกว่าที่เคยเป็น ไม่มีเสียงฝีเท้าเบาๆ ยามดึก ไม่มีกลิ่นอหารอุ่นๆ รอคอย และไม่มีสายตาห่วงหาที่เคยทำให้เขารำคาญใจในอดีต บ้าจริง... เขากำลังคิดถึงยัยผู้หญิงน่ารำคาญคนนั้นหรือไง? คณินสบถในใจขณะก้าวเท้าลงจากรถยนต์คันหรู ณ ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองระดับอัลตร้าลักชัวรี วันนี้เขามีนัดประชุมกับนักลงทุนต่างชาติคนสำคัญที่ร้านอาหารบนชั้นดาดฟ้า บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความเร่งรีบของผู้คนระดับบนของสังคม สายตาคมกวาดมองไปรอบด้านอย่างเคยตัว ก่อนที่ฝีเท้าของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทะนงตนจะต้องชะงักก้าง... หยุดนิ่งราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น เบื้องหน้าของเขาห่างออกไปไม่ถึงสิบเมตร คือร่างโปร่งระหงในชุดสูทเข้ารูปแบรนด์ดังระดับโลก ทว่าไม่ใช่แค่เสื้อผ้าหรูหราที่ทำให้เขาแปลกใจ... แต่เป็นท่าที ความมั่นใจ และออร่าของผู้หญิงคนนั้น พิมพ์มาดา! เธอกำลังยืนพูดคุยอย่างฉะฉานเป็นภาษาอังกฤษกับนักลงทุนชาวต่างชาติกลุ่มใหญ่ รอยยิ้มมั่นใจ แววตาเป็นประกายเฉียบคม และท่าทางการเจรจาที่ดูทรงพลัง ทำให้เธอเปลี่ยนไปราวคนละคน ผู้หญิงที่เคยห่อเหี่ยวและจมอยู่กับบ้านหลังใหญ่ บัดนี้กลับยืนอยู่แถวหน้าในฐานะ "กรรมการผู้จัดการ" ของบริษัทลงทุนข้ามชาติหน้าใหม่ที่กำลังมาแรงที่สุดในขณะนี้ คณินขยับตัวจะก้าวเข้าไปหาด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดกึก หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะกลับกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อมีร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยสามขวบคนหนึ่งวิ่งเข้ามาดึงชายกระโปรงของพิมพ์มาดา พร้อมกับส่งเสียงเรียกเจื้อยแจ้วด้วยใบหน้าจิ้มลิ้มที่ถอดแบบพิมพ์มาDามาเป๊ะๆ "แม่ฮะ... คุณปลัดบอกว่าหิวไอศกรีมแล้วครับ" คณินเบิกตากว้าง สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ เด็กผู้ชายคนนั้น... ใบหน้ารูปไข่ จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะดวงตากลมโตคู่นั้น... มันคือเงาสะท้อนของตัวเขาเองในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน! เด็กคนนั้น... คือลูกของใคร? และถ้าเด็กคนนี้อายุสามขวบ... นั่นหมายความว่า... ในวินาทีที่หัวใจของคณินกำลังจะแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ด้วยตระหนักถึงความจริงอันโหดร้าย พิมพ์มาดาก็หันมาอุ้มเด็กชายคนนั้นขึ้นแนบอก สายตาคู่คมกริบของอดีตภรรยาหันมาสบเข้ากับดวงตาของเขาพอดี เธอยิ้มให้เขา... รอยยิ้มเยือกเย็นที่ทรงพลังที่สุดในโลก ก่อนที่ชายหนุ่มแปลกหน้าคนหนึ่งจะก้าวเข้ามาโอบไหล่เธอไว้ พร้อมกับก้มลงหอมแก้มเด็กน้อยด้วยความรักใคร่ "เหนื่อยไหมครับที่รัก ไปทานข้าวกันเถอะ พีทหิวแล้ว" คณินรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่าลงกลางแสกหน้า ร่างกายชาดิกจนก้าวขาไม่ออก ความมั่นใจทั้งหมดพังทลายไม่เป็นท่า เมื่อตระหนักว่าเขาเพิ่ง "หย่า" และ "เขี่ยทิ้ง" สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตด้วยมือของตัวเอง! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครใน "บันทึกคนจร" นะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ขาด แล้วอย่ามาขาดใจที่หลัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%