กลิ่นควันไฟจางๆ และคราบเขม่าสีดำที่ยังติดอยู่บนปลายนิ้วของรินรดายังไม่ทันจางหาย ความเงียบงันภายในรถกระบะเก่าๆ ของหมวดศิลาก็ราวกับจะบีบอัดอากาศให้เบาบางลงทุกที
"ศูนย์เก็บรักษาหลักฐานกลาง... เพิ่งถูกเพลิงไหม้เมื่อสามนาทีที่แล้ว และหลักฐานสำคัญทั้งหมดในคดีของพี่ชายคุณ... ถูกโอนย้ายไปยังโกดังร้างหมายเลข 7 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีชื่อของคุณเป็นผู้เบิกถอนเบ็ดเสร็จเพียงคนเดียว"
คำพูดของหมวดศิลายังคงก้องอยู่ในโสตประสาท รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเย็นเฉียบไม่ได้มาจากแอร์ในรถ แต่มันมาจากความตระหนักรู้ว่า... กำลังมีใครบางคนเล่นเกมจิตวิทยากับเธออยู่ คนๆ นั้นไม่เพียงแต่ต้องการทำลายหลักฐาน แต่ยังต้องการ "จัดฉาก" ให้เธอตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีที่เธอพยายามไขมาตลอดสามปี
"ตั้งสติไว้ก่อนครับริน" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่มั่นคง ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังถนนเบื้องหน้าที่มีสายฝนโปรยปรายลงมาปรอยๆ "เกมนี้คนร้ายตั้งใจส่งจดหมายเชิญเราไปที่นั่นด้วยตัวเอง ถ้าเราตื่นตระหนกและวิ่งเข้าไปตามเกม ก็เท่ากับเราเดินเข้าห้องประหารที่พวกมันสร้างไว้"
รินรดาสูดหายใจเข้าลึก and ปลดปล่อยลมหายใจออกทางปากช้าๆ เพื่อดึงสติกลับมา เธอยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ ก่อนจะปรับแว่นสายตาให้เข้าที่ ดวงตาคู่สวยฉายแววความเด็ดเดี่ยวตามแบบฉบับของนักนิติวิทยาศาสตร์ผู้ยึดมั่นในหลักการ
"ฉันไม่ได้ตื่นตระหนกค่ะ... เอ๊ย... ผมหมายถึง ผมไม่ได้ตื่นตระหนกครับหมวด" รินรดาเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นชิน แต่ก็รีบแก้คำพูดทันทีเมื่อเหลือบไปเห็นรอยยิ้มมุมปากของนายตำรวจหนุ่ม "แค่กำลังคิดว่า... ใครที่มีอำนาจมากพอจะปลอมแปลงลายมือชื่อดิจิทัลของฉันในระบบเบิกถอนส่วนกลางได้ภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที"
"นั่นคือสิ่งที่เราต้องไปหาคำตอบกันที่โกดังร้างหมายเลข 7 ครับ" ศิลาเหยียบคันเร่งพรถพุ่งทะยานไปตามเส้นทางเลี่ยงเมือง มุ่งหน้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศภายในรถกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มีความร่วมมือและเคมีอันลงตัวระหว่างนักวิเคราะห์ผู้รอบคอบกับนายตำรวจสายลุยเข้ามาแทนที่ความหวาดกลัว
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง รถกระบะสีซีดก็จอดสนิทอยู่หลังแนวพุ่มไม้รกทึบ ห่างจากโกดังร้างหมายเลข 7 ราวๆ ร้อยเมตร โกดังหลังดังกล่าวตั้งอยู่โดดเดี่ยว ท่ามกลางความมืดมิด มีเพียงแสงไฟกะพริบจากเสาไฟฟอนต์ริมทางที่ติดๆ ดับๆ สร้างบรรยากาศชวนขนหัวลุก
"จากโครงสร้างสถาปัตยกรรมของโกดังยุค 90 แบบนี้..." รินรดาพึมพำเบาๆ ขณะหยิบกระเป๋าอุปกรณ์นิติวิทยาศาสตร์สนามออกมาตรวจสอบความเรียบร้อย "มีประตูเข้า-ออกหลักทางด้านหน้า และช่องระบายอากาศด้านบนทางทิศตะวันตก ไม่มีหน้าต่าง... ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน เราจะถูกขังไว้ข้างในทันทีหากประตูถูกล็อก"
"งั้นเราก็ต้องระวังไม่ให้ตัวเองตกเป็นฝ่ายถูกขัง" ศิลาชักปืนพกประจำกายออกมาตรวจสอบกระสุน ก่อนจะส่งสัญญาณให้รินรดาหมอบต่ำลงแล้วเคลื่อนตัวไปตามเงาของตู้คอนเทนเนอร์เก่า
ทั้งคู่ลอบเข้าไปทางประตูด้านข้างที่แง้มอยู่เล็กน้อย กลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นสารเคมีแปลกปลอมลอยแตะจมูก ทันทีที่ก้าวเท้าพ้นธรณีประตู รินรดาก็ยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้ศิลาหยุดนิ่ง เธอก้มลงใช้ไฟฉายขนาดเล็กส่องกราดที่พื้น
"รอยเท้า... มีอย่างน้อยสามคู่" รินรดากระซิบเบาๆ ใกล้ใบหูของศิลา จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ "คู่แรกเป็นรองเท้าคอมแบตพื้นยางลายดอกยางลึก น้ำหนักลงที่ส้นเท้าฝั่งขวามากกว่า... คนนี้เดินกะโผลกกะเผลกเล็กน้อย คู่ที่สองเป็นรองเท้าผ้าใบแฟชั่นราคาแพง น้ำหนักเบา และคู่ที่สาม..."
เธอชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเมื่อส่องไฟไปพบกับสิ่งผิดปกติ
"คู่ที่สามคือรอยเท้าเปล่า... ขนาดเล็ก เหมือนเท้าของผู้หญิง หรือไม่ก็เด็กโต" ศิลาต่อประโยคให้ด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด เขากวาดสายตามองไปรอบความมืดมิดของโกดังที่มีลังไม้เรียงรายเป็นเขาวงกต "และพวกมันไม่ได้ซ่อนตัว... พวกมันกำลังรอเราอยู่"
พรึบ!
จู่ๆ ไฟนีออนดวงใหญ่บนเพดานก็ติดพรึบขึ้นพร้อมกัน ส่งเสียงฮัมต่ำในลำคอ แสงสีขาวนวลสาดส่องลงมากลางโกดังเผยให้เห็นร่างของใครบางคนนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้สำนักงานเก่าๆ ตรงกลางห้อง บนโต๊ะไม้ตัวเล็กเบื้องหน้ามีแฟ้มเอกสารคดีของพี่ชายรินรดาวางอยู่ พร้อมกับกองเทียนไขที่จุดไว้จนเกือบหมดเล่ม
ร่างนั้นสวมฮู้ดสีดำสนิทปกปิดใบหน้าครึ่งบน เหลือเพียงรอยยิ้มหยันที่ยกขึ้นสูงที่มุมปาก
"ยินดีต้อนรับสู่การทดสอบรอบสุดท้ายครับ คุณนักนิติวิทยาศาสตร์ผู้ปราดเปรื่อง" เสียงทุ้มแหบพร่าดังผ่านไมโครโฟนไร้สาย สะท้อนก้องไปทั่วผนังปูนเปลือยของโกดัง
รินรดากัดฟันกรอด ก้าวเท้าจะพุ่งออกไปกระชากฮู้ดนั้นให้หลุด แต่ศิลาคว้าแขนเธอไว้แน่น แรงบีบที่ส่งผ่านฝ่ามือเตือนสติให้เธอรู้ว่านี่คือกับดัก
"อย่าเพิ่งใจร้อนริน มองไปที่พื้นรอบเก้าอี้ตัวนั้นสิครับ" ศิลาเอ่ยเสียงเบาแต่เฉียบขาด
รินรดากวาดสายตามองตาม และหัวใจของเธอก็แทบหยุดเต้น ท่อเหล็กต่อตรงจากถังแก๊สขนาดใหญ่ถูกโยงมุดลงใต้พื้นคอนกรีต รอบตัวของบุคคลปริศนามีนาฬิกานับถอยหลังดิจิทัลติดอยู่กับระเบิดแสวงเครื่อง ตัวเลขสีแดงสดกำลังกระพริบถอยหลังจาก 03:00 นาทีอย่างรวดเร็ว
"กติกาโกดังปิดตายของเราในคืนนี้ง่ายมากครับ..." บุคคลใต้ฮู้ดหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูคุ้นหูอย่างประหลาด "คุณมีเวลาสามนาทีในการวิเคราะห์และตอบคำถามข้อเดียว... ว่า 'ใคร' คือคนที่ฆ่าพี่ชายของคุณจริงๆ หากตอบถูก ประตูทางออกจะเปิดออกพร้อมกุญแจหลักฐานจริง แต่ถ้าตอบผิด... เราทุกคนจะกลายเป็นเถ้าถ่านไปพร้อมกับความจริงที่ถูกฝังกลบ"
ตัวเลขบนหน้าปัดกระโดดลดลงเหลือ 02:15 นาที รินรดารู้สึกเหมือนมีค้อนทุบลงกลางศีรษะ ข้อมูลคดี ภาพถ่ายในอดีต และรอยเท้าเมื่อครู่ประเดประดังเข้ามาในสมองอย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่ศิลากำลังคำนวณมุมระเบิดและทางหนีทีไล่อย่างเงียบเชียบ ทว่าทันใดนั้นเอง... หน้าจอคอมพิวเตอร์เก่าบนโต๊ะทำงานของคนร้ายก็ติดขึ้นเองโดยไม่มีใครกด
ข้อความแจ้งเตือนระบบภารกิจระดับ SSS ปรากฏขึ้นพร้อมเสียงกริ่งเตือนภัยดังลั่นสนั่นหู:
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบรหัสลับซ้อนทับ IP Address ของผู้ส่งสัญญาณมาจาก 'ภายในกรมตำรวจ' และบุคคลที่กำลังไขกุญแจห้องนี้จากภายนอก... ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากสารวัตรใหญ่ผู้ล่วงลับที่ทุกคนคิดว่าตายไปแล้ว!]
---
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ
นิติวิทยาศาสตร์หัวใจกับคดีที่เหลือทิ้งไว้•ตอนที่ 3
ห้องปิดตายกับรอยยิ้มปริศนา
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์หัวใจกับคดีที่เหลือทิ้งไว้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!