กลิ่นฉุนของน้ำยาฟีนอลและสารเคมีเร่งปฏิกิริยาในห้องปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์ยามค่ำคืน ไม่เคยให้ความรู้สึกปลอดภัยกับรินรดาเลยแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้าม มันคือกลิ่นอายของความจริงที่มักถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมอันสวยงามของสังคม
ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาเพ่งมองเส้นใยผ้าสีแดงเข้มที่คีบอยู่ใต้กล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูง ปลายเรียวของคีมโลหะขยับอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้โครงสร้างทางกายภาพของวัตถุพยานชิ้นนี้เสียหาย เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ พลางทบทวนสมมติฐานทั้งหมดในหัว สมองส่วนหน้าทำงานอย่างหนักเพื่อประมวลผลความน่าจะเป็นทางเคมีและชีวภาพ สอดประสานกับทฤษฎีอาชญาวิทยาที่เธอร่ำเรียนมาอย่างเข้มข้น
"ผลวิเคราะห์สารเคมีบนเส้นใยผ้าชุดล่าสุดออกแล้วนะครับคุณรินรดา"
เสียงทุ้มห้าวที่คุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของหมวดศิลา นายตำรวจหนุ่มนอกกรอบผู้มักจะมีรอยยิ้มมุมปากและแววตาสนอกสนใจโลกใบนี้เสมอ แม้ว่ารอบตัวพวกเขาจะเต็มไปด้วยความมืดมนของคดีฆาตกรรม ศิลาไม่ได้เดินเข้ามามือเปล่า เขาวางแก้วกาแฟดำอุ่นๆ ลงบนโต๊ะทำงานใกล้กับกองแฟ้มคดี ก่อนจะทิ้งตัวลงพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายๆ ที่ขัดแย้งกับบรรยากาศเคร่งเครียดโดยสิ้นเชิง
รินรดาละสายตาจากเลนส์กล้อง เธอถอนหายใจเบาๆ หยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบเพื่อแก้กระหาย แม้รสชาติจะขมปร่าแต่คาเฟอีนก็ช่วยปลุกประสาทสัมผัสให้ตื่นตัวขึ้น
"ได้ผลว่าอย่างไรบ้างครับหมวด" เธอดัดเสียงให้เป็น
ศิลาหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าเลือนหายไปแทนที่ด้วยความจริงจัง "สารเคลือบ, เม็ดสี, และสารเคมีตกค้าง... ตรงกับตัวทำละลายที่ใช้ในโรงงานรีไซเคิลร้างโซนรอบนอกเมือง ไม่มีผิดเพี้ยนครับ หลักฐานชิ้นนี้ยืนยันได้เลยว่า คนร้ายไม่ได้แค่พยายามอำพรางคดี แต่จงใจทิ้งร่องรอยให้เราตามไปติดกับ"
รินรดานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เธอยกมือขึ้นดันแว่นตาเล็กน้อยขณะที่สมองกำลังคำนวณความเสี่ยง "ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง แสดงว่าคนร้ายรู้ตัวมาโดยตลอดว่าเรากำลังแกะรอยจากหลักฐานชิ้นไหน พวกเขากำลังเล่นเกมจิตวิทยา เพื่อต้อนให้เราเดินเข้าไปในพื้นที่ที่พวกเขาควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมด"
"ถูกต้องครับ" ศิลาพยักหน้ารับอย่างเห็นพ้อง มือหนายกขึ้นลูบคางตัวเองอย่างใช้ความคิด "คนร้ายรายนี้ไม่ใช่แค่อาชญากรทั่วไป แต่มีทักษะการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดีเยี่ยม เขารู้ว่าตำรวจทำงานอย่างไร และรู้จุดอ่อนของเรา... โดยเฉพาะเรื่องการตามหาความจริงเกี่ยวกับคดีเก่าๆ ของคุณ"
ประโยคหลังของศิลาทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ภาพความทรงจำในอดีตเกี่ยวกับการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของพี่ชายผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง รอยแผลเป็นในใจที่เธอพยายามปกปิดไว้ด้วยความเยือกเย็นและเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ถูกสะกิดให้เจ็บแปลบขึ้นมาอีกครั้ง แต่เธอก็เลือกที่จะเก็บอาการไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
"ฉันจะไม่ยอมให้เรื่องส่วนตัวมาทำลายความถูกต้องของรูปคดีเด็ดขาดครับ... เอ่อ ค่ะ... เอ๊ย หมายถึงค่ะ... ไม่ใช่ค่ะ!" รินรดาเผลออุทานออกมาด้วยความสับสนเมื่อเกือบหลุดสำนวนที่ไม่คุ้นเคย
ศิลาหัวเราะร่วนออกมาเบาๆ บรรยากาศที่ตึงเครียดในห้องปฏิบัติการผ่อนคลายลงชั่วขณะ "คุณนี่นะ พยายามรักษามาดนักวิชาการผู้เคร่งขรึมตลอดเวลาเลยนะครับ แต่บางทีมุมโก๊ะๆ แบบนี้ก็ทำให้ผมแปลกใจได้ทุกที"
รินรดาค้อนใส่ชายหนุ่มด้วยสายตาหนึ่งทีก่อนจะหันกลับไปสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกต่อ ทว่าในจังหวะนั้นเอง หน้าจอแสดงผลระบบสารสนเทศของห้องปฏิบัติการก็เกิดอาการกะพริบถี่ๆ เสียงแจ้งเตือนภัยระดับฉุกเฉินดังขึ้น "ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด..."
ความเงียบสงบถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ รินรดาขมวดคิ้วแน่น นิ้วเรียวรีบเคาะแป้นพิมพ์เพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาของสัญญาณเตือนภัย ทันใดนั้น หน้าจอหลักก็เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ก่อนที่ข้อความตัวอักษรสีแดงฉานจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละตัวอย่างช้าๆ
[สวัสดี... คุณนักนิติวิทยาศาสตร์ผู้ชาญฉลาด]
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว ศิลาขยับเข้ามาประชิดด้านหลังทันที สายตานคมกริบกวาดมองข้อความบนหน้าจอด้วยความตื่นตัว กล้ามเนื้อทุกส่วนเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน
[คุณคิดว่าหลักฐานทางวิทยาศาสตร์จะบอกความจริงทั้งหมดได้จริงๆ งั้นหรือ? ลองหันไปมองที่โต๊ะทำงานของคุณดูสิ... บางที 'ของขวัญ' ชิ้นแรก อาจจะมาถึงเร็วกว่าที่คุณคาดคิดไว้เสียอีก]
สิ้นสุดข้อความนั้น ไฟนีออนบนเพดานห้องปฏิบัติการก็เกิดกระพริบวูบวาบสองครั้งก่อนจะดับลง ปล่อยให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ภายใต้แสงไฟสำรองสีส้มสลัว ความหนาวเย็นจากระบบปรับอากาศดูเหมือนจะทวีความรุนแรงขึ้นจนสัมผัสได้ถึงผิวหนัง
รินรดากลั้นหายใจ เธอค่อยๆ หันกลับไปมองที่โต๊ะทำงานของตนเองซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ท่ามกลางเงาสลัวของอุปกรณ์เครื่องแก้วและแฟ้มเอกสาร มีกล่องพัสดุกระดาษสีน้ำตาลขนาดเล็กวางอยู่บนเก้าอี้ของเธอ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้มันไม่มีอยู่ตรงนั้นอย่างแน่นอน!
ศิลาขยับตัวบังหน้าให้อย่างสัญชาตญาณ มือขวาเอื้อมไปแตะที่ด้ามปืนพกฝั่งสะโพกโดยอัตโนมัติ "อย่าขยับนะครับรินรดา ให้ผมจัดการเอง"
แต่ด้วยความอยากรู้ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยสัญชาตญาณนักวิเคราะห์ รินรดากลับก้าวเท้าออกไปข้างหน้าอย่างเงียบเชียบ เธอปฏิเสธความกลัวด้วยการยึดมั่นในตรรกะและเหตุผล มือเรียวยื่นออกไปสัมผัสกับผิวกระดาษของกล่องพัสดุกระดาษปริศนาชิ้นนั้นอย่างระมัดระวัง
กล่องพัสดุถูกเปิดออกด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทาเล็กน้อย ภายในนั้นไม่มีระเบิดหรือวัตถุอันตรายอย่างที่ศิลาหวาดระแวง มีเพียงกรอบรูปไม้เก่าๆ กรอบหนึ่งวางนอนอยู่
รินรดายกกรอบรูปนั้นขึ้นมาพลิกดูด้วยความงุนงง ทันทีที่แสงไฟสลัวกระทบเข้ากับผิววัตถุ ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ ภาพถ่ายในกรอบรูปคือภาพครอบครัวในวัยเด็กของเธอเอง... แต่ใบหน้าของพี่ชายที่หายสาบสูญไปถูกกากบาททับด้วยหมึกสีแดงสดราวกับรอยเลือด พร้อมกับมีกระดาษโน้ตแปะทับไว้ด้านหลังด้วยข้อความลายมือหวัดๆ ที่อ่านแล้วทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"เกมเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น... ผู้ชนะคือคนที่จะได้เก็บศพคนสุดท้าย"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ
นิติวิทยาศาสตร์หัวใจกับคดีที่เหลือทิ้งไว้•ตอนที่ 4
สัญญาณเตือนจากความมืด
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์หัวใจกับคดีที่เหลือทิ้งไว้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!