นิติวิทยาศาสตร์หัวใจกับคดีที่เหลือทิ้งไว้•ตอนที่ 7

พยานคนสุดท้าย

ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
กลิ่นอับชื้นของกระดาษเอกสารคดีเก่าผสมผสานกับกลิ่นไาน้ำยาฟอร์มาลีนจางๆ ลอยอบอวลอยู่ในห้องเก็บหลักฐานใต้ดินของสถานีตำรวจนครบาล แม้จะเป็นเวลาตีสองแล้ว แต่ไฟนีออนสีขาวโพลนบนเพดานก็ยังคงส่องสว่างราวกับต้องการขับไล่ความมืดมิดออกไปจากความจริงที่ถูกซุกซ่อนไว้ "คุณรินรดาครับ ลองดูรอยตัดที่เส้นใยผ้าขนหนูผืนนี้ผ่านกล้องจุลทรรศน์โพลาไรซ์นี่สิครับ มันไม่ได้เกิดจากการใช้กรรไกรคมๆ ตัดอย่างที่พวกเราสันนิษฐานไว้ในตอนแรก" หมวดศิลาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เขาย่อตัวลงพิงสะโพกกับขอบโต๊ะทำงานเหล็ก มือหนาขยับปรับโฟกัสเลนส์ของกล้องตัวเก่งให้อยู่ในตำแหน่งที่แม่นยำยิ่งขึ้น ใบหน้าคมคายฉายแววเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่คมจ้องมองภาพบนจอคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออยู่ด้วยความครุ่นคิด รินรดาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ เธอไม่ได้ตอบคำทันที แต่ดึงแว่นตานิกรองแสงลงมาสวมอย่างคล่องแคล่ว มือเรียวบางภายใต้ถุงมือยางสีขาวหยิบแผ่นสไลด์ตัวอย่างขึ้นมาพิจารณาอย่างพิถีพิถัน สมองของเธอเริ่มทำงานอย่างเป็นระบบ รวบรวมข้อมูล ทฤษฎีทางนิติวิทยาศาสตร์ และความเป็นไปได้ทั้งหมดเข้ามาประมวลผลร่วมกัน "ไม่ใช่กรรไกร... แต่เป็นความร้อนสูงที่ถูกบีบอัดด้วยแรงดันเฉพาะจุด" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น แววตาสีเข้มสะท้อนภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์ "เส้นใยสังเคราะห์ตรงขอบถูกหลอมละลายเข้าหากันในระดับโมเลกุล การจะทำแบบนี้ได้... คนร้ายต้องใช้อุปกรณ์ตัดด้วยความร้อนที่มีการควบคุมอุณหภูมิอย่างแม่นยำระดับไมครอน" นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญจาก "พยานคนสุดท้าย" ของคดีการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของนักบัญชีบริษัทขนส่งเอกชนรายใหญ่ พยานผู้กุมความลับของเส้นทางการเงินสีเทา แต่น่าเสียดาย... เมื่อทีมสืบสวนตามหาตัวเขาพบ เขากลับกลายเป็นเพียงร่างไร้วิญญาณที่ถูกปิดปากด้วยวิธีที่ซับซ้อนและแนบเนียนจนแทบไม่เหลือร่องรอยการฆาตกรรม การตายที่ถูกจัดฉากให้ดูเหมือนหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน... "ถูกต้องครับ" หมวดศิลายืดตัวตรงขึ้น เขาถอนหายใจยาวเหยียด "ถ้าคุณไม่ได้ยืนกรานให้ส่งศพผ่าชันสูตรอย่างละเอียดเพื่อตรวจหาคราบสารเคมีตกค้างในหลอดลม เราคงปิดคดีนี้ไปในฐานะ 'ตายด้วยโรคประจำตัว' ตามที่อิทธิมืดของพวกมันต้องการไปแล้ว... น่ากลัวจริงๆ ครับ วิธีการฆ่าคนโดยไม่ทิ้งร่องรอยทางกายภาพเนี่ย" "ความตายไม่เคยเงียบงันหรอค่ะ... อะแฮ่ม... หมวดศิลาครับ" รินรดาเผลอหลุดสำนวนคุ้นชินก่อนจะรีบแก้คำพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉยที่เจือความกระดากอายเล็กน้อย "หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ไม่เคยโกหกใคร ต่อให้คนร้ายจะพยายามลบเลือนร่องรอยมากแค่ไหน แต่กฎของฟิสิกส์และเคมีไม่มีวันทรยศเราครับ" รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของนายตำรวจหนุ่ม เขามองความมุ่งมั่นและสมาธิอันแน่วแน่ของนักวิเคราะห์สาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกชื่นชมที่ยากจะปฏิเสธ เคมีระหว่างพวกเขาทั้งสองคนเติบโตขึ้นอย่างเงียบเชียบท่ามกลางคดีความอันมืดมน ความรอบคอบและมีเหตุผลของรินรดาเป็นดั่งเข็มทิศคอยนำทาง ขณะที่สัญชาตญาณนักล่าและความยืดหยุ่นของหมวดศิลาคือเกราะกำบังอันแข็งแกร่ง แต่ทว่า บรรยากาศอันเงียบสงบภายในห้องเก็บหลักฐานก็ต้องหยุดชะงักลง เมื่อเสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับต่ำดังขึ้นเบาๆ จากเครื่องรับสัญญาณวิทยุสื่อสารที่วางอยู่บนโต๊ะ *แซ่ด...* "หมวด... ทางฝ่ายเทคนิคแจ้งมาว่า เซิร์ฟเวอร์สำรองของกล้องวงจรปิดจุดเกิดเหตุที่พวกเรากู้คืนมาได้เมื่อช่วงหัวค่ำ... กำลังถูกเข้าถึงจากภายนอกครับ!" เสียงปลายสายของเจ้าหน้าที่เทคนิคดังแทรกขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนก "ไม่ใช่การแฮกธรรมดา แต่ระบบกำลังถูกลบข้อมูลทิ้งอย่างถาวรโดยคำสั่งรีโมทจากโครงข่ายภายในตึกนี้เอง!" รินรดาสบตากับหมวดศิลารabทันที สัญชาตญาณเตือนภัยในหัวของทั้งคู่ส่งเสียงดังลั่น "ในตึกนี้เหรอ?" หมวดศิลากวาดสายตามองไปรอบห้องเก็บหลักฐานที่เงียบสงบ ประตูเหล็กหนาทึบปิดสนิท แต่ทว่า... ไฟนีออนสีขาวที่เคยสว่างจ้ากลับกะพริบไหวสามครั้งติดๆ กัน ก่อนที่มันจะดับวูบลงพร้อมกันทั้งหมด ทิ้งให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิดที่มีเพียงแสงสีฟ้าจางๆ จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ส่องกระทบใบหน้าของพวกเขา ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและเสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งที่กำลังเดินเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูห้องเก็บหลักฐาน... เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง เป็นจังหวะที่เยือกเย็นและทรงพลัง ราวกับผู้มาเยือนไม่ได้มาในฐานะแขกผู้มาเยือน แต่เป็นผู้ล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุมในกรงขัง กริ๊ด... เสียงปลดล็อกกลอนประตูดังขึ้นจากด้านนอก ทั้งๆที่ระบบรหัสผ่านควรจะถูกควบคุมโดยรินรดาเพียงคนเดียว! "ถอยไปข้างหลังครับ รินรดา" หมวดศิลาชักอาวุธปืนพกประจำกายออกมาจากซองอย่างรวดเร็ว ร่างสูงก้าวเข้ามาบังร่างของนักวิเคราะห์สาวไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังบานประตูที่กำลังค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ในเงาสลัวที่ทอดยาวเข้ามาจากทางเดินด้านนอก ร่างของชายปริมาณในชุดสูทสีเข้มยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ใบหน้าของเขาถูกบดบังด้วยความมืด แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของรินรดาแทบหยุดเต้น คือรอยยิ้มที่มุมปากของชายคนนั้น... รอยยิ้มที่เธอจำได้ดีจากภาพถ่ายในแฟ้มคดีเก่าของพี่ชายที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์หัวใจกับคดีที่เหลือทิ้งไว้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%