คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม•ตอนที่ 13

กำไรก้อนแรกที่งดงาม

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"ถ้ากล้าตรวจค้นพวกเรา แม่ค้าตัวเล็กๆ วันนี้สินค้าในเข่งนี้ทั้งหมด... รับรองว่าจะไม่มีใครได้เห็นมันอีกแม้แต่เศษเสี้ยวเดียว!" เสียงตวาดก้องด้วยความเด็ดเดี่ยวของหลินซูเหมยดังขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวของตรอกแคบหลังตลาดมืด แรงกดดันจากสายตาของเจ้าหน้าที่ตรวจการกะทันหันทำให้บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ ทว่าแผ่นหลังของหญิงสาวกลับตั้งตรง ไม่มีความหวาดกลัวเจือปนแม้แต่น้อย ในยุคปีเจ็ดศูนย์ที่นโยบายเศรษฐกิจยังคงเข้มงวด การค้าขายเสรีนอกเหนือจากสหกรณ์รัฐคือความผิดฐาน "เดินตามเส้นทางทุนนิยม" การเหยียบย่างเข้ามาในตลาดมืดแห่งนี้จึงเท่ากับการเอาอนาคตและอิสรภาพไปแขวนไว้บนเส้นด้าย แต่สำหรับหลินซูเหมยแล้ว ความยากจนข้นแค้นและสายตาดูแคลนของคนในตระกูลเฉิน โดยเฉพาะแม่สามีอย่างจางชุ่ยฮวาที่จ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อครอบครัวเธอ น่ากลัวยิ่งกว่ากฎหมายบ้านเมืองเสียอีก ซูเหมยกวาดสายตามองชายฉกรรจ์สองคนที่สวมปลอกแขนสีแดง พวกมันเป็นเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบที่มักวนเวียนมาหา "ค่าคุ้มครอง" นอกรอบ หลุมพรางตรงหน้าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเพราะกลิ่นหอมเย้ายวนของพะโล้สูตรลับและหมูสามชั้นตุ๋นเต้าเจี้ยวที่เธอเคี่ยวข้ามคืน มันส่งกลิ่นทะลักออกจากผ้าใบกันน้ำจนเตะจมูกพวกหูไวตาไวเข้าให้แล้ว "น้องสาว ใจเย็นๆ น่า... พวกเราก็แค่ทำตามหน้าที่" ชายร่างท้วมหัวหน้าชุดหัวเราะในลำคอ สายตาโลภะกวาดมองไปที่เข่งไม้ไผ่สานแน่นหนา ซึ่งไอร้อนและกลิ่นหอมเครื่องเทศยังคงลอยกรุ่นออกมา "กลิ่นหอมรุนแรงขนาดนี้ ฝ่าฝืนประกาศคณะปฏิวัติชัดเจน เอาล่ะ ส่งของทั้งหมดมาแล้วกลับบ้านไปเสียดีๆ ถือว่าพวกเราไม่เคยเห็นหน้ากัน" *คิดจะฮุบของทั้งหมดไปกินเองฟรีๆ สินะคะ? ฝันไปเถอะค่ะ!* ซูเหมยแค่นยิ้มในใจ สมองปราดเปรื่องทำงานด้วยความเร็วสูง เธอยังไม่อยากมีเรื่องถึงโรงพักเพราะลูกน้อยทั้งสองกำลังรอเธอกลับบ้านพร้อมแป้งสาลีขาวและเนื้อหมูชิ้นโต แต่การจะยอมจำนนให้โจรในคราบเครื่องแบบรีดไถก็ไม่ใช่สไตล์ของแม่ค้ามือหนึ่งแห่งยุคศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดเช่นกัน นิ้วเรียวบางเอื้อมไปสัมผัสด้านในของตะกร้าไม้ไผ่ อาศัยจังหวะที่สายตาของพวกมันพุ่งตรงไปยังหมูสามชั้นชิ้นหนาที่ฉ่ำด้วยน้ำซอสสีแดงเข้ม เธอแอบดึง "เหรียญสมนาคุณพิเศษ" และคูปองน้ำมันสำรองที่ได้มาจากระบบมิติพิเศษออกมาซ่อนไว้ในอุ้งมืออย่างแนบเนียน ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีเป็นหญิงสาวชาวบ้านผู้หวาดกลัวและอ่อนแอในพริบตา "พี่ชายเจ้าคะ... โปรดเมตตาเถرةเถอะนะคะ" ซูเหมยบีบน้ำเสียงให้สั่นเครือเล็กน้อย ดวงตากลมโตเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาที่บิ้วท์ขึ้นมาได้อย่างแนบเนียน "ครอบครัวฉันมีปากท้องต้องดูแล แม่สามีก็ล้มป่วย สามีไปเป็นทหารแนวหน้า... ถ้าของล็อตนี้ถูกยึดไป ลูกๆ ของฉันคงต้องอดตายจริงๆ นะคะ" ท่าทีที่อ่อนลงทำให้ความระแวดระวงของเจ้าหน้าที่ร่างท้วมลดลงไปครึ่งหนึ่ง มันแสยะยิ้มด้วยความพึงพอใจเมื่อเห็นเหยื่อสาวเริ่มจำนนต่ออำนาจ "ถ้าไม่อยากให้เรื่องถึงกรมตำรวจ ก็ต้องมีความจริงใจหน่อยส... ของอร่อยขนาดนี้ เก็บไว้กินคนเดียวมันผิดวิสัยนะ" ซูเหมยแสร้งทำเป็นลังเล ปลดผ้าคลุมเข่งออกช้าๆ เผยให้เห็น "ไข่พะโล้สีทองอร่าม" และ "ซี่โครงหมูอบเต้า้าเจี้ยว" ที่เรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ เนื้อหมูทุกชิ้นถูกเคี่ยวจนหนังนุ่มละมุน ไข่เป็ดซับน้ำซอสจนเป็นสีน้ำตาลเข้มมันวาว กลิ่นหอมของโป๊ยกั๊ก อบเชย และซีอิ๊วโบราณฟุ้งกระจายไปทั่วตรอกมืด จนพ่อค้าแม่ค้าแผงลอยข้างเคียงถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมคอมามองด้วยความอิจฉา ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สายตาของซูเหมยก็เหลือบไปเห็นเงาร่างสูงโปร่งคุ้นตาในชุดเสื้อกันหนาวสีเขียวเข้มของนายทหารยศสูงคนหนึ่ง กำลังก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่ปากตรอกพอดี ร่างกายที่กำยำและแผ่นหลังกว้างนั้น... เฉินเหว่ย! สามีหนุ่มผู้เคร่งขรึมและเย็นชาที่ควรจะอยู่ค่ายทหารชายแดน เหตุใดจึงมาปรากฏตัว ณ ตลาดมืดแห่งนี้ในยามวิกาลได้เล่า? หัวใจของซูเหมยกระตุกวูบ ความรู้สึกหลากหลายตีรวนขึ้นมา ทั้งตกใจ ประหลาดใจ และอบอุ่นอย่างประหลาด แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยปากเรียกชื่อเขา เจ้าหน้าที่ร่างท้วมก็เอื้อมมือหยาบกร้านหมายจะคว้าชามซี่โครงหมูชิ้นโตไปตรงๆ "ของชิ้นนี้ ข้าขอ..." "มือสกปรกของคุณ... กำลังแตะต้องภรรยาและทรัพย์สินของใครอยู่ทราบไหม?" เสียงทุ้มต่ำ กังวาน ทรงอำนาจ และเย็นเยียบราวน้ำแข็งจากขั้วโลกเหนือ ดังแทรกขึ้นกลางความมืด น้ำเสียงนั้นไม่ได้ดังมากนัก แต่กลับทรงพลังจนทำให้ฝ่ามือของเจ้าหน้าที่ร่างท้วมชะงักค้างกลางอากาศ ร่างกายของมันสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุเมื่อหันไปสบเข้ากับดวงตาคมกริบราวกับพยัคฆ์ร้ายของชายหนุ่มผู้มาใหม่ เฉินเหว่ยยืนตระหง่านอยู่ใต้แสงเงาตะเกียงน้ำมัน สะพายย่ามทหารใบใหญ่ไว้ที่ไหล่ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายไร้รอยยิ้ม ทว่าแผ่รังสีสังหารและความกดดันระดับนายทหารสนามรบออกมาจนพวกนอกแถวถึงกับหน้าซีดเผือก "ทะ... ทหารเหรอ? นายทหารจากกองพลไหน ทำไมถึงมายุ่งเรื่อง..." เจ้าหน้าที่ร่างท้วมละล่ำละลักถอยหลังไปสองก้าว เมื่อเห็นอินทรธนูและท่าทางที่บ่งบอกถึงสถานะที่ไม่ธรรมดาของอีกฝ่าย ซูเหมยเบิกตากว้าง มองสามีหนุ่มที่ก้าวผ่านความมืดเข้ามาประชิดตัวเธออย่างปกป้อง ฝ่ามืออุ่นจัดของเฉินเหว่ยเอื้อมมาโอบไหล่บางของเธอไว้แน่น ราวกับจะประกาศให้คนทั้งโลกได้รู้ว่า หญิงสาวผู้นี้มีเจ้าของและไม่มีใครหน้าไหนมีสิทธิ์มารังแกได้ บรรยากาศในตรอกมืดพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที ทว่าก่อนที่ใครจะได้เอื้องเอ่ยคำใดออกมา เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงตะโกนก้องก็ดังแว่วมาจากปากทางเข้าตลาด... "แย่แล้ว! เจ้าหน้าที่ตรวจการชุดใหญ่กำลังบุกเข้ามาตรวจค้นตลาดมืดทั้งหมด ทุกคนหนีเร็ว!" ซูเหมยสะดุ้งสุดตัว สัญชาตญาณนักค้าขายสั่งให้เธอรีบเก็บเข่งสินค้า แต่เฉินเหว่ยกลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่น ดวงตาคมกริบมองสบตาเธอด้วยความหมายบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยาย "กลับบ้านกันเถอะ... เมียรัก" เฉินเหว่ยกระซิบข้างหู น้ำเสียงนุ่มนวลต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ "ส่วนเรื่องนี้... เรามีบัญชีต้องเคลียร์กันยาวแน่" *** ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนหลินฮวายุคปฏิรูปมาจนถึงตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%