"ผ้าฝ้ายเนื้อดีทอแน่นขนาดนี้ ในอำเภอไม่ได้มีวางขายเกลื่อนกลาดหรอกนะแม่เลี้ยงเฉิน... บอกมาตามตรงเถอะว่าแอบไปซุกซ่อนเงินก้อนโตไว้ที่ไหน หรือว่าแอบไปกู้หนยี้ยืมสินใครมาผลาญเล่นกันแน่!"
เสียงแหลมสูงของจางชุ่ยฮวาดังแผดลั่นจนสะเทือนไปทั่วทั้งลานบ้านตระกูลเฉิน ดวงตาฝ้าฟางที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความโลภจ้องเขม็งไปยังห่อผ้าใบใหญ่ในอ้อมแขนของเด็กหญิงเป่าเป่ย์ สองมือกร้านแดดพยายามจะคว้าหมับเพื่อกระชากมันมาตรวจดูให้เห็นกับตา แต่กลับถูกเรียวแขนขาวเนียนของหลินซูเหมยปัดออกอย่างไม่ไว้หน้า
เพี๊ยะ! เสียงเนื้อกระทบกันเบาๆ ท่ามกลางความตกตะลึงของชาวบ้านที่ยืนมุงดูเหตุการณ์อยู่รอบรั้ว
"คุณแม่สามีคะ มือไม้ของคุณนี่ไวเสียจริง ของในมือลูกหลาน ฉันจ่ายเงินซื้อด้วยหยาดเหงื่อแรงงานของตัวเอง จะไปขโมยใครมาหรือไปกู้หนี้ใคร... เกรงว่าคงต้องใช้สมองส่วนน้อยของคุณคิดทบทวนดูให้ดีเสียก่อนนะคะ ว่าฉันมีปัญญาหาเงินมาได้ด้วยวิธีไหน"
หลินซูเหมยแย้มยิ้มเย็นเยียบ ดวงตากลมโตฉายแววเฉียบคมและเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรี เธอปรายตามองหญิงแก่ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความหน้าหนาด้วยความสมเพชเวทนา ชุดผ้าฝ้ายสีครามลายดอกไม้ป่าที่เธอเพิ่งเลือกซื้อให้เจ้าตัวเล็กทั้งสองคนยังอยู่ในห่อกระดาษหนังสือพิมพ์อย่างดี กลิ่นหอมจางๆ ของเสื้อผ้าใหม่ผสมผสานกับกลิ่นอายของความเจริญก้าวหน้าลอยอบอวลจนคนรอบข้างต้องกลืนน้ำลาย
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงสาย หลินซูเหมยพาเจ้าตัวน้อยทั้งสองคนคือ เจ้าสี่หนุ่มน้อยต้าวเวยและเด็กหญิงเป่าเป่ย์ เดินทางเข้าสู่ตลาดอำเภอด้วยรถบรรทุกสินค้าของสหกรณ์การเกษตร เธอไม่ได้ใช้เงินในมิติวิเศษพร่ำเพรื่อ แต่ใช้กำไรก้อนงามจากการขายซาลาเปาสูตรลับและน้ำพริกเผาโบราณในตลาดมืดเมื่อวานนี้มาจับจ่ายใช้สอยอย่างสบายใจ
ภาพของสองพี่น้องที่ได้ลองสวมใส่เสื้อผ้าเนื้อนุ่มเป็นครั้งแรกในชีวิตยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ เป่าเป่ย์ตัวน้อยหมุนตัวไปมาหน้ากระจกเงาในร้านขายผ้าด้วยความดีใจจนแก้มป่อง ส่วนต้าวเวยพี่ชายคนโตแม้จะทำท่าทางขรึมตามรอยผู้เป็นพ่อ แต่รอยยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มที่มุมปากก็ฟ้องชัดเจนว่าเจ้าตัวมีความสุขมากแค่ไหน ไม่เพียงแต่เสื้อผ้าหนาๆ สำหรับรับมือกับฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึงเท่านั้น เธอยยังเหมาซื้อรองเท้าหนังกลับนิ่มๆ ขนมปังไส้เนื้อ และสมุดบันทึกเล่มหนาพร้อมดินสอสีสำหรับเด็กมาแบบไม่เสียดายเงินสักหยวนเดียว
และเมื่อสองแม่ลูกหิ้วข้าวของพะรุงพะรังเดินกลับเข้าหมู่บ้าน ความอิจฉาริษยาของชาวบ้านก็ระเบิดออกทันที นำโดยจางชุ่ยฮวาที่วิ่งแจ้นออกมาขวางทางตั้งแต่หน้าปากซอยด้วยความหิวกระหายอยากได้ส่วนแบ่ง
"แก... นังสะใภ้ตัวดี! สามีแกส่งเงินทหารกลับมาให้บ้านเรา ไม่ใช่ให้แกเอามาปรนเปรอเด็กพวกนี้คนเดียว! เอาของมานี่นะ!" จางชุ่ยฮวาแผדเสียงกรีดร้องด้วยความโกรธจัดเมื่อเห็นว่าตนเองไม่สามารถแย่งชิงห่อผ้ามาได้ นางทรุดตัวลงนั่งกับพื้นดิน ยกมือขึ้นทุบอกชกตัวร้องไห้คร่ำครวญราวกับสูญเสียครั้งใหญ่หลวง "ชาวบ้านชาวช่องทั้งหลาย ดูมันเถอะค่ะ! สะใภ้เนรคุณคนนี้มันกำลังจะทำให้ตระกูลเฉินล่มจมแล้ว!"
บรรยากาศรอบลานบ้านเงียบกริบลงทันที สายตาหลายคู่มองมาที่หลินซูเหมยด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งสมเพช อิจฉา และรอดูเรื่องสนุก แต่มีหรือที่อดีตเชฟสาวมือหนึ่งและนักบริหารกลยุทธ์อย่างหลินซูเหมยจะสะทกสะท้าน
เธอก้มตัวลงต่ำเล็กน้อย รอยยิ้มบนริมฝีปากบางเฉียบยังคงประดับอยู่ ทว่าแววตากลับเยียบเย็นเสียจนจางชุ่ยฮวาเผลอสะดุ้งถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"คุณแม่สามีคะ ร้องโวยวายไปก็ไม่มีใครเขาแบ่งสมบัติให้คุณหรอกนะคะ เงินที่ฉันใช้ซื้อของเหล่านี้ เป็นเงินที่ฉันตื่นตีสามขึ้นมานวดแป้ง ทำซาลาเปาจนหลังขดหลังแข็ง ไม่ใช่เงินจากเบี้ยเลี้ยงทหารของพี่เฉินที่ส่งมาให้คุณเก็บไว้เล่นการพนันใต้ถุนบ้านสักหยวนเดียว ถ้าคุณยังกล้ากล่าวหาฉันลอยๆ อีกละก็... ฉันจะไปฟ้องหัวหน้าหมู่บ้านให้มาเคลียร์เรื่องที่คุณแอบซ่อนเงินส่วนกลางของครอบครัวเอาไว้แต่ผู้เดียวเหมือนกัน!"
คำพูดที่เฉียบคมราวกับใบมีดกรีดลงกลางใจ ทำให้จางชุ่ยฮวาสำลักน้ำลายตัวเองหน้าดำหน้าแดง นางอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว เนื่องจากความลับเรื่องเงินสะสมที่นางแอบอมไว้ถูกจี้ใจดำเข้าอย่างจัง
หลินซูเหมยไม่รอให้หญิงแก่ได้ตั้งตัว เธอจูงมือลูกๆ ทั้งสองคนก้าวเดินผ่านร่างที่ทรุดอยู่กับพื้นดินเข้าไปในบ้านพักอย่างสง่างาม ทิ้งให้เสียงนินทาและเสียงถอนหายใจของชาวบ้านดังไล่หลังมาไม่ขาดสาย
ภายในบ้านพักหลังเล็กที่เคยอับทึบ บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยความสุขและความอบอุ่น ห่อผ้าถูกแกะออกเผยให้เห็นเสื้อผ้าชุดใหม่กลิ่นหอมสะอาด เป่าเป่ย์กระโดดโลดเต้นอยู่บนเตียงเตาอุ่น ส่วนต้าวเวยช่วยมารดาจัดเรียงสมุดและดินสอลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ อย่างทะนุถนอม
หลินซูเหมยเดินไปเปิดหน้าต่างเพื่อรับลมบริสุทธิ์ยามบ่าย ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะหันมาเตรียมวัตถุดิบสำหรับมื้อเย็น เพื่อฉลองความสำเร็จในการช้อปปิ้งครั้งแรก...
เสียงฝีเท้าหนักแน่นคุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ของนายทหารหนุ่มในเครื่องแบบที่เพิ่งกลับจากการฝึกซ้อมอย่างเร่งรีบ ดวงตาคมกริบของเฉินเหว่ยกวาดมองข้าวของกองโตในห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของภรรยาคนสวย พร้อมกับประโยคคำถามที่ทำให้หัวใจของหลินซูเหมยกระตุกวูบ
"ซูเหมย... เกิดเรื่องอะไรขึ้นที่หน้าบ้าน ทำไมแม่ถึงล้มอยู่ตรงนั้น และ... ของพวกนี้ เธอเอาเงินจากไหนมาซื้อกันแน่?"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนหลินฮวายุคปฏิรูปมาจนถึงตอนนี้นะคะ!
คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม•ตอนที่ 14
ซื้อของเข้าบ้านแบบจัดเต็ม
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!