"ตะกร้าไม้ไผ่ใบนี้น้ำหนักเบาเกินไปสำหรับแป้งสาลีเกรดพรีเมียมสามสิบชั่งนะคะ ป้าว่าสายตาของคนในกองอำนวยการผลิตช่วงนี้ชักจะฝ้าฟางเสียแล้วกระมัง ถึงได้มองไม่เห็นความผิดปกติอะไรเลย"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือแววเยียบเย็นของ ‘สหายผู้กองเฉินเหว่ย’ ดังขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ท่ามกลางความเงียบงันของห้องเก็บเสบียงท้ายหมู่บ้าน หลินซูเหมยสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบไปชั่วขณะ แต่นางยังคงรักษาความนิ่งสงบไว้บนใบหน้าได้อย่างแนบเนียน มือเรียวที่กำลังตักแป้งสาลีสีขาวบริสุทธิ์จากมิติพิเศษเทลงสู่กระสอบผ้าใบหยาบชะงักค้างไปเสี้ยววินาที ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ
ให้ตายเถอะค่ะ... ผู้ชายคนนี้ประสาทสัมผัสไวเสียยิ่งกว่าสุนัขตำรวจในยุคศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดเสียอีก!
ซูเหมยค่อยๆ หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับสามีในนาม ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่บัดนี้ปลดกระดุมคอเสื้อออกเม็ดหนึ่งเผยให้เห็นลำคอแข็งแกร่งและหยาดเหงื่อบางเบาจากการฝึกซ้อม ดวงตาคมกริบราวกับพยัคฆ์คู่นั้นกำลังจ้องมองนางด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก เต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้ความนิ่งขรึม
"ผู้กองเฉิน... มาตรวจคลังเสบียงดึกดื่นแบบนี้ ไม่กลัวชาวบ้านเขาจะนินทาเอาหรือคะว่าสามีภรรยาแอบมาสืบสวนกันเอง?" ซูเหมยแย้มยิ้มบางๆ ที่มุมปาก พยายามกลบเกลื่อนพิรุธด้วยการเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนสะอาดเอี่ยม กลิ่นหอมจางๆ ของแป้งหมักและเครื่องเทศชั้นดีที่ติดตัวนางมาจากการแปรรูปสินค้าในมิติยังคงฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศรอบตัว
เฉินเหว่ยไม่ตอบทันที เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว ย่างก้าวของนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชคโชนนั้นเงียบเชียบและทรงพลัง ร่างสูงโปร่งของเขาหยุดยืนห่างจากนางเพียงแค่เอื้อมมือ กลิ่นอายบุรุษเพศที่ผสมผสานกับกลิ่นอายฝุ่นดินและเหงื่อไคลจางๆ ลอยเข้าแตะจมูก ซูเหมยเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว นางเกลียดนักเวลาที่เขาใช้สายตาคู่นี้มองมา—สายตาที่เหมือนมองทะลุเปลือกนอกเข้าไปถึงความลับดำมืดในจิตวิญญาณของนาง
"ฉันไม่ได้มาสืบสวนฐานะสามี แต่ฉันมาในฐานะหัวหน้าครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบความปลอดภัยของบ้านหลังนี้" เฉินเหว่ยเอמהเสียงต่ำ มือหนายื่นออกไปแตะขอบตะกร้าไม้ไผ่ที่ซูเหมยเพิ่งนำออกมาจากมิติเมื่อครู่ "แป้งนี่... เนื้อเนียนละเอียดเกินกว่าที่สหกรณ์การเกษตรอำเภอเราจะจัดสรรได้ แม้แต่แป้งโควตาพิเศษของกองทัพภาคเหนือก็ยังหยาบกว่านี้ครึ่งส่วน ซูเหมย... เธอเอาของเหล่านี้มาจากไหน?"
คำถามนั้นคมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกน บรรยากาศภายในห้องเก็บเสบียงอับทึบพลันอึดอัดขึ้นมาทันตาเห็น แม้ข้างนอกจะมีเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงม แต่ภายในรัศมีสองเมตรนี้กลับเงียบสงบจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
ซูเหมยหรี่ตาลงเล็กน้อย สมองหมุนเร็วจี๋เพื่อหาข้ออแก้ตัว นางจะบอกความจริงเรื่องมิติวิเศษไม่ได้เด็ดขาด ในยุคสมัยที่การล่าแม่มดและการตรวจสอบทางอุดมการณ์ยังเข้มข้น หากใครรู้ว่านางมี "พื้นที่ลับ" ที่สามารถผลิตสินค้าชั้นเลิศออกมาได้อย่างไร้ขีดจำกัด นางคงไม่แคล้วถูกส่งตัวไปเข้าค่ายดัดสันดานฐานเป็นพวกงมงายหรือสายลับต่างชาติเป็นแน่แท้
"ถ้าฉันบอกว่า... เป็นของที่ญาติทางใต้ส่งผ่านมาให้ลับๆ ล่ะคะ?" ซูเหมยเลือกใช้คำโกหกคำโตอย่างลื่นไหล ดวงตากลมโตสบตากับเขาตรงๆ ไม่มีอาการหลบสายตาแม้แต่น้อย "คุณก็รู้ว่าตระกูลหลินของฉัน... อ้อ, หมายถึงญาติห่างๆ ที่เคยทำธุรกิจค้าขายก่อนยุคปฏิรูป พวกเขาอาจจะพอมีเส้นสายเหลืออยู่บ้าง"
"ญาติทางใต้?" เฉินเหว่ยทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของเขาช่างแห้งแล้งและน่าหมั่นไส้เสียจริง "ญาติคนไหนกันที่มีปัญญาขนแป้งสาลีเกรดเอและน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ข้ามมณฑลมาให้เธอท่ามกลางการตรวจค้นเข้มงวดของหน่วยลาดตระเวนชายแดน? แถมยังไม่มีรอยประทับตราสินค้าจากโรงงานไหนเลยสักแห่ง"
ซูเหมยเม้มริมฝีปากแน่น เริ่มรู้สึกหงุดหงิดกับความช่างสังเกตเกินเหตุของสามีคนนี้ ตาบ้านี่! จะฉลาดเป็นกรดไปไหนกันนะ? ถ้าเขาเป็นผู้กองในกองทัพ คงจับคนร้ายได้หมดทั้งมณฑลแน่ๆ เว้นเสียแต่ว่าคนร้ายคนนั้นคือเมียของตัวเอง!
"ถ้าคุณไม่เชื่อ จะคิดเสียว่าฉันแอบไปขโมยมาจากไหนสักแห่งก็ได้ค่ะ!" ซูเหมยแกล้งทำเสียงประชดประชัน สะบัดหน้าหนีเล็กน้อย "เชิญคุณไปรายงานผู้ใหญ่บ้านหรือส่งตัวฉันให้คอมมิวนิตี้จัดการได้เลยนะคะ ฉันมันก็แค่สะภะตัวแสบที่สร้างความปวดหัวให้ตระกูลเฉินอยู่แล้วนี่!"
ทันใดนั้น มือหนาของเฉินเหว่ยก็เอื้อมมาคว้าข้อมือเรียวของนางไว้ บังคับให້ນางหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันมั่นคงและเด็ดขาดจนนางดึงมือกลับไม่ได้
"ใครบอกว่าจะส่งเธอให้คนอื่นจัดการ?" เสียงของเฉินเหว่ยอ่อนลงเล็กน้อย ทว่าแววตาซับซ้อนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "สิ่งที่ฉันกลัว... ไม่ใช่ว่าเธอเป็นสายลับหรือขโมยของหลวงมาหรอกซูเหมย แต่ฉันกลัวว่า... สักวันหนึ่ง สิ่งเหล่านี้จะนำอันตรายมาสู่ตัวเธอและลูกๆ ต่างหาก"
ซูเหมยชะงักไป ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคนี้ ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลซึมเข้าสู่ก้นบึ้งของหัวใจอย่างกะทันหัน นางมองใบหน้าคมคายที่มักจะเคร่งขรึมอยู่เสมอนั้น บัดนี้กลับฉายแววความห่วงใยที่จริงจังจนปิดไม่มิด
ตลอดเวลาที่ผ่านมา นางคิดมาตลอดว่าเฉินเหว่ยแต่งงานกับนางตามคำสั่งของผู้ใหญ่ และทนอยู่ร่วมชายคาเพราะหน้าที่และความรับผิดชอบต่อลูกชายฝาแฝดทั้งสอง แต่นางกลับหลงลืมไปว่า... ผู้ชายคนนี้แม้จะพูดน้อย แต่เขากลับสังเกตทุกรายละเอียดความเป็นไปในบ้านหลังนี้เสมอ
"ฉันดูแลตัวเองได้ค่ะ..." ซูเหมยหลบสายตา ปรับน้ำเสียงให้กลับมาแข็งกระด้างเช่นเดิมเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว "และลูกๆ ก็จะไม่เป็นอันตราย เพราะสิ่งที่ฉันทำ... ก็เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของเราให้อิ่มท้องและมีชีวิตที่ดีขึ้น คุณก็เห็นนี่คะว่าสองเดือนมานี้ ตระกูลเฉินของเราไม่ได้กินแค่เศษผักต้มเกลือเหมือนแต่ก่อนแล้ว"
เฉินเหว่ยถอนหายใจยาวนาน เขายอมปล่อยข้อมือนางแต่โดยดี ก่อนจะยื่นมือไปหยิบถุงแป้งสาลีขึ้นมาถือไว้พิจารณาอีกครั้ง
"ฉันไม่สนว่าของพวกนี้มาจากไหน... และจะทำเป็นมองไม่เห็นความผิดปกตินี้ก็แล้วกัน" เฉินเหว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่เต็มไปด้วยอำนาจเด็ดขาดที่ขัดแย้งกับประโยคถัดมา "แต่มีข้อแม้เดียว... ทุกครั้งที่เธอจะเอาของเหล่านี้ออกมาขายในตลาดมืด หรือแอบส่งให้ใครก็ตาม ต้องบอกฉันล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งวัน เพื่อที่ฉันจะได้จัดกำลังคนคอยคุ้มกันความปลอดภัยให้เธอ... เข้าใจไหม?"
ซูเหมยอ้าปากค้างเล็กน้อย มองสามีด้วยความคาดไม่ถึง นี่เขา... กำลังช่วยปกปิดความลับให้นางแถมยังเสนอตัวเป็นหน่วยคุ้มกันส่วนตัวให้อีกงั้นเหรอ? นายทหารผู้ซื่อตรงและยึดมั่นในระเบียบวินัยคนนี้ กำลังยอมแหกกฎระเบียบเพื่อภรรยาอย่างนั้นสินะคะ!
"คุณ... พูดจริงหรือคะ?" ซูเหมยถามย้ำด้วยความไม่แน่ใจ
"ทหารไม่เคยพูดเล่น" เฉินเหว่ยหันมามองนางด้วยหางตา พร้อมกับมุมปากที่ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ชนิดที่แทบมองไม่เห็น "โดยเฉพาะเรื่องของภรรยาตัวเอง"
บรรยากาศที่เคยตึงเครียดพลันมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความเงียบงันที่อบอุ่นและแปลกประหลาด ซูเหมยรู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะในอก นางกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่ตีตื้นขึ้นมา
ทันใดนั้นเอง!
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงวิ่งกระหืดกระหอบมาจากทางหน้าบ้านพัก พร้อมกับเสียงตะโกนโกลาหลของจางชุ่ยฮวา แม่สามีตัวแสบที่แผดเสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก
"เหว่ยออร์! ซูเหมย! ออกมาดูนี่เร็วจ้า! แย่แล้ว! ของในลานตากสินค้าของสหกรณ์ถูกใครไม่รู้ขโมยไปเกลี้ยงหมดเลย แถมยังมี... มีกลิ่นหอมแปลกประหลาดลอยออกมาจากบ้านของพวกแกนี่แหละ!"
ซูเหมยและเฉินเหว่ยสบตากันทันที ความตึงเครียดระลอกใหม่พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดในชั่วพริบตาเดียว!
----------------------------------------
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันมาตลอดนะคะ รักเสมอค่ะ! — หลินฮวายุคปฏิรูป
คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม•ตอนที่ 15
ความลับที่ยังคงเป็นความลับ
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!