กลิ่นหอมกรุ่นของพริกเสฉวนคั่วและน้ำมันงาที่ลอยอบอวลมาจากห้องครัวตระกูลเฉิน ไม่ได้ทำให้บรรยากาศภายในบ้านอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับแผดเผาความริษยาในใจของจางชุ่ยฮวาจนแทบจะมอดไหม้
"นังตัวดี... สามวันก่อนยังเห็นมันแบกหน้าซีดเซียวไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อแป้งหยาบมากวนให้ลูกกิน แต่วันนี้กลับมีทั้งเนื้อหมูสามชั้นติดมันชิ้นโต ทั้งไข่ไก่ฟองโตสีนวลตา แถมยังมีแป้งสาลีขัดขาวที่แม้แต่บ้านผู้ใหญ่บ้านยังต้องเก็บไว้รับแขกคนสำคัญ!"
จางชุ่ยฮวากัดฟันกรอด ดวงตาฝ้าฟางตามวัยแต่เต็มไปด้วยความโลภและความแค้นเคืองกวาดมองผ่านรอยแยกของประตูไม้เก่าๆ นางแอบซุ่มดูหลินซูเหมยลูกสะใภ้รองที่นางเคยคิดว่า เป็นแค่ผู้หญิงอ่อนแอหัวอ่อนที่หยิบจับอะไรก็พังคามือมาตลอด ทว่าภาพที่เห็นในเวลานี้กลับทำให้หัวใจของนางเต้นระส่ำด้วยความระแวง
ซูเหมยในชุดผ้าฝ้ายสะอาดสะอ้านกำลังงละเมียดง่วนอยู่กับการทำอาหาร มือเรียวขาวที่เคยหยาบกร้านบัดนี้กลับเนียนนุ่มขึ้นอย่างน่าประหลาด นางกำลังผัดหมูสามชั้นกับเต้าหู้แดงในกระทะเหล็ก เสียงซู่ซ่าของน้ำมันกระทบกับเครื่องเทศส่งกลิ่นหอมยวนใจไปทั่วตรอกซอกซอย เด็กหญิงเป่าเป่าและเด็กชายเป่าเล่อ ลูกๆ ทั้งสองของนางนั่งรออยู่หน้าเตาด้วยใบหน้าอิ่มเอิบอ้วนท้วน ผิวพรรณเปล่งปลั่งขึ้นจนผิดหูผิดตา ไม่หลงเหลือเค้าโครงของเด็กยากจนอดอยากเหมือนเมื่อก่อนแม้แต่น้อย
"มันไปเอาเงินมาจากไหน..." จางชุ่ยฮวากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "หรือว่า... หรือว่ามันแอบซ่อนเงินทองที่เฉินเหว่ยส่งกลับมาจากค่ายทหารไว้คนเดียว? หรือมันแอบไปทำเรื่องน่าอายอะไรลับหลังครอบครัวเรา!"
ความคิดชั่วร้ายผุดขึ้นมาในหัวสมองของแม่สามีจอมเจ้าเล่ห์ทันที สำหรับนางแล้ว ความร่ำรวยที่เกิดขึ้นในบ้านหลังรองนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องปกติ มันต้องมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ และความลับนั้น... สมควรเป็นของตระกูลใหญ่ผู้เป็นเจ้าบ้านอย่างนาง ไม่ใช่ของนังสะใภ้ไร้ค่าคนนี้!
ตึง!
ประตูกลอนไม้ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท จางชุ่ยฮวาก้าวเท้าพรวดพราดเข้ามาในครัวด้วยท่าทีคุกคาม กลิ่นอายความหาเรื่องแผ่ซ่านออกมาจากร่างท้วมของนางทันที
ซูเหมยชะงักมือที่กำลังตักอาหารใส่ชามเล็กน้อย นางไม่ได้แสดงอาการตกใจหรือลนลานอย่างที่แม่สามีคาดหวัง ตรงกันข้าม ใบหน้าหวานละมุนยังคงประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดา นางวางตะหลิวลงอย่างใจเย็น ก่อนจะหันมาสบตากับผู้เป็นแม่สามีด้วยแววตานิ่งAสงบและทรงพลัง
"โอ้ คุณแม่มาพอดีเลยค่ะ ลูกกำลังจะให้เป่าเป่าเอาซุปกระดูกหมูตุ๋นรากบัวไปถ้วยหนึ่งพอดี ช่วงนี้อากาศเริ่มเปลี่ยน เกรงว่าสุขภาพของคุณแม่จะไม่ค่อยสู้ดีนัก" ซูเหมยเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความประชดประชันไว้อย่างแนบเนียน
จางชุ่ยฮวาชะงักไปชั่วขณะเมื่อได้กลิ่นหอมเย้ายวนของซุปรากบัวที่ลอยเข้าจมูก น้ำลายในปากของนางสอขึ้นมาทันที แต่ความโลภและความสงสัยก็มีมากกว่า นางรีบสลัดความอยากอาหารออกไปแล้วใช้สายตาดุดันกวาดมองไปรอบครัว
"ไม่ต้องมาทำเป็นปากหวานเอาใจฉัน!" จางชุ่ยฮวาแผดเสียงแหลมสูง พลางเดินดุ่มๆ เข้าไปใกล้เตาไฟราวกับจะหาหลักฐาน "หลินซูเหมย เธอสารภาพมาเสียดีๆ ว่าไปขโมยเงินมาจากไหน! บ้านเรายากจนข้นแค้น แม้แต่ข้าวสารจะกรอกหม้อแทบไม่มี แต่เธอกลับมีเนื้อมีปลา มีแป้งขาวกินทุกวันแบบนี้ เธอไปทำชั่วอะไรมา ถึงได้มีเงินทองใช้จ่ายฟุ่มเฟือยขนาดนี้!"
เป่าเป่าสะดุ้งโหยงด้วยความกลัว ถอยหลังไปหลบอยู่หลังร่างของมารดา ส่วนเป่าเล่อส่งเสียงฮึดฮัดทำท่าจะปกป้องพี่สาวและแม่
ซูเหมยหุบยิ้มลงทันที ดวงตาคู่คมจ้องมองแม่สามีด้วยความเย็นชา นางก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวจางชุ่ยฮวาขึ้นอีกนิด สร้างแรงกดดันโดยไม่ต้องเปล่งเสียงดัง
"ขโมย? ทำชั่ว?" ซูเหมยทวนคำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น่าเกรงขามจนจางชุ่ยฮวาเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "คุณแม่พูดจาให้เกียรติลูกสะใภ้คนนี้ด้วยนะคะ เงินทุกหยวน อาหารทุกชิ้นที่ท่านเห็นในบ้านหลังนี้ ล้วนมาจากหยาดเหงื่อแรงงานและความสามารถของฉันทั้งสิ้น ไม่มีเงินจากกองกลางของตระกูลเฉินแม้แต่แดงเดียว และแน่นอนว่า... ไม่ได้มาจากการขโมยของใครด้วยค่ะ"
"เหลวไหล!" จางชุ่ยฮวาตบโต๊ะเสียงดังลั่น หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ "แค่ผู้หญิงอยู่บ้านเลี้ยงลูก จะไปหาเงินมากมายมาจากไหน! นอกจากเธอจะแอบซ่อนเงินเดือนของเฉินเหว่ย หรือไม่ก็... หรือว่าเธอไปคบชู้กับผู้ชายที่ไหนในตลาด! ถึงได้มีเงินซื้อของพวกนี้ปรนเปรอตัวเอง!"
เพียะ!
ไม่ใช่เสียงตบหน้า แต่เป็นเสียงวางชามกระเบื้องลงบนโต๊ะไม้อย่างแรงของซูเหมยที่ดังสนั่นจนจางชุ่ยฮวาต้องสะดุ้ง บรรยากาศในห้องครัวลดอุณหภูมิลดฮวบลงทันที รังสีความเฉียบขาดที่แผ่ออกมาจากร่างของซูเหมยทำให้แม่สามีผู้เคยกร่างถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
"ระวังปากด้วยนะคะคุณแม่!" ซูเหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบคม แววตาแข็งกร้าวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "การกล่าวหาลูกสะใภ้โดยไม่มีหลักฐาน นอกจากจะประจานความต่ำต้อยในจิตใจของคนพูดแล้ว มันยังทำให้ชื่อเสียงของตระกูลเฉินต้องมัวหมองด้วย ถ้าเฉินเหว่ยกลับมาแล้วรู้ว่าแม่ของเขาเที่ยวใส่ร้ายป้ายสีภรรยาตัวเองลับหลังแบบนี้ เขาจะรู้สึกอย่างไร... คุณแม่เคยคิดบ้างไหมคะ?"
ชื่อของเฉินเหว่ยทำเอาจางชุ่ยฮวาชะงักกึก แม้ว่านางจะไม่กลัวลูกสะใภ้ แต่นางย่อมเกรงกลัวบุตรชายคนรองผู้มีหน้าที่การงานมั่นคงในกองทัพ และขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดอยู่ไม่น้อย หากเฉินเหว่ยรู้เรื่องนี้เข้า มีหวังความสัมพันธ์แม่ลูกคงสั่นคลอนอย่างแน่นอน
"เธอ... เธอกล้าขู่ฉันเรอะ นังตัวดี!" จางชุ่ยฮวาชี้หน้าสะใภ้ด้วยความแค้นเคือง แต่เสียงเริ่มสั่นพร่า
"ฉันไม่ได้ขู่ค่ะ ฉันแค่พูดความจริง" ซูเหมยผ่อนลมหายใจยาวเพื่อระงับอารมณ์ นางรู้ดีว่าการปะทะคารมกับคนแก่หัวดั้นด้นอย่างจางชุ่ยฮวาไม่มีทางจบลงง่ายๆ หากไม่แสดงหลักฐานให้เห็นจะๆ หรือหาทางตัดไฟตั้งแต่ต้นลม
"ถ้าคุณแม่อยากรู้ว่าฉันเอาเงินมาจากไหนนัก... ได้ค่ะ" ซูเหมยแย้มยิ้มเย็นเยียบ ยื่นมือหยิบตะกร้าไม้สานที่คลุมด้วยผ้าขาวบางออก เผยให้เห็นห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ที่อัดแน่นไปด้วยธนบัตรจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นกำไรจากการขายซาลาเปาสูตรลับในตลาดมืดเมื่อวานนี้ "นี่คือเงินที่ฉันหามาได้ด้วยลำแข้งของตัวเองจากการค้าขายเล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ในเมื่อคุณแม่สงสัยนัก งั้นต่อจากนี้... อาหารทุกมื้อในบ้านหลังนี้ รวมถึงค่าใช้จ่ายส่วนตัวของคนในบ้าน ถ้าคุณแม่อยากได้ส่วนแบ่ง หรืออยากตรวจสอบ..."
ซูเหมยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่โลภโมละของจางชุ่ยฮวา นัยน์ตาคู่นั้นพราวระยับด้วยชั้นเชิงและกลยุทธ์ที่เหนือกว่า
"...เรามาทำสัญญาแยกบ้านกันอย่างเด็ดขาดในส่วนของค่าใช้จ่ายดีไหมคะ? ท่านจะได้ไม่ต้องมาคอยระแวงว่าฉันไปขโมยเงินใคร หรือทำเรื่องเสื่อมเสียที่ไหนอีก"
จางชุ่ยฮวาเบิกตากว้าง คาดไม่ถึงว่าลูกสะใภ้ที่เคยยอมก้มหัวให้ตลอดจะกล้าเสนอคำว่า 'แยกบ้าน' ออกมาต่อหน้าตนเองอย่างหน้าตาเฉย!
ขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน
ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มของชายหนุ่มผู้คุ้นเคยปรากฏขึ้นที่ธรณีประตู เฉินเหว่ยเพิ่งกลับมาจากการปฏิบัติภารกิจด่วน เขากวาดสายตาคมกริบมองมารดากับภรรยาที่ยืนเผชิญหน้ากันด้วยบรรยากาศคุคาม ก่อนที่สายตาของเขาจะหยุดนิ่งอยู่ที่ห่อธนบัตรจำนวนมากบนโต๊ะอาหาร และใบหน้าตื่นตระหนกของมารดา...
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางของซูเหมยด้วยดีเสมอมานะคะ
คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม•ตอนที่ 16
แม่สามีเริ่มระแวง
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!