จานแป้งทอดในมือของเฉินเหว่ยยังคงค้างอยู่กลางอากาศ ไอร้อนผ่าวจากผิวมันปลาบสะท้อนกับแสงตะเกียงน้ำมันสลัวในห้องครัวคับแคบ ทว่าความเงียบงันระหว่างเขากับหลินซูเหมยกลับหนาแน่นเสียยิ่งกว่าบรรยากาศยามราตรี
ดวงตาคมกริบของนายทหารหนุ่มกวาดมองภรรยาผู้เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน นางไม่ได้ก้มหน้าสะอื้นไห้หรือเอ่ยปากตัดพ้อเรื่องความอดอยากเช่นเคย ร่างระหงในชุดผ้าฝ้ายเก่าซีดกลับยืนหยัดอย่างมั่นคง แววตาทอประกายล้ำลึกที่เขาอ่านไม่ออก สะท้อนความเด็ดเดี่ยวและสติปัญญาที่ถูกซ่อนเร้นไว้ภายใต้ภาพลักษณ์อ่อนแอมานานแรมปี
"คุณ... จะทำอะไรกับแป้งพวกนี้" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างระแวดระวัง มือหนาวางจานแป้งลงบนโต๊ะไม้เนื้อหยาบอย่างเบามือ คล้ายกลัวว่าหากทำรุนแรงเกินไป ภาพตรงหน้าจะสลายกลายเป็นเพียงความฝัน
"ทำมื้อค่ำให้ลูกๆ กินอย่างไรคะ" หลินซูเหมยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ราบเรียบ นางกวาดสายตามองวัตถุดิบอันน้อยนิดในห้องครัวที่มีเพียงแป้งสาลีขึ้นราเล็กน้อยและผักกาดหัวเหี่ยวๆ มุมปากบางยกย่องขึ้นเล็กน้อยด้วยความมั่นใจ สำหรับเชฟมือทองและนักบริหารแฟรนไชส์ระดับประเทศในโลกเก่า วัตถุดิบเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหา แต่มันคือสนามประลองฝีมือชิ้นแรกในยุคเจ็ดสิบต่างหาก
ทว่า ก่อนที่นางจะลงมือปรุงอาหาร ม่านตาของนางก็พลันไหววับเมื่อจิตใจนึกถึงพื้นที่พิเศษในห้วงสำนึก—มิติซูเปอร์มาร์เก็ตเคลื่อนที่ที่ติดตามนางทะลุมิติมาด้วย!
ซูหมยหลับตาลงชั่วพริบตา ส่งจิตสัมผัสผ่านม่านหมอกสีขาวจางๆ ในห้วงความคิด ชั่ววินาทีนั้น ชั้นวางสินค้าอเนกประสงค์เรียงรายเป็นระเบียบ แสงไฟนีออนสว่างไสว กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศชั้นดี เนยสดแท้ และข้าวหอมมะลิคัดพิเศษลอยอบอวลอยู่ในโสตประสาทสัมผัส นางแอบลอบหยิบข้าวสารชั้นดีหนึ่งถุงเล็ก ไข่ไก่สดใหม่สี่ฟอง และหมูสามชั้นติดมันสวยงามออกจากชั้นวางในมิติเข้ามาซ่อนไว้ใต้กองผ้าเก่าในตู้ไม้ทันที โดยมีเฉินเหว่ยที่กำลังก้มหน้าก่อไฟในเตาถ่านเป็นฉากบังตาโดยไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติแต่อย่างใด
"พ่อคะ หิวจังเลย..." เสียงเล็กๆ แหบแห้งของเสี่ยวเป่า ลูกชายคนเล็กวัยสี่ขวบดังขึ้นพร้อมกับร่างผอมโซที่เดินกอดท้องเดินออกมาจากห้องนอนมืดๆ ตามด้วยเสี่ยวหลิง พี่สาววัยเจ็ดขวบที่ประคองน้องชายไว้อย่างทุลักทุเล ใบหน้าเล็กๆ ของทั้งคู่เหลืองซูบเพราะพิษไข้และความหิวโหย ดวงตากลมโตคู่นั้นมองมาที่มารดาด้วยความหวาดกลัว เจือความหวังริบหรี่
หัวใจของหลินซูเหมยกระตุกวูบ ความรู้สึกเจ็บแปลบสายหนึ่งแล่นพล่านไปทั่วอก นางไม่ใช่หลินซูเหมยคนเดิมที่ใจร้ายใจดำกับลูก แต่นางคือมารดาผู้พร้อมจะควักหัวใจออกมาแลกเพื่อให้เด็กน้อยทั้งสองรอดพ้นจากขุมนรกนี้
"เสี่ยวเป่า เสี่ยวหลิง มานี่เร็วลูก" ซูเหมยรีบก้าวเข้าไปคุกเข่าลงตรงหน้าลูกๆ สองคน นางดึงร่างเล็กที่ผอมแห้งเข้ามาโอบกอดไว้แนบอก ไออุ่นจากกายมารดาทำให้เด็กทั้งสองสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความไม่คุ้นเคย ก่อนที่เสี่ยวหลิงจะซบหน้าลงกับไหล่บางแล้วปล่อยโฮออกมาเสียงดัง
"แม่จ๋า... อย่าตีพวกเราอีกเลยนะคะ ลูกจะไม่ร้องขอขนมอีกแล้ว..."
คำพูดซื่อประียงสาของเด็กหญิงบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนเป็นแม่ หลินซูเหมยเม้มริมฝีปากแน่นจนห้ามน้ำตาไม่ให้เอ่อคลอไม่ได้ นางลูบศีรษะยุ่งเหยิงของลูกน้อยอย่างทะนุถนอม "แม่จะไม่ทำร้ายลูกอีกแล้วค่ะ ต่อไปนี้ แม่จะดูแลพวกเธอให้ดีที่สุด จะไม่มีใครอดอยากอีกต่อไป แม่สัญญา"
เฉินเหว่ยยืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม ภายใต้แสงไฟสีส้มสลัวจากเตาไฟ ใบหน้าคมคายของนายทหารหนุ่มฉายแววครุ่นคิด เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดภรรยาจึงเปลี่ยนไปราวพลิฝ่ามือ แต่ความอ่อนโยนที่นางมอบให้ลูกๆ นั้นไม่ใช่การเสแสร้งอย่างแน่นอน มันคือความรักความอาทรที่บริสุทธิ์ผุดผ่องจนเขาเผลอใจเต้นแรง
"ซูเหมย เธอ... ป่วยตรงไหนหรือเปล่า" เฉินเหว่ยเอ่ยถามเสียงเบา มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะหน้าผากนางเพื่อเช็คไข้ แต่แล้วก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศเมื่อซูเหมยเงยหน้าขึ้นสบตาเขา
"ฉันไม่ได้ป่วยค่ะ เฉินเหว่ย" นางตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและชัดถ้อยชัดคำ "ฉันแค่วันนี้ตาสว่างแล้ว ครอบครัวของเราจะทนอยู่อย่างอดอยากแบบนี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว"
พูดจบ นางก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ม้วนแขนเสื้อขึ้นเผยให้เห็นท่อนแขนเรียวขาว นางหยิบหมูสามชั้นที่แอบดึงออกมาจากมิติลับ ซ่อนไว้ใต้กองผักกาดก่อนจะหยิบมีดทำครัวขึ้นมา เสียงคมมีดกระทบเขียงไม้ดัง 'ฉับๆ' เป็นจังหวะสม่ำเสมอ รวดเร็วและคล่องแคล่วราวกับมืออาชีพจนเฉินเหว่ยถึงกับต้องหรี่ตามองด้วยความทึ่ง
กลิ่นหอมของไข่ไก่สดที่ถูกตอกลงในหม้อดินเผาใบเล็กเริ่มโชยกลิ่นหอมหวล หลินซูเหมยจัดการหุงข้าวสารชั้นดีจากมิติลับ เม็ดข้าวเรียงตัวสวยงามเมื่อถูกความร้อน ส่งกลิ่นหอมหวานละมุนของข้าวใหม่ลอยฟุ้งไปทั่วห้องครัวคับแคบ ตามด้วยการเคี่ยวหมูสามชั้นกับน้ำตาลทรายแดงและซอสลับจากมิติ จนเนื้อหมูเปื่อยนุ่มเป็นสีแดงฉ่ำวาว น่ารับประทานเป็นที่สุด
เวลาผ่านไปเพียงชั่วก้านธูปเดียว อาหารสามอย่าง ได้แก่ ข้าวต้มขาวข้นร้อนๆ ไข่ตุ๋นเนื้อเนียนดั่งแพรไหม และหมูตุ๋นน้ำแดงส่งกลิ่นหอมอบอวลยวนใจ ก็ถูกยกมาวางเรียงรายบนโต๊ะไม้เก่าๆ
เสี่ยวเป่าและเสี่ยวหลิงถึงกับเบิกตากว้าง อ้าปากค้างจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เด็กทั้งสองกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ กลิ่นหอมเย้ายวนนั้นรุนแรงเสียจนความหิวโหยในท้องร้องคำรามออกมาอย่างไม่อาจหักห้าม
"ทานได้เลยค่ะลูก" ซูเหมยตักข้าวต้มร้อนๆ ใส่ชามให้เด็กทั้งสองด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
เสี่ยวหลิงตักข้าวต้มคำแรกเข้าปาก ดวงตากลมโตก็เปล่งประกายระยิบระยับ รสชาติละมุนลิ้น หอมหวาน กลมกล่อม ละลายในปากอย่างไร้ที่ติ มันคืออาหารที่อร่อยที่สุดในชีวิตที่เด็กน้อยเคยสัมผัส! "อร่อย... อร่อยมากเลยค่ะแม่! อร่อยที่สุดในโลกเลย!"
เฉินเหว่ยตักข้าวเข้าปากเงียบๆ รสชาตินั้นทำให้หัวใจของนายทหารหนุ่มกระตุกวาบ อาหารธรรมดาๆ เหตุใดจึงปรุงออกมาได้รสชาติล้ำเลิศถึงเพียงนี้? เขามองภรรยาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความลุ่มหลงที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศภายในบ้านกำลังอบอวลไปด้วยความสุขและความหอมหวลของมื้ออาหาร เสียงทุบประตูด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงแหลมแสบแก้วหูของจางชุ่ยฮวา แม่สามีตัวแสบที่ตะโกนด่าทอเสียงดังลั่นซอย
"หลินซูเหมย! นังลูกสะใภ้อกตัญญู! แกกล้าดียังไงถึงแอบซ่อนอาหารไว้กินกันเองในครอบครัว คายออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นฉันจะแจ้งคอมมูนมาขับไล่พวกแกออกจากบ้านหลังนี้แน่!"
บรรยากาศในห้องครัวหยุดชะงักลงทันที เสี่ยวเป่าสะดุ้งโหย่งด้วยความหวาดกลัวจนโผเข้ากอดเอวบิดาแน่น เฉินเหว่ยขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าครึ้มลงทันตาเห็นด้วยความโกรธเกรี้ยว
หลินซูเหมยค่อยๆ วางชามในมือลง มุมปากบางยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น ดวงตาคู่สวยทอประกายความกร้าวแกร่งไร้ความหวาดกลัวใดๆ ทั้งสิ้น
นางหันไปมองหน้าสามี ชายหนุ่มพยักหน้าให้เบาๆ เป็นเชิงอนุญาตให้นางจัดการตามใจชอบ
ซูเหมยลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเดินตรงไปยังประตูบ้านอย่างมั่นใจ พร้อมจะต้อนรับ 'แม่สามีจอมปล้น' ด้วยกลยุทธ์ขั้นเด็ดขาดที่จะทำให้ตระกูลเฉินต้องจดจำไปตลอดชีวิต!
มือเรียวกระชากเปิดประตูออกอย่างแรง ทว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหลังประตูนั้น... กลับไม่ใช่ร่างอ้วนท้วมของแม่สามีอย่างที่นางคาดคิด แต่เป็นเงาร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มแปลกหน้าคนหนึ่งในชุดเสื้อคลุมกันหนาวสีเขียวทหาร ที่ยืนยิ้มกริ่มถือจดหมายตราประทับลับจากอำเภอส่งตรงมาถึงมือเฉินเหว่ยโดยเฉพาะ!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกชะตาชีวิตไปพร้อมกับซูเหมยนะคะ
คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม•ตอนที่ 2
มิติลับและความหอมของข้าวต้ม
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!