คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม•ตอนที่ 3

สั่งสอนแม่สามีที่ชอบฉกชิง

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
“วางถุงแป้งลงเดี๋ยวนี้ค่ะ แม่สามี” เสียงของหลินซูเหมยราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนทำให้มือเหี่ยวกร้านของจางชุ่ยฮวาที่กำลังควานหาของในตู้ไม้เก่าต้องชะงักกึก นางเงยหน้าขึ้นมาด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเคือง ริมฝีปากที่ทาด้วยสีซีดๆ สั่นระริก “แกเรียกใครว่าแม่สามี! นังสะใภ้อกตัญญู! ฉันเป็นแม่ของเฉินเหว่ย ของในบ้านนี้ก็คือของของลูกชายฉัน และลูกชายฉันก็คือเลือดเนื้อเชื้อไขของฉัน ดังนั้นฉันมีสิทธิ์จะหยิบจับอะไรก็ได้!” จางชุ่ยฮวาตะคอกกลับพลางพยายามจะหยิบห่อกระดาษสีน้ำตาลที่ซ่อนอยู่หลังหม้อดินเผาออกมา ซูเหมยไม่ได้ขยับตัวเข้าไปยื้อแย่ง นางเพียงยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบายๆ ทว่าสายตาที่มองจางชุ่ยฮวานั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งในฤดูหนาว “แม่คะ กฎระเบียบของหน่วยงานสามีฉันชัดเจนนะคะ การที่แม่บุกเข้ามาค้นบ้านพักข้าราชการโดยที่เจ้าของบ้านไม่อยู่ ถือเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัว หากฉันแจ้งท่านหัวหน้ากองว่ามีคนแปลกหน้าพยายามขโมยเสบียงที่กองทัพจัดสรรให้... แม่คิดว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรคะ?” จางชุ่ยฮวาชะงักไปทันที ความโลภในดวงตาถูกแทนที่ด้วยความลังเลชั่วครู่ ใครจะกล้ามีปัญหากับทหาร? โดยเฉพาะลูกชายคนโตของนางที่เป็นถึงนายทหารอนาคตไกล “แก... แกขู่ฉันรึ!” นางพ่นลมหายใจออกทางจมูก ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบห้องครัวที่ดูสะอาดสะอ้านเกินกว่าที่เคยเห็น ข้าวของถูกจัดวางเป็นระเบียบ กลิ่นจางๆ ของเครื่องเทศแปลกตากำลังอบอวลอยู่ในอากาศ ทำให้นางยิ่งรู้สึกขัดเคืองใจที่เห็นสะใภ้ที่เคยอ่อนแอคนนี้ดูดีขึ้นผิดหูผิดตา “ไม่ได้ขู่ค่ะ แต่พูดตามความจริง” ซูเหมยเดินเข้าไปใกล้ จังหวะการก้าวเท้าของนางมั่นคงและสง่างามผิดกับภาพลักษณ์เดิมที่จางชุ่ยฮวาเคยจดจำ นางหยิบห่อแป้งคืนมาจากมือของแม่สามีอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะวางลงบนโต๊ะด้วยเสียงดัง ‘ปัง’ เล็กน้อย “ถ้าแม่หิว หรือขาดแคลนอะไร ทำไมไม่บอกกันดีๆ คะ? การมาแอบรื้อค้นแบบนี้มันดู... ไม่ใช่สิ่งที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในหมู่บ้านทำกันนะคะ” คำว่า ‘ผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน’ กระแทกเข้ากลางใจของจางชุ่ยฮวาจนนางหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธจัด ในยุคสมัยที่ชื่อเสียงคือทุกอย่าง ใครจะยอมให้ถูกตราหน้าว่าเป็นคนขี้ขโมย? “ฉันไม่ได้มาขโมย! ฉันแค่จะมาดูว่าแกเอาเงินที่ลูกชายฉันส่งมาไปทำอะไรหมด!” จางชุ่ยฮวาแถต่อ พยายามกู้ศักดิ์ศรีคืน “ไอ้แป้งขาวนี่ ไหนจะน้ำมันพืชอีก แกเอาเงินไปละลายแม่น้ำหมดใช่ไหม? นังสะใภ้ผลาญสมบัติ!” ซูเหมยหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่สดใสและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจทำให้นางดูเปล่งประกาย นางเดินไปหยิบตะหลิวไม้แล้วเคาะกับขอบกระทะเหล็กเบาๆ เป็นจังหวะที่นุ่มนวลแต่กดดัน “แม่คะ เงินทุกหยวนที่เฉินเหว่ยส่งมา ฉันจดบันทึกไว้หมดค่ะ ส่วนที่แม่เห็นว่าบ้านเรามีกินมีใช้ นั่นเป็นเพราะฉันรู้จักพลิกแพลงค่ะ ไม่ใช่เพราะฉันผลาญสมบัติ” ซูเหมยขยับเข้าไปใกล้จางชุ่ยฮวาจนอีกฝ่ายสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมสะอาดสะอ้านจากตัวนาง “ถ้าแม่ไม่รีบกลับไปตอนนี้ ฉันเกรงว่าอาหารเย็นที่ฉันกำลังจะทำ เพื่อต้อนรับเฉินเหว่ยที่กำลังจะกลับจากค่ายวันนี้... อาจจะไม่มีเหลือถึงมือแม่นะคะ” จางชุ่ยฮวาอ้าปากค้าง นึกไม่ถึงว่าสะใภ้จะกล้าใช้ ‘ของกิน’ มาเป็นเครื่องมือต่อรอง นางได้ยินมาว่าคืนนี้เฉินเหว่ยจะกลับบ้าน และลูกชายคนนี้มักจะนำของติดไม้ติดมือกลับมาด้วยเสมอ หากนางทำตัวแย่ๆ ตอนนี้ มีหวังถูกลูกชายตำหนิเป็นแน่ นางกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ “ดี! งั้นฉันจะรอดูว่าเย็นนี้แกจะทำอะไรกิน ถ้าเป็นแค่ผักต้มน้ำใสๆ อย่าหาว่าฉันไม่สั่งสอนแก!” จางชุ่ยฮวาสะบัดหน้าเดินออกไปจากบ้านอย่างไม่สบอารมณ์ ทิ้งให้ซูเหมยยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความเงียบ ซูเหมยถอนหายใจออกมาเบาๆ มือบางเอื้อมไปลูบหน้าท้องตัวเองที่มีลูกๆ แอบหลบอยู่หลังประตูห้องนอน พวกเขาคงหวาดกลัวแม่สามีคนนี้มาก “ไม่เป็นไรนะเด็กๆ ต่อไปนี้จะไม่มีใครมารังแกเราได้อีก” นางพึมพำกับตัวเอง ซูเหมยหันกลับมาที่ครัว แววตาของนางเปลี่ยนเป็นจริงจัง นางหยิบเอา ‘วัตถุดิบพิเศษ’ ที่ซื้อมาจากมิติลับออกมา มันคือเนื้อหมูสามชั้นเกรดพรีเมียมและเครื่องเทศที่หาได้ยากในยุคนี้ นางเริ่มลงมือปรุง ‘หมูตุ๋นน้ำแดง’ สูตรลับเฉพาะ กลิ่นหอมหวานของน้ำตาลเคี่ยวกับซอสถั่วเหลืองและเครื่องเทศเริ่มฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณบ้าน กลิ่นนี้เข้มข้นจนคนข้างบ้านต้องเหลียวมอง ทว่า ในจังหวะที่ซูเหมยกำลังจะปิดฝาหม้อ เสียงเคาะประตูบ้านที่หนักแน่นและเป็นจังหวะที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* ซูเหมยชะงัก นี่มันยังไม่ถึงเวลาเลิกงานของเฉินเหว่ยไม่ใช่หรือ? นางเดินไปเปิดประตูด้วยความสงสัย แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับไม่ใช่สามีหนุ่ม ทว่ากลับเป็นชายแปลกหน้าที่สวมชุดทหารเก่าๆ ท่าทางดูมีพิรุธ เขายืนถือซองจดหมายสีน้ำตาลเข้มไว้ในมือแน่น “คุณคือภรรยาของเฉินเหว่ยใช่ไหม?” ชายคนนั้นถามเสียงต่ำ ดวงตาคู่คมกวาดมองไปทั่วบริเวณบ้าน “ผมมีเรื่องด่วนเกี่ยวกับภารกิจลับของเฉินเหว่ยที่ต้องแจ้งให้คุณทราบ... ตอนนี้เลย” ซูเหมยใจหายวาบ สัญชาตญาณบอกนางว่า นี่ไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน! ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกชะตาชีวิตไปพร้อมกับซูเหมยนะคะ หลินฮวายุคปฏิรูปขอขอบพระคุณจากหัวใจค่ะ
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%