คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม•ตอนที่ 1

ฟื้นขึ้นมาในร่างแม่เลี้ยงใจร้าย

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"ถ้าแกกล้าปล่อยให้ลูกฉันอดตายอีกแค่วันเดียว ฉันจะถลกหนังหัวแกมาทำรองเท้าเสียให้เข็ด! ยัยสะใภ้ขี้เกียจ หน้าไม่อาย ตื่นขึ้นมาแดกได้แล้ว!" แรงกระชากที่ไหล่ราวกับจะหลุดออกจากเบ้าพร้อมเสียงแผดเผาที่กรีดแทงแก้วหู ปลุกให้ 'หลินซูเหมย' สะดุ้งเฮือกขึ้นมาจากความมืดมิดอันว่างเปล่า กลิ่นอับชื้นของดินโคลนและกลิ่นคาวของจานชามที่หมักหมมปะทะเข้ากับจมูกจนอยากจะอาเจียน นี่มันเกิดอะไรขึ้น? เมื่อครู่เธอยังอยู่ในห้องครัวสแตนเลสสตีลสุดหรูในกรุงเทพฯ กำลังเคี่ยวซอสสูตรลับสำหรับมื้อค่ำระดับมิชลินสตาร์อยู่เลย! "มองหน้าฉันทำไม? ยังไม่รีบไปต้มข้าวต้มน้ำใสๆ นั่นอีก! วันนี้มีงานต้องทำที่แปลงนา ถ้าลูกชายฉันกลับมาเห็นว่าหลานๆ ผอมแห้งเหมือนลูกหมาหลงทางอีก แกได้เห็นดีกันแน่!" หลินซูเหมยพยายามปรับสายตาที่พร่ามัว ภาพตรงหน้าเริ่มชัดเจนขึ้น หญิงชราท่าทางดุร้ายในชุดผ้าฝ้ายสีมอซอที่ดูเก่าคร่ำครึยืนเท้าสะเอวอยู่ปลายเตียงไม้ไผ่ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่ขยับตัว ภายในห้องมืดสลัว ผนังดินเหนียวฉาบไม่เรียบดูเปราะบางจนน่าใจหาย ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอหลั่งไหลเข้ามาดั่งเขื่อนแตก... ยุค 70 ในหมู่บ้านชนบทอันห่างไกล ร่างกายนี้ชื่อ 'หลินซูเหมย' เช่นกัน เป็นสะใภ้ของตระกูลเฉินที่ถูกซื้อตัวมาด้วยเงินเพียงไม่กี่หยวน เป็นแม่เลี้ยงใจร้ายที่ทุบตีลูกติดของสามีและปรนเปรอตัวเองด้วยการแอบกินของดีๆ ในขณะที่เด็กสองคนต้องกัดก้อนเกลือกิน 'ให้ตายเถอะ... นี่ฉันทะลุมิติมาอยู่ในนิยายที่เคยอ่านผ่านตาในแอพฯ สินะ แถมยังเป็นร่างตัวประกอบที่จุดจบอนาถที่สุดในเรื่องอีก!' ซูเหมยแค่นยิ้มในใจ แววตาที่เคยหวาดกลัวแม่สามีเปลี่ยนไปเป็นความเรียบเฉยและเยือกเย็นอย่างที่จางชุ่ยฮวาไม่เคยเห็นมาก่อน เธอค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นจากเตียง ความเจ็บปวดจากการถูกทารุณกรรมแล่นปราดไปทั่วร่าง แต่จิตวิญญาณนักสู้ของเชฟมือหนึ่งอย่างเธอยังอยู่ครบ "แม่คะ..." ซูเหมยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่ทว่ากังวานหนักแน่น "ที่บอกว่าลูกหลานผอมแห้งน่ะ เป็นเพราะแม่ยึดเงินเดือนสามีฉันไปหมดจนไม่เหลือแม้แต่แป้งหมี่จะทำขนมปังไม่ใช่หรือคะ?" จางชุ่ยฮวาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแผดเสียงลั่น "แกกล้าเถียงฉันเรอะ!" ซูเหมยไม่รอให้แม่สามีได้ระเบิดอารมณ์ เธอเดินผ่านร่างนั้นไปอย่างสง่างาม แม้เสื้อผ้าจะขาดวิ่นแต่ท่วงท่ากลับดูสูงศักดิ์จนหญิงชรานึกหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก เธอเดินตรงไปที่ครัวหลังบ้าน ที่นั่นมีเด็กชายหญิงสองคนนั่งตัวสั่นงันงกอยู่กับเตาไฟที่ไม่มีแม้แต่เศษฟืน ดวงตากลมโตของเด็กหญิงตัวน้อยช้อนมองเธอด้วยความหวาดระแวง มือเล็กๆ กอดแขนน้องชายไว้แน่น "หิวมากใช่ไหม?" ซูเหมยถามเบาๆ พลางทรุดตัวลงนั่ง สายตาสำรวจไปรอบครัว ทุกอย่างว่างเปล่า... แต่ในความมืดมิดของห้วงสติ เธอกลับสัมผัสได้ถึง 'พื้นที่มิติ' ที่เธอคุ้นเคย มันคือคลังวัตถุดิบและอุปกรณ์ทำครัวที่เธอเคยเป็นเจ้าของ! 'พระเจ้า... อย่างน้อยก็ยังให้ของดีมาด้วย' ซูเหมยขยับนิ้วเล็กน้อยในแขนเสื้อ มือของเธอหยิบเอา 'แป้งสาลีเนื้อละเอียด' และ 'ไข่ไก่สด' จากมิติออกมาอย่างแนบเนียน เธอเริ่มจุดไฟ กลิ่นของความหิวโหยเริ่มถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของแพนเค้กไข่ทอดที่เธอกำลังลงมือทำอย่างรวดเร็วและประณีต จางชุ่ยฮวาเดินตามเข้ามา หวังจะด่าทอต่อ แต่กลิ่นหอมฟุ้งที่ลอยฟุ้งไปทั่วบ้านทำให้นางต้องกลืนน้ำลายลงคอ "นั่น... แกเอาแป้งมาจากไหน! ใครอนุญาตให้แกใช้!" "ถ้าอยากกิน ก็ไปหาเงินมาซื้อสิคะ" ซูเหมยตอบโดยไม่หันมอง มือยังคงบรรจงพลิกแผ่นแป้งในกระทะเหล็กเก่าๆ ที่เธอขัดจนสะอาดเงาวับ "ส่วนลูกของสามีฉัน ต่อไปนี้ฉันจะเลี้ยงเอง แม่ไม่ต้องยุ่ง... เพราะถ้าใครกล้ามาแตะต้องเด็กพวกนี้แม้แต่ปลายก้อย ฉันจะทำให้ตระกูลเฉินรู้ว่า 'นรกที่มีอาหารอร่อยๆ' มันเป็นอย่างไร" เด็กน้อยสองคนมองเธอราวกับเห็นนางฟ้า ส่วนจางชุ่ยฮวาอ้าปากค้างด้วยความโกรธจัดและตกตะลึงจนพูดไม่ออก ในขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าบูททหารก็ดังขึ้นจากหน้าประตูบ้าน ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นและคราบดินยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ดวงตาคมกริบกวาดมองภรรยาที่เขามองว่าร้ายกาจเสมอมาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "นี่มันเกิดอะไรขึ้น?" เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของ 'เฉินเหว่ย' ดังขึ้น ทำเอาบรรยากาศในบ้านที่เริ่มอบอุ่นกลับมาตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง ซูเหมยเงยหน้าขึ้น สบตากับสามีที่เธอเห็นในความทรงจำว่า 'เย็นชาและไร้หัวใจ' เธอวางตะหลิวลง ก่อนจะหยิบจานแป้งทอดร้อนๆ ก้าวเข้าไปหาเขาด้วยท่าทีนิ่งสงบ "ก็แค่จะทำให้คนในบ้านนี้อิ่มท้องสักมื้อ" เธอเอ่ยพลางยัดจานอาหารใส่มือเขา "ถ้านายไม่อยากให้ลูกอดตาย ก็ช่วยจัดการแม่นายให้เลิกวุ่นวายกับครัวของฉันเสียที... อ้อ แล้วก็อย่าลืมล้างมือล่ะ วันนี้ฉันอารมณ์ดี จะทำมื้อพิเศษให้กิน!" เฉินเหว่ยชะงักงัน จานแป้งทอดในมือเขาร้อนระอุ แต่ความรู้สึกที่แล่นผ่านหัวใจเขานั้นแปลกประหลาดกว่ามาก ขอบคุณที่ติดตามอ่านตอนแรกไปพร้อมกันนะคะ หวังว่าหลินซูเหมยจะกุมหัวใจรี้ดเดอร์ไว้ได้น้า!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%