คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม•ตอนที่ 31

ความเข้าใจที่เริ่มปรับจูน

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
เสียงตะหลิวเหล็กกระทบกับกระทะเหล็กหล้าดัง *เคร้งคร่าง* เป็นจังหวะหนักแน่น กลิ่นหอมฟุ้งของพริกแห้งคั่ว กระเทียมเจียว และน้ำมันหมูเคี่ยวใหม่ ๆ ลอยตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวคับแคบของบ้านตระกูลเฉิน ควันสีขาวนวลพวยพุ่งขึ้นสู่หลังคามุงกระเบื้องเก่า ๆ ท่ามกลางความชุลมุนยามเย็นที่ควรจะเป็นเวลาของการบ่นด่าและเสียงโวยวายของแม่สามี ทว่าวันนี้ บรรยากาศกลับถูกสะกดไว้ด้วยกลิ่นอายความอร่อยที่ยั่วยวนจนแทบกลืนน้ำลาย หลินซูเหมยในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีซีดแต่สะอาดสะอ้าน รวบผมยาวมัดเป็นมวยเรียบร้อยด้วยปิ่นไม้ไผ่เรียบง่าย เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าเนียนละมุน แต่แววตากลับเปล่งประกายความมั่นใจและเด็ดเดี่ยว มือเรียวบางตวัดตักเครื่องปรุงรสอย่างคล่องแคล่วว่องไว มิติลับในห้วงจิตสำนึกของเธอกำลังส่งเสียงเตือนเบา ๆ ถึงวัตถุดิบชั้นเลิศที่แอบซ่อนไว้ — หมูสามชั้นชิ้นหนานุ่มที่ถูกตุ๋นจนหนังใสละลายในปาก คลุกเคล้ากับรากผักชี กระเทียม และซีอิ๊วสูตรโบราณจากมิติ ยามที่มันเดือดปุด ๆ ส่งเสียง *ฉู่ฉ่า* ชวนให้ท้องไส้ปั่นป่วน เฉินเหว่ย นายทหารหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่เพิ่งเดินกลับจากการฝึกภาคสนามในค่ายทหาร ยืนนิ่งงันอยู่ที่ธรณีประตู สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีทอดมองแผ่นหลังของภรรยาที่ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่านางเป็นเพียงหญิงสาวเอาแต่ใจและดีแต่สร้างเรื่องน่าปวดหัว ทว่าภาพตรงหน้ากลับไม่ใช่หญิงสาวคนเดิมที่เขาเคยรู้จัก บนโต๊ะไม้ตัวเก่า มีจานอาหารเรียงรายอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเกินกว่าที่เคยเป็น ผัดถั่วฝักยาวใส่หมูสับสีเขียวสดกรอบ, ซุปไข่มะเขือเทศร้อน ๆ ส่งควันฉุย และจานเด็ดอย่าง 'หมูตุ๋นน้ำแดงซูเหมย' ที่ส่งกลิ่นหอมหววนจนแม้แต่สุนัขหน้าบ้านยังต้องน้ำลายสอ "ยืนบื้ออะไรอยู่ตรงนั้นล่ะคะ? น้ำล้างหน้าเตรียมไว้ให้แล้ว รีบไปล้างมือแล้วมานั่งเสียที อาหารจะเย็นชืดหมด" เสียงหวานกังสดาลเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับมามอง แต่ริมฝีปากอิ่มกลับยกยิ้มบางเบาอย่างรู้ทัน เฉินเหว่ยสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจแกร่งที่ผ่านสมรภูมิรบมาโชกโชนกลับเต้นผิดจังหวะด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่นุ่มนวลนั้น เขากลืนน้ำลายเหนียวลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นหอมของอาหารตีรวนขึ้นจมูกปลุกเร้าความหิวโหยที่หลับใหล ชายหนุ่มก้าวเดินเข้ามาอย่างเงียบเชียบ สายตายังสอดส่องไปทั่วบ้าน ลูกชายและลูกสาวตัวน้อยต่างนั่งรออยู่ที่โต๊ะด้วยแววตาเป็นประกายระยิบระยับ เสื้อผ้าของเด็ก ๆ สะอาดสะอ้าน ใบหน้าอิ่มเอิบ ไม่มอมแมมเหมือนหลายเดือนก่อนที่เขาเพิ่งกลับมาจากปฏิบัติภารกิจยาวนาน นี่ไม่ใช่บ้านที่เคยเต็มไปด้วยความอึมครึมและความหวาดกลัวจากการกดขี่ของนางจางชุ่ยฮวาผู้เป็นแม่ย่าอีกต่อไป แต่เป็นบ้าน... ที่มีกลิ่นอายของ 'ครอบครัว' อย่างแท้จริง จางชุ่ยฮวาที่เพิ่งเดินกลับมาจากบ้านเพื่อนบ้านด้วยท่าทางฟาดงวงฟาดงาตั้งใจจะมาหาเรื่องลูกสะใภ้เรื่องฟืนที่ยังผ่าไม่เสร็จ ชะงักกึกทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในเขตบ้าน กลิ่นหอมรุนแรงเตะเข้าจมูกจนคำด่าที่เตรียมไว้ในลำคอต้องกลืนกลับลงไปอย่างเสียไม่ได้ หญิงแก่กวาดตามองอาหารบนโต๊ะด้วยความอิจฉาริษยาจนตาขวาง "นังตัวดี! ทำอาหารกลิ่นหอมฟุ้งขนาดนี้ คิดจะผลาญเสบียงของบ้านเราให้หมดหรือไง? เงินทองที่หามาได้ ไม่รู้จักเก็บออม จะกินหรูอยู่สบายไปถึงไหน!" จางชุ่ยฮวาแผดเสียงแหลมสูงหมายจะทำลายบรรยากาศอันอบอุ่น หลินซูเหมยค่อย ๆ วางตะหลิวลง หันกลับมาเผชิญหน้ากับแม่สามีด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก แววตาฉลาดเฉลียวไร้ซึ่งความหวาดกลัวดังเช่นกาลก่อน "คุณแม่คะ เสบียงเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ฉันหามาได้ด้วยหยาดเหงื่อแรงกายของตัวเอง และเงินที่ได้จากการนำสมุนไพรป่าไปขายเมื่อวานก็เพียงพอที่จะซื้อหาเนื้อดี ๆ มาบำรุงสามีและลูก ๆ ที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหนัก ถ้าคุณแม่ไม่พอใจ จะลองชิมดูสักคำไหมคะ เผื่อว่ารสชาติจะช่วยให้จิตใจสงบลงและเลิกหาเรื่องคนในบ้านเสียที" คำพูดตอกกลับอย่างนิ่มนวลแต่เชือดเฉือนทำเอาจางชุ่ยฮวาหน้าชาไปแถบหนึ่ง นางอ้าปากพะงาบ ๆ จะอาละวาดต่อ แต่เมื่อหันไปสบเข้ากับสายตาดุคมกริบของบุตรชาย — เฉินเหว่ยที่ยืนจ้องนิ่งด้วยแววตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง นางก็ต้องหุบปากฉับอย่างจำยอม เฉินเหว่ยไม่เคยแสดงออกว่าเข้าข้างภรรยาอย่างออกนอกหน้า แต่วันนี้... รังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของสามี กลับปกป้องซูเหมยไว้อย่างชัดเจน เฉินเหว่ยหย่อนกายลงนั่งเก้าอี้ไม้ข้างกายภรรยา สายตาคมมองซูเหมยด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างลึกซึ้ง ความระแวงแคลงใจในอดีตมลายหายสิ้น เหลือเพียงความนับถือและความอบอุ่นที่ก่อตัวขึ้นในอก เขาตักหมูตุ๋นน้ำแดงชิ้นโตเข้าปาก รสชาติกลมกล่อม ละมุนลิ้น และเปี่ยมด้วยความใส่ใจอุ่น ๆ ทำให้นายกอล์ฟหนุ่มผู้แข็งกระด้างถึงกับนิ่งอึ้ง นี่คือผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าแต่งเข้ามาเพื่อเกาะกบ1ดกินไปวัน ๆ แต่ในความเป็นจริง นางคือหัวใจและเสาหลักที่ค้ำจุนบ้านหลังนี้ให้รอดพ้นจากพายุร้าย บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความเงียบสงบที่มีชีวิตชีวา เฉินเหว่ยคอยคีบชิ้นเนื้อที่ดีที่สุดใส่ถ้วยให้ลูก ๆ และอดไม่ได้ที่จะคีบผักผัดน้ำมันหอยชิ้นสวยวางลงในถ้วยของซูเหมยด้วยความเก้อเขินเล็กน้อย หลินซูเหมยชะงักไปนิด นางช้อนตาขึ้นสบกับดวงตาคมเข้มที่ทอดมองนางด้วยความลึกซึ้ง ไอร้อนจากซุปถ้วยโปรดลอยกรุ่นเคล้าคลอระหว่างคนทั้งสอง ราวกับกำแพงน้ำแข็งที่เคยขวางกั้นได้พังทลายลงอย่างเงียบเชียบ ทว่า... ความสุขมักอยู่ไม่นาน เมื่อจู่ ๆ เสียงทุบประตูดังปัง ๆ ที่หน้าบ้าน พร้อมกับเสียงตะโกนโหยหวนด้วยความตื่นตระหนกของหัวหน้าหมู่บ้านก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ "เฉินเหว่ย! หลินซูเหมย! ออกมาดูเร็วเข้า! แย่แล้ว... สินค้าล็อตใหม่ที่เธอเอาไปฝากขายที่ตลาดมืด ถูกเจ้าหน้าที่สหกรณ์พาคนมาล้อมจับไว้หมดแล้ว!" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางเติบโตไปพร้อมกับความสุข ความแซ่บ และความอบอุ่นของครอบครัวซูเหมยนะคะ หลินฮวายุคปฏิรูปสัญญาว่าจะเสิร์ฟความฟินและปมเข้มข้นให้จุใจในตอนหน้าแน่นอนค่ะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%