"ถ้าสะใภ้ใหญ่บ้านเฉินเอาแต่ขังตัวอยู่แต่ในครัว ป่านนี้เสบียงก้นไหคงขึ้นราหมดแล้วกระมัง ถึงอย่างไรเสีย ข้าวสารในยุคนี้ก็ไม่ใช่ของที่จะเอามาผลาญเล่นได้ตามใจชอบนะเพคะ"
เสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้รองตระกูลจ้าวลอยละลิ่วมาตามลม ปะปนมากับเสียงฝีเท้าที่ย่ำลงบนพื้นดินแห้งแล้งของหมู่บ้านหง싱 ในช่วงทศวรรษ 1970 ที่ความอดอยากยังเป็นเงาตามตัวชาวบ้านทุกคน การมีชีวิตรอดคือศิลปะอันยากลำบาก แต่วันนี้ กลางลานดินหน้าบ้านพักหลังน้อยของหลินซูเหมย กลับมีกลิ่นหอมประหลาดลอยอวลเตะจมูก ชนิดที่ทำให้คนเดินผ่านไปมาต้องหยุดชะงักและกลืนน้ำลายเอื้อมมือเกร็งโดยไม่รู้ตัว
หลินซูเหมยไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากเตาถังดินที่นางดัดแปลงขึ้นเอง นางกำลังใช้ตะหลิวไม้ไผ่พลิกแผ่นแป้งย่างสีทองอร่าม ที่ส่งเสียงซู่ซ่าเบาๆ ยามสัมผัสกับน้ำมันหมูเจียวหอมกรุ่น ด้านข้างมีหม้อดินเผาใบเล็กที่ต้มกระดูกหมูตุ๋นกับหัวไชเท้านิ่งๆ ไอความร้อนพวยพุ่งพร้อมกลิ่นหอมของขิงแก่และพริกไทยป่นที่ลอยฟุ้งไปไกลหลายลี้
นี่คือกลยุทธ์ขั้นแรกของนาง — "หว่านความหอม ล่อปลาใหญ่"
ย้อนกลับไปเมื่อคืนก่อน เฉินเหว่ย สามีหนุ่มนายทหารผู้เงียบขรึมของนาง กลับมาพร้อมรอยแผลเป็นใหม่และข่าวลับชิ้นโตจากค่ายทหาร ว่าด้วยนโยบายผ่อนปรนการค้าขายชายA ที่กำลังจะประกาศใช้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า นั่นหมายความว่า ประตูแห่งโอกาสกำลังจะเปิดออก แต่การจะก้าวไปถึงจุดนั้น นางจำเป็นต้องมี "หูตา" ในหมู่บ้าน และที่สำคัญที่สุดคือต้องลบภาพลักษณ์สะใภ้จอมขี้เกียจที่แม่สามีอย่างจางชุ่ยฮวาเพียรสรุปใส่ร้ายป้ายสีไว้เสียใหม่
"หอม... กลิ่นอะไรน่ะ แม่จ๋า ข้าหิวจังเลย"
เสียงเล็กๆ ของเจ้าก้อนแป้งทั้งสอง—เสี่ยวเป่าและเสี่ยวหมิง—วิ่งต้วมเตี้ยมออกมาจากห้องนอน ดวงตากลมโตเป็นประกายจ้องมองแผ่นแป้งทอดในกระทะด้วยความคาดหวัง ซูเหมยยิ้มอ่อนโยน นางย่อตัวลงใช้ผ้าสะอาดเช็ดเหงื่อบนหน้าผากให้ลูกชายคนเล็กเบาๆ
"อดใจรักษากิริยาไว้นะเด็กๆ วันนี้แม่ไม่ได้ทำไว้กินกันแค่ในครอบครัวหรอกจ่ะ... แต่เราจะเอาไปแบ่งปันให้เพื่อนบ้านที่น่ารักของเราได้ชิมกันบ้าง" ซูเหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงความนัย
ไม่นานนัก รอบรั้วไม้ไผ่เตี้ยๆ ก็เริ่มมีเงาร่างของชาวบ้านโผล่มามุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น นำทัพมาโดยป้าสะใภ้รองจ้าว ผู้ขึ้นชื่อเรื่องปากหอยปากปูและข่าวสารไวปานสายฟ้าแลบ ตามมาด้วยยายหลิว หญิงชราผู้รู้เรื่องราวทุกเม็ดในหมู่บ้านตั้งแต่สมัยสงคราม
"โอ๊ย แม่คุณเอ๊ย! นี่มันกลิ่นหมูสามชั้นตุ๋นกับอะไรกันนี่? สะใภ้ใหญ่ เธอไปเอาเนื้อพวกนี้มาจากไหน? หรือว่าแอบซ่อนเงินที่เฉินเหว่ยส่งกลับมาไว้ใช้คนเดียว!" ป้าสะใภ้รองจ้าวโพล่งขึ้นทันทีเมื่อเห็นซูเหมยยกหม้อดินลงจากเตา ดวงตาเป็นประกายด้วยความริษยาแกมตะกละ
ซูเหมยหัวเราะในลำคอเบาๆ นางค่อยๆ ตักแป้งทอดกรอบนอกนุ่มในใส่จานกระเบื้องเคลือบสีเก่า ชิ้นแล้วชิ้นเล่า กลิ่นหอมของต้นหอมซอยที่ผสมผสานกับมันหมูเจียวใหม่ๆ ยิ่งทำให้คนกลืนน้ำลายดังเอื๊อก
"ป้าสะใภ้รองพูดเกินไปแล้วค่ะ เงินเดือนของพี่เหว่ยมีทางไปที่ชัดเจนเสมอ... แต่วันนี้ฉันแค่อยากลองทำอาหารสูตรพิเศษจากบ้านเดิมมาแบ่งปันให้เพื่อนบ้านได้ลองชิมกันดูบ้าง ยุคสมัยนี้พวกเราชาวบ้านทำนาหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินกันมาเหน็ดเหนื่อย ถ้ามีของอร่อยพอกล้อมแกล้มเติมพลังได้ ก็น่าจะแบ่งปันกันจริงไหมคะ?"
นางยื่นจานแป้งทอดชิ้นโตที่หั่นแบ่งเป็นคำพอดีคำส่งให้ยายหลิวที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุด ยายหลิวทำท่าลังเลเล็กน้อย แต่ด้วยความหอมที่รaวนเรใจ นางจึงหยิบเข้าปากชิ้นหนึ่ง
ทันทีที่ผิวกรอบนอกแตกออก รสชาติความมันกลมกล่อมของหมูและเครื่องเทศก็กระจายทั่วปาก ยายหลิวถึงกับดวงตาเบิกกว้าง อุทานออกมาเสียงดัง "อร่อย! แป้งนี่กรอบนอกนุ่มใน รสชาติกลมกล่อมเหลือเกิน แม่เหมย เธอทำได้ยังไงกันนี่?"
เมื่อเห็นยายหลิวชม ชาวบ้านคนอื่นๆ ที่ยืนออกันอยู่หน้าบ้านก็เริ่มส่งเสียงฮือฮา ความหิวโหยในยุคข้าวยากหมากแพงทำให้กำแพงความระแวงพังทลายลงอย่างรวดเร็ว ป้าสะใภ้รองที่ตั้งท่าจะต่อว่าเมื่อครู่ ถึงกับกลืนน้ำลายเหนียวคอ ยื่นมือสั่นๆ เข้ามาใกล้จานอาหาร
"เอ่อ... ถ้าแบ่งปันกันจริง ฉัน ในฐานะป้าสะใภ้ ก็ควรจะได้ชิมเป็นคนแรกมิใช่หรือ?" ป้าสะใภ้รองกล่าวแก้เก้อ
ซูเหมยซ่อนรอยยิ้มเยาะไว้ใต้ใบหน้าที่สงบเสงี่ยม นางตักชิ้นที่อร่อยที่สุดยื่นให้ พร้อมกับเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่มีชั้นเชิง
"ยินดีอยู่แล้วค่ะป้า... ว่าแต่ ช่วงนี้ฉันได้ยินข่าวลือหนาหูว่า ทางการเตรียมจะเปิดให้มีการแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตรอิสระแถวอำเภอใกล้เคียง ไม่รู้ว่าป้าสะใภ้รองที่มีญาติอยู่ฝั่งนั้นพอจะรู้รายละเอียดวงในบ้างไหมคะ? ฉันเองก็สนใจอยากจะหาทางแบ่งเบาภาระครอบครัวอยู่พอดี"
ป้าสะใภ้รองเคี้ยวแป้งทอดตุงแก้ม พอได้ยินคำถามเชิงสอดรู้เรื่องชาวบ้าน เจ้าตัวก็รีบเคี้ยวแล้วกลืนลงคอทันที ลืมตัวไปเสียสนิทว่าเมื่อครู่เพิ่งจะมาหาเรื่องนาง
"อ๋อ! เรื่องนั้นน่ะเรอะ! ญาติฉันเพิ่งส่งจดหมายมาบอกเมื่อวานนี้เอง เขาบอกว่าทางการกำลังจะผ่อนปรนการตรวจตราตลาดมืดแถวสถานีรถเก่า แต่แกอย่าไปบอกใครเชียวนะ เพราะพวกสหกรณ์หมู่บ้านยังไม่อยากให้ใครรู้..." ป้าสะใภ้รองกระซิบกระซาบด้วยความกระตือรือร้นที่จะอวดรู้
ซูเหมยหรี่ตาลงเล็กน้อย บันทึกข้อมูลสำคัญนี้ไว้ในสมองทันที ได้มาแล้ว—ช่องทางและเวลาที่ตลาดมืดจะมีความเคลื่อนไหว! การลงทุนด้วยแป้งทอดไม่กี่ชิ้นวันนี้ ให้ผลตอบแทนเป็นข่าวสารที่ล้ำค่าเกินราคาเสียยิ่งกว่าอะไร
บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างชื่นมื่น ชาวบ้านต่างทยอยกันเข้ามารุมล้อมขอชิมอาหารฝีมือซูเหมย จนกระทั่งเกิดเสียงตบโต๊ะดังสนั่นขึ้นที่หน้าประตูรั้ว!
"พวกเธอกำลังทำอะไรกันวะ! นังสะใภ้ตัวดี! เอาเสบียงในบ้านไปแจกจ่ายให้คนนอกกินอย่างไร้ค่าแบบนี้ แกคิดจะทำให้ตระกูลเฉินของเราอดตายคาบ้านหรือไง!"
เสียงแหลมแสบแก้วหูของ "จางชุ่ยฮวา" แม่สามีผู้ไม่เคยสร้างสรรค์สิ่งใดนอกจากความปวดหัว พรวดพราดเข้ามาพร้อมกับสีหน้าบึ้งตึง ดวงตาขุ่นเคืองจ้องมองจานอาหารในมือชาวบ้านราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ บรรยากาศรอบลานบ้านเย็นเยียบลงในพริบตาเดียว
ซูเหมยค่อยๆ เงยหน้าขึ้น สบตากับแม่สามีด้วยแววตานิ่งสงบไร้ความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
"คุณแม่มาพอดีเลยค่ะ... ลูกกำลังคิดอยู่พอดีว่า จะชวนคุณแม่มาลองชิม 'แผนการทำเงิน' ที่ลูกเพิ่งคุยกับป้าสะใภ้รองเมื่อสักครู่นี้พอดี..." ซูเหมยแย้มยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ทำให้จางชุ่ยฮวาถึงกับชะงักกึกด้วยความสังหรณ์ใจแปลกๆ
แต่ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไรต่อ จู่ๆ ประตูรั้วหน้าบ้านก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อโค้ทกันหนาวสีเขียวทหารของ "เฉินเหว่ย" ก็ก้าวเข้ามา สีหน้าของสามีหนุ่มเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยความตึงเครียด ในมือของเขาถือกระดาษโทรเลขฉบับหนึ่งที่ยับยู่ยี่
"แม่... ซูเหมย..." เฉินเหว่ยเรียกชื่อภรรยาและแม่ด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาคมกริบกวาดมองทุกคนก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกลมหายใจในบริเวณนั้นหยุดชะงัก
"ทางการสั่งปิดเส้นทางขนส่งเสบียงทั้งหมด... และมีคำสั่งด่วนเรียกตัวผมให้กลับเข้าค่ายสนามรบชายแดนคืนนี้ทันที!"
หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะเพลิดเพลินและลุ้นระทึกไปกับก้าวสำคัญของซูเหมยนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม•ตอนที่ 8
พบปะชาวบ้านผู้หิวโหย
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!