"คุณจะไปไม่ได้นะคะ!"
ซ้ำร้ายกว่าคำสั่งด่วนที่เปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน ก็คือแววตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความกังวลระคนอาลัยของเฉินเหว่ย สามีหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่กำลังยืนนิ่งอยู่หน้าประธานบ้าน แผ่นหลังกว้างของเขาแบกรับภาระอันหนักอึ้งของประเทศชาติเอาไว้ แต่ในยามนี้ ดวงตาคู่นั้นกลับทอดมองเพียงร่างบางของหลินซูเหมยและลูกน้อยทั้งสองที่ยืนกุมชายเสื้อเธอไว้แน่น
กระดาษคำสั่งราชการตราประทับสีแดงสดในมือของเขาสั่นไหวเล็กน้อย
ถนนสายหลักถูกตัดขาดจากการประกาศภาวะฉุกเฉินระดับท้องถิ่น เนื่องจากปัญหาภัยแล้งรุนแรงที่แผ่ขยายวงกว้างจนดินแตกระแหง แม่น้ำสายหลักแห้งขอดจนเห็นท้องน้ำที่เต็มไปด้วยโคลนตม พืชผลในไร่นาของหมู่บ้านเริ่มเหี่ยวเฉาตายคาต้น เสียงชาวบ้านโอดครวญดังระงมไปทั่วทุ่ง ในสถานการณ์ที่บ้านเมืองกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตขาดแคลนเสบียงขั้นวิกฤต ทางการจึงจำต้องเรียกตัวนายทหารชั้นสัญญาบัตรอย่างเฉินเหว่ยกลับเข้าค่ายสนามรบชายแดนอย่างไร้กำหนดการลาพัก
หลินซูเหมยสูดลมหายใจเข้าลึก ภายในสมองที่เฉียบคมของเธอกำลังคำนวณตัวเลขและสถานการณ์อย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้เป็นเพียงแค่คุณแม่ลูกสองในยุคเจ็ดสิบธรรมดา แต่เธอยังมีระบบมิติพิเศษและคลังเสบียงลับที่สะสมไว้จากการค้าขายในตลาดมืด หากเฉินเหว่ยไม่อยู่ บ้านหลังนี้ย่อมตกเป็นเป้าสายตาของจางชุ่ยฮวา แม่สามีจอมเจ้าเล่ห์ที่จ้องจะเข้ามาสูบเลือดสูบเนื้อและแย่งชิงเสบียงที่เธอซ่อนไว้ทันที
"คุณพี่ต้องไปทำหน้าที่ของตัวเองค่ะ... ส่วนเรื่องทางนี้ ให้เป็นหน้าที่ฉันเอง" ซูเหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่มั่นคง แววตาของเธอไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวที่ทำให้เฉินเหว่ยรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาอย่างประหลาด
มือหนาเอื้อมมาจับมือเรียวของภรรยาไว้แน่น เนื้อตัวของเขายังคงไออุ่นของชายชาติทหาร "ซูเหมย... ผมเป็นห่วงคุณกับลูก เส้นทางขนส่งเสบียงถูกปิดตาย ชาวบ้านกำลังจะอดอยาก แปลงผักในมิติของคุณ..." เขาโน้มตัวกระซิบเบาๆ เพื่อไม่ให้เด็กๆ ได้ยิน "เก็บมันให้ดี อย่าให้ใครรู้เด็ดขาด แม้แต่แม่ผมเองก็ไว้วางใจไม่ได้"
"ฉันรู้ค่ะ คุณพี่รีบไปเถอะค่ะ ก่อนที่รถบรรทุกทหารคันสุดท้ายจะออกเดินทาง" ซูเหมยยิ้มบางๆ ส่งสายตาให้กำลังใจสามี แม้ในใจจะรู้ดีว่าวิกฤตภัยแล้งครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่มันมีกลิ่นอายของการทุจริตและกักตุนสินค้าจากกลุ่มคนบางกลุ่มในอำเภอซ่อนอยู่
เสียงสตาร์ทเครื่องยนต์รถบรรทุกทหารคำรามกึกก้องท่ามกลางฝุ่นตลบ เฉินเหว่ยหันกลับมามองภรรยาและลูกเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะก้าวขึ้นรถไปอย่างจำใจ ทิ้งให้ซูเหมยยืนหยัดอยู่ท่ามกลางลมร้อนที่พัดพาเอาฝุ่นผงเข้ามาในบ้าน
ยังไม่ทันที่ฝุ่นควันจะจางหาย ร่างอวบอ้วนของจางชุ่ยฮวา แม่สามีตัวแสบก็ก้าวเข้ามาในบ้านด้วยท่าทีวางโต สองมือเท้าสะเอว ปากก็ร้องโวยวายเสียงแหลมสูงทันทีที่เห็นลูกชายจากไป
"นี่ยัยซูเหมย! สามีแกไม่อยู่แล้ว อย่าคิดว่าจะทำตัวเป็นคุณนายเสวยสุขได้นะ! ไหนล่ะแป้งสาลีขาวกับเนื้อหมูที่แกซ่อนไว้ในครัว เอาออกมาเดี๋ยวนี้! ชาวบ้านเขาไม่มีอะไรจะกินกันหมดแล้ว แกต้องเอาเสบียงออกมาแจกจ่ายให้คนในตระกูลเฉินเราก่อน!"
จางชุ่ยฮวาจงใจเปล่งเสียงให้ดังลั่น เพื่อเรียกชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาให้เข้ามามุงดู หวังจะใช้ความกดดันทางสังคมบังคับให้สะภายนอกคอกอย่างเธอต้องยอมจำนน
ซูเหมยหรี่ตามองแม่สามีที่กำลังแสดงละครตบตาผู้คนด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ เธอค่อยๆ วางตะหลิวในมือลง เดินนวดย่างสามขุมออกมาที่หน้าประด้วยท่าทีสง่างามราวกับพญาหงส์ ผิดกับหญิงชาวบ้านทั่วไปที่อกสั่นขวัญแขวนยามเผชิญหน้ากับแม่สามีจอมโหด
"แม่พูดเรื่องอะไรคะ? เสบียงอะไรกัน บ้านเราแทบจะไม่มียกร่องข้าวสารกรอกหม้ออยู่แล้วค่ะ ภัยแล้งครั้งนี้เล่นงานทุกคนเหมือนกันหมด หรือว่าแม่มีเสบียงสำรองซ่อนเอาไว้ ถึงได้เที่ยวมาเที่ยวไถนาเอาจากบ้านคนอื่นแบบนี้คะ?" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนของซูเหมยทำเอาจางชุ่ยฮวาถึงกับหน้าชา
"นัง... นังสะสัยเนรคุณ! แกกล้าดียังไงมาพูดจากวนประสาทฉัน! แกแอบซ่อนของดีไว้กินคนเดียว ฉันเห็นนะว่าเมื่อวานแกเพิ่งหอบห่อผ้าใบใหญ่อะไรเข้าบ้าน!" จางชุ่ยฮวาปรี่เข้ามาทำท่าจะหยิกแขนซูเหมยด้วยความโมโห
ทว่า ซูเหมยกลับก้าวหลบอย่างว่องไว พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในที่นั้นต้องชะงักงัน
"ถ้าแม่ยังไม่หยุดโวยวายแล้วใส่ร้ายฉันกลางหมู่บ้านแบบนี้... ฉันจะไปบอกผู้ใหญ่บ้านเรื่อง 'บัญชีลับกักตุนแป้งสาลี' ที่แม่แอบซ่อนไว้หลังบ้านของลุงรอง... อยากลองดูกไหมคะว่าใครจะเดือดร้อนกว่ากัน?"
บรรยากาศรอบตัวเงียบกริบลงทันที จางชุ่ยฮวาหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งคำพูดจะเถียงกลับ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด นังสะใภ้บ้านนี้มันไปรู้เรื่องบัญชีลับนั้นได้อย่างไร!
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังอยู่ในกำมือของซูเหมย เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับร่างของชายแปลกหน้าในชุดสูทสากลสมัยใหม่ ผิวขาวสะอาดสะอ้าน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่บนใบหน้าคมคาย ก้าวเข้ามาในบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต
"สวัสดีครับคุณสะใภ้เฉิน... ผมได้ยินว่าคุณมี 'สินค้าเกรดพรีเมียม' ที่ตลาดมืดกำลังต้องการอย่างมาก ซ่อนเอาไว้ในมือสินะครับ?"
ซูเหมยหันขวับไปมองผู้มาใหม่ หัวใจกระตุกวูบ ทันทีที่สบเข้ากับดวงตาคู่นั้น เธอก็ตระหนักได้ทันทีว่า... ความลับเรื่องมิติพิเศษของเธอ กำลังจะถูกเปิดโปงโดยบุคคลที่อันตรายที่สุดในมณฑลนี้แล้ว!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความแซ่บและคราบน้ำตาของซูเหมยนะคะ!
คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม•ตอนที่ 9
วิกฤตที่ไม่ได้เตรียมตัว
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!