คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม•ตอนที่ 10

สัญญาณแห่งการเปลี่ยนแปลง

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"ถ้าสะใภ้รองอย่างเจ้ากล้าเอาแป้งขาวพวกนี้ไปทำขนมขายลับหลังข้าล่ะก็... อย่าหาว่าข้าคนนี้ไม่เตือน!" เสียงแหลมสูงของจางชุ่ยฮวาแผดลั่นจนฝูงไก่ในเล้าหลังบ้านแตกตื่นกระเจิง แม่สามีตัวแสบยืนเท้าสะเอว ขวางประตูห้องครัวไว้ด้วยร่างอ้วนท้วน สายตาดุร้ายกวาดมองถุงแป้งสาลีเนื้อเนียนละเอียดบนโต๊ะไม้ด้วยความโลภที่ปิดไม่มิด หากไม่ใช่เพราะหลินซูเหมยใช้สายตาคมกริบราวกับใบมีดหันกลับไปมองนิ่ง ๆ พร้อมรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ป่านนี้แป้งชั้นดีราคาแพงพวกนั้นคงถูกขโมยไปซุกไว้ในห้องของลูกสาวโปรดปรานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เสียแล้วค่ะ หลินซูเหมยไม่ได้กล่าววาจาใดโต้ตอบในทันที นางเพียงค่อย ๆ วางกระบวยไม้ในมือลงกระทบขอบหม้อตุ๋นเสียงดัง กังวาน กลิ่นหอมกรุ่นของพะโล้สูตรลับที่เคี่ยวด้วยรากผักชี กระเทียมสด และเครื่องเทศนานาชนิดกำลังโชยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ มันเป็นกลิ่นที่ยั่วยวนจนทำให้คนที่กำลังยืนแยกเขี้ยวใส่ต้องแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างไม่รู้ตัว "แม่สามีพูดเรื่องอะไรกันหรือคะ?" ซูเหมยเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความเฉียบคมไว้ทุกพยางค์ "แป้งพวกนี้เป็นของที่เฉินเหว่ยส่งจดหมายและเงินส่วนตัวมาให้ฉันซื้อบำรุงลูก ๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับกองกลางของบ้านเราเลยสักนิด หรือว่า... ท่านแม่อยากจะกินส่วนของหลาน ๆ ขึ้นมาอีกแล้วล่ะคะ?" คำพูดแทงใจดำทำเอาใบหน้าย่น ๆ ของจางชุ่ยฮวาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ นางอ้าปากเตรียมจะแผดเสียงด่าทอชุดใหญ่ตามนิสัยเดิม แต่ยังไม่ทันจะได้เปล่งเสียง ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าสีเขียวเข้มของนายทหารหนุ่มก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนซ้อนอยู่ด้านหลังภรรยาเสียก่อน เฉินเหว่ยไม่ได้เอ่ยถ้อยคำหยาบคาย รังสีความกดดันรอบตัวที่สะสมมาจากสนามฝึกและค่ายทหารต่างหากที่แผ่ซ่านออกมาจนทำให้จางชุ่ยฮวาต้องหุบปากฉับ ถอยหลังกรูดไปสามก้าวด้วยความหวาดหวั่นโดยอัตโนมัติ "แม่ครับ..." เฉินเหว่ยเอ่ยเสียงต่ำ ทุบทำลายความเงียบอันอึดอัด "ช่วงนี้ลูก ๆ ต้องใช้จ่ายเรื่องเรียนและสุขภาพ ถ้าแม่ยังมายุ่งวุ่นวายกับเสบียงของครอบครัวผมอีก ผมคงต้องปรึกษากับหัวหน้าหมู่บ้านเรื่องการแยกบ้านให้เด็ดขาดกว่าเดิม" คำว่า 'แยกบ้าน' เปรียบเสมือนคมหอกที่ปักอกจางชุ่ยฮวา เพราะนางรู้ดีว่าเงินเดือนทหารส่วนใหญ่ของเฉินเหว่ยคือแหล่งรายได้หลักที่คอยจุนเจือครอบครัวใหญ่ ถ้านางยังดื้อดึงจนลูกชายคนรองตัดสินใจแยกบ้านเด็ดขาดจริง ๆ มีหวังนางคงกลายเป็นคนไร้ค่าในสายตาชาวบ้านและสามีผู้แก่เฒ่าเป็นแน่ นางทำได้เพียงฮึดฮัดสะบัดหน้าหนี พึมพำด้วยความแค้นเคืองก่อนจะเดินกระแทកเท้าจากไป ซูเหมยลอบถอนหายใจเบา ๆ นางหันไปสบตากับสามี สายตาที่พวกเขามอบให้กันไม่มีคำว่าหวานเลี่ยน ทว่าเต็มไปด้วยความเข้าใจและความไว้วางใจอย่างลึกซึ้ง เฉินเหว่ยยื่นมือหยาบกร้านจากการฝึกซ้อมมาแตะไหล่นบางเบา ๆ เป็นเชิงให้กำลังใจ "เธอแน่ใจนะว่าจะเอาของพวกนี้ไปลองขายที่ตลาดเมืองหลวงอำเภอซานหลี่? มันเสี่ยงเกินไปสำหรับยุคนี้ที่ยังเข้มงวดเรื่องการค้าขายเอกชน" "ความจนต่างหากล่ะคะที่เสี่ยงยิ่งกว่า" ซูเหมยกล่าวตอบ นัยน์ตาทอประกายมุ่งมั่น "ถ้าเรามัวแต่กลัวเงาตัวเอง ลูก ๆ ของเราก็จะต้องทนกินแค่มันต้มแห้ง ๆ ไปตลอดชีวิต ฉันเตรียมแผนไว้หมดแล้วค่ะคุณ..." ยามค่ำคืนมาเยือน ความเงียบสงบปกคลุมไปทั่วหมู่บ้านเล็ก ๆ แต่ภายในห้องครัวของบ้านเรือนเฉิน ไฟตะเกียงยังคงสว่างไสว ซูเหมยกำลังง่วนอยู่กับการนวดแป้งด้วยความชำนาญ มือเรียวขาวขยับนวดคลึงแป้งสาลีผสมกับหัวเชื้อยีสต์ธรรมชาติจนเนียนนุ่มยืดหยุ่นได้ที่ ก่อนจะนำมาห่อไส้หมูสับติดมันเล็กน้อยปรุงรสด้วยต้นหอมซอยและขิงสดที่สับละเอียดจนเข้ากัน กลายเป็น 'ซาลาเปาทอดน้ำ' สูตรพิเศษที่ผิวด้านล่างกรอบเกรียมสีทองอร่าม ส่วนด้านบนนุ่มฟูส่งกลิ่นหอมฟุ้งทะลุกำแพงบ้านออกไปไกลจนเพื่อนบ้านข้างเคียงต่างพากันพลิกตัวไปมาด้วยความกลืนน้ำลาย นี่คืออาวุธชิ้นแรกในการปฏิวัติชีวิตของนาง! รุ่งอรุณของวันใหม่มาถึงอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางหมอกหนาทึบที่ปกคลุมทุ่งนา ซูเหมยสะพายย่ามผ้าใบใหญ่ที่บรรจุซาลาเปาทอดร้อน ๆ ห่อด้วยใบตองเพื่อเก็บรักษาความร้อนไว้แน่นหนา นางก้าวเดินเคียงคู่มากับเฉินเหว่ยที่คอยจูงจักรยานคู่ชีพ คอยระแวดระวังภัยรอบด้านให้ภรรยาอย่างเงียบเชียบ เป้าหมายของพวกเขาคือตลาดมืดหลังสถานีรถไฟเก่าในเมือง อำเภอซานหลี่ ที่ซึ่งกฎระเบียบของรัฐยังเอื้อมไปไม่ถึงอย่างเต็มที่ และเป็นแหล่งรวมของเหล่าพ่อค้าแม่ค้าเถื่อนที่หลบๆ ซ่อนๆ หาเลี้ยงชีพ เมื่อเดินทางมาถึง บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความพลุกพล่าน เสียงกระซิบกระซาบซื้อขายสินค้าแลกเปลี่ยนกันอย่างระแวงภัย ซูเหมยสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ นางเลือกมุมอับสายตาแต่เป็นทางผ่านของผู้ใช้แรงงานที่มักจะหิวโหยในช่วงเช้าตรู่ นางเปิดผ้าคลุมย่ามออก ชั่วพริบตานั้นเอง... กลิ่นหอมเย้ายวนของซาลาเปาทอดสูตรลับก็พวยพุ่งกระแทกจénจมูกผู้คนที่เดินผ่านไปมาทันที! "ซาลาเปาร้อน ๆ ไส้หมูแน่น ๆ แป้งกรอบนอกนุ่มในค่ะ! ลองชิมดูก่อนได้นะคะ!" เสียงใสหวานกังวานเอ่ยเชิญชวนอย่างมั่นใจ เรียกสายตาหลายคู่ให้หันขวับมามองด้วยความสนใจทันที เพียงไม่กี่นาที ลูกค้ากลุ่มแรกก็กรูเข้ามาล้อมวงซื้อจนมือแทบเป็นระวิง เงินหยวนเก่า ๆ ถูกยื่นแลกเปลี่ยนกับซาลาเปาร้อน ๆ จนยอดขายพุ่งทะยานอย่างรวดเร็วเกินคาด ซูเหมยแย้มยิ้มด้วยความพึงพอใจ ทว่าในจังหวะที่นางกำลังทอนเงินให้ลูกค้ารายสุดท้ายของล็อตแรกนั้นเอง มือหนาหยาบกร้านคู่หนึ่งก็ยื่นแบงค์ยับ ๆ มาวางตรงหน้า พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยขึ้นอย่างเย็นชาทำเอาบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงทันที "แม่ค้า... ซาลาเปานี่รสชาติดีไม่เบาเลยนี่ เจ้าเอาวัตถุดิบพวกนี้มาจากไหน... ในเมื่อทางการห้ามกักตุนแป้งขาวไม่ใช่หรือ?" ซูเหมยชะงักมือนิ่ง เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงช้า ๆ ร่างของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่สวมหมวกแก๊ปบังใบหน้าครึ่งหนึ่งยืนจ้องตานางเขม็ง รอยยิ้มมุมปากของเขาดูเจ้าเล่ห์และอันตรายจนนางสัมผัสได้ทันทีว่า... ปัญหารายใหญ่กำลังมาเยือนเข้าแล้ว! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%