"ถ้าสะใภ้ใหญ่ยังกล้าก้าวเท้าเหยียบเข้ามาในครัวของฉันอีกแม้แต่ก้าวเดียว อย่าหาว่าฉันไม่เตือนเรื่องไม้หน้าสามในมือ!"
เสียงตวาดแหลมสูงของแม่สามี 'จางชุ่ยฮวา' ดังทะลุกำแพงดินเหนียวเก่าคร่ำคร่าออกมา จนทำให้ไก่ชนที่ผูกไว้หน้าบ้านถึงกับสะดุ้งโหยงบินกระพือปีกหนีเตลิด แต่สำหรับ 'หลินซูเหมย' แล้ว เสียงโวยวายเหล่านั้นไม่ได้มีน้ำหนักมากไปกว่าเสียงแมลงวันน่ารำคาญตัวหนึ่ง
ซูเหมยยืนนิ่งอยู่หน้าเตาไฟเก่าๆ ริมห้องเก็บฟืน ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองไปรอบเรือนพักที่คับแคบและเต็มไปด้วยหยากไย่ ในยุค 1970 ที่ความอดอยากแร้นแค้นปกคลุมไปทั่วทุกหัวระแหง ครอบครัวเฉินถือเป็นหนึ่งในบ้านที่ยากจนข้นแค้นที่สุดในหมู่บ้านหง H-3 จางชุ่ยฮวาผู้เป็นแม่สามีมักจะผูกขาดกุญแจยุ้งฉางและคอยควบคุมแป้งหยาบกับมันเทศแห้งทุกลูกด้วยสายตาดุจเหยี่ยว เพื่อไม่ให้สะใภ้และหลานๆ ได้กินอิ่มท้อง
แต่จางชุ่ยฮวาคงคาดไม่ถึง... ว่าภายในร่างของหลินซูเหมยผู้เงียบขรึมคนเดิม บัดนี้ได้ถูกแทนที่ด้วยวิญญาณหญิงสาวยุคใหม่จากศตวรรษที่ 21 พร้อมกับ 'ซูเปอร์มาร์เก็ตอัจฉริยะ' ในมิติลับที่พกพาติดตัวมาด้วย
ซูเหมยเหลือบมองลูกน้อยทั้งสองคนที่กำลังนั่งแปะมือเล่นลูกปั้นดินเหนียวอยู่ที่มุมห้อง ใบหน้าซูบผอมและแก้มตอบของเด็กๆ ทำให้หัวใจของคนเป็นแม่อย่างเธอบีบรัดด้วยความเจ็บปวด ความแค้นระคนความมุ่งมั่นพุ่งพล่านขึ้นมาในอก ในเมื่อพวกเขากล้ากดขี่แม่ลูกคู่นี้ให้อดอยาก นางนี่แหละที่จะใช้ซูเปอร์มาร์เก็ตในมิติมาพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ทำให้ตระกูลเฉินต้องสยบแทบเท้า!
หญิงสาวแสร้งทำเป็นถอนหายใจยาวเหยียดด้วยท่าทีอ่อนแอ ก่อนจะเดินถือตะกร้าเปล่าหายลับเข้าไปในมุมมืดของห้องเก็บฟืนที่ไร้ผู้คนจับตามอง
เมื่อมั่นใจว่าไม่มีใครมองมา ซูเหมยก็หลับตาลงตั้งสจิตั้งมั่น เพียงชั่วพริบตาเดียว ร่างของเธอก็ถูกดูดวับหายเข้าไปในมิติลับ ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดมหึมาที่สว่างไสวด้วยหลอดไฟนีออน ชั้นวางสินค้าสูงตระหง่านเรียงรายด้วยอาหารชั้นเลิศ ข้าวสารขัดสีคุณภาพเยี่ยม เนื้อหมูสามชั้นติดมันวาววับ น้ำมันพืชขวดใส และเครื่องปรุงรสนานาชนิด ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนใจจนชวนน้ำลายสอ
"ฮึ่ม... อยากให้ฉันกินมันเทศแห้งจนติดคอดีนัก งั้นมื้อนี้เรามาเปลี่ยนบรรยากาศกันหน่อยดีกว่าค่ะ" ซูเหมยยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ดวงตาเป็นประกายระยับด้วยความสะใจ
นางเดินเลือกหยิบ 'ข้าวสารหอมมะลิชั้นดี' หนึ่งถุงใหญ่ 'หมูสามชั้นคัดพิเศษ' สองกิโลกรัมเต็มๆ 'เห็ดหอมแห้ง' 'พริกแห้ง' 'น้ำตาลทรายแดง' และที่ขาดไม่ได้คือ 'ซีอิ๊วขาวสูตรเข้มข้น' ของโปรดที่หาไม่ได้ง่ายๆ ในยุคนี้ ทุกอย่างถูกกองรวมกันไว้ ก่อนที่เธอจะแกล้งแบ่งสัดส่วนบางส่วนใส่ลงในตะกร้าไม่ไผ่เก่าๆ ที่ถือติดมือมา เพื่อตบตาคนภายนอกว่านี่คือเสบียงที่แอบซ่อนไว้ในกองฟืน
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ซูเหมยก็ก้าวออกจากมิติ กลับมายืนอยู่ที่มุมห้องเก็บฟืนตามเดิม พร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเครื่องเทศที่ติดกายมาจางๆ
นางหยิบหม้อดินเผาเก่าๆ ขึ้นมาตั้งเตา จุดไฟด้วยฟืนแห้งอย่างคล่องแคล่ว แม้สภาพแวดล้อมจะยากลำบาก แต่ด้วยทักษะเชฟระดับปรมาจารย์ที่ติดตัวมา การเนรมิตอาหารชั้นเลิศจากวัตถุดิบในซูเปอร์มาร์เก็ตจึงเป็นเรื่องง่ายดายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก
ซูเหมยเริ่มจากการหั่นหมูสามชั้นเป็นชิ้นหนาพอดีคำ นำลงไปรวนในหม้อจนน้ำมันหมูใสสะอาดส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจาย จากนั้นใส่ขิงแก่ พริกแห้ง และน้ำตาลทรายแดงเคี่ยวจนละลายเป็นสีคาราเมลเคลือบชิ้นหมูอย่างทั่วถึง ตามด้วยการเติมน้ำซุปจากมิติลงไปเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ เสียงเดือดปุดๆ ของน้ำแกงพร้อมกับกลิ่นหอมหวานเค็มที่โชยเตะจมูก เริ่มแผ่ขยายวงกว้างออกไปนอกหน้าต่างทีละน้อย
ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม กลิ่นหอมเย้ายวนของ 'หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง' ก็ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณบ้านตระกูลเฉิน ชนิดที่ต่อให้คนจมูกพิการก็ยังต้องสูดปากด้วยความอยากอาหาร
ข้างนอกห้องครัว เสียงฝีเท้าหนักๆ ของจางชุ่ยฮวาที่กำลังบ่นกระปอดกระแปดย่างกรายเข้ามาใกล้เรื่อยๆ นางชะงักกึกทันทีเมื่อสูดกลิ่นหอมที่ลอยมาเตะจมูก ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
"กลิ่นอะไร? กลิ่นเนื้อหมูเคี่ยวกับน้ำตาลนี่มัน... สะใภ้ใหญ่! นังตัวดี แกแอบซ่อนเนื้อสัตว์เอาไว้กินคนเดียวเรารึ!"
จางชุ่ยฮวาแผדเสียงแหลมปรี๊ด พลางพุ่งเข้ามาผลักประตูห้องเก็บฟืนอย่างแรงจนเสียงไม้กระแทกดังสนั่น หวังจะเข้ามาตบตีแย่งชิงอาหารตรงหน้าให้สะใจ
ทว่า ทันทีที่ประตูเปิดออก ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้แม่สามีจอมเคี่ยวถึงกับอ้าปากค้าง แข้งขาอ่อนแรงจนเกือบทรุดลงไปกองกับพื้น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริดจนแทบถล่นออกจากเบ้า
บนเตาไฟเก่าคร่ำคร่า... หญิงสาวผู้เป็นสะใภ้ที่นางเคยคิดว่าอ่อนแอและขี้ขลาด กำลังใช้ทัพพีไม้คนหม้อตุ๋นหมูสามชั้นสีแดงฉ่ำวาววับอย่างใจเย็น ใบหน้าสวยหวานประดับด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งตรงมาให้ นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาแม่สามีช้าๆ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังจนอีกฝ่ายต้องสะท้านเยือกในไขสันหลัง
"คุณแม่คะ... น้ำลายไหลถึงคางแล้วนะคะ อยากชิมสักคำไหมล่ะคะ? แต่เกรงว่า... คุณแม่อาจจะไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องมันเลยนะคะ"
หลินซูเหมยยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย แววตาทอประกายความเหนือกว่าอย่างชัดเจน ในขณะที่จางชุ่ยฮวายังไม่ทันได้ตั้งสติกับกลิ่นหอมและท่าทีที่เปลี่ยนไปราวคนละคนของลูกสะใภ้
ฉับพลันนั้นเอง... เสียงเคาะประตูด้านนอกบ้านก็ดังขึ้นปังๆ พร้อมกับเสียงตะโกนทุ้มต่ำคุ้นหูของ 'เฉินเหว่ย' สามีหนุ่มนายทหารที่ควรจะยังไม่กลับมาจากค่ายทหารดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน
"ซูเหมย! เปิดประตู... เกิดเรื่องใหญ่ที่หมู่บ้านข้างๆ แล้ว!"
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกชะตาชีวิตไปพร้อมกับซูเหมยนะคะ ครั้งหน้ามาร่วมลุ้นกันค่ะว่าสามีหนุ่มกลับมาพร้อมข่าวใหญ่อะไร และซูเหมยจะใช้โอกาสนี้สร้างความมั่งคั่งอย่างไรต่อไป!
คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม•ตอนที่ 7
ตุนเสบียงจากมิติ
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!