เสียงไม้กระดานผุพังส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งยามที่น้ำหนักก้าวลงไป หลินซูเหมยไม่ได้รู้สึกสะท้านสะเทือนกับสภาพความทรุดโทรมตรงหน้าแม้แต่น้อย สำรับอาหารในมิติวิเศษที่นางเตรียมไว้ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของไก่ตุ๋นยาจีนโชยอวลตัดกับกลิ่นอับชื้นของกระท่อมร้างท้ายหมู่บ้านอย่างสิ้นเชิง
"แม่จ๋า ที่นี่คือบ้านของเราจริงๆ หรือขอรับ?"
เสียงเล็กๆ ของเสี่ยวเป่าเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้องโล่งๆ ที่มีเพียงหยากไย่และฝุ่นหนาเตอะ ทว่าเจ้าตัวเล็กกลับไม่มีแววหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย อาจเป็นเพราะอ้อมกอดอุ่นๆ ของมารดาและกลิ่นอายความปลอดภัยที่แผ่ออกมาจากตัวนาง
ซูเหมยย่อตัวลงลูบศีรษะลูกชายเบาๆ รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ใช่แล้วค่ะคนดี ที่นี่คือฐานที่มั่นของเรา เป็นบ้านที่เราจะเป็นอิสระ ไม่ต้องทนฟังเสียงบ่นน่ารำคาญของใครอีก ต่อไปนี้แม่จะทำให้ลูกและพี่สาวกินอิ่มนอนหลับทุกคืนเลยนะคะ"
เฉินเหว่ยที่แบกสัมภาระชิ้นสุดท้ายก้าวเข้ามาในตัวกระท่อม ร่างสูงใหญ่ในชุดทหารสีเขียวเข้มดูเกะกะไปถนัดตาเมื่ออยู่ในพื้นที่คับแคบเช่นนี้ เขาวางกระสอบข้าวสารและเครื่องมือเกษตรลงบนพื้นเสียงดังทึบ ก่อนจะกวาดสายตาคมกริบสำรวจรอยรั่วตามผนังและหลังคาอย่างเงียบเชย
"สภาพแบบนี้... อยู่ยากในช่วงหน้าหนาว" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความกังวลระคนรู้สึกผิด ชายหนุ่มรู้สึกว่าตนเองยังปกป้องครอบครัวได้ไม่ดีพอ ถึงได้ปล่อยให้ภรรยาและลูกต้องย้ายมาซุกหัวนอนในซากปรักหักพังเช่นนี้
ซูเหมยเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม นางเห็นประกายความเคร่งเครียดในดวงตาคู่นั้น จึงลุกขึ้นเดินเข้าไปใกล้ เอื้อมมือเรียวไปปัดฝุ่นตามลาดไหล่กว้างของสามีอย่างเป็นธรรมชาติ การกระทำที่สนิทสนมนี้ทำให้เฉินเหว่ยชะงักไปเล็กน้อย ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงจางๆ อย่างไม่คุ้นชิน
"พึ่งพาอาศัยฟ้าดิน ย่อมดีกว่าการก้มหัวให้คนสกุลจางค่ะพี่เหว่ย" ซูเหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น แววตาสดใสมีความมั่นใจฉายชัด "กระท่อมหลังนี้อาจจะเก่าและทรุดโทรม แต่โครงสร้างหลักทำจากไม้เนื้อแข็ง ยึดเสาเสริมคานอีกนิด มุงหลังคาใหม่ด้วยฟางผสมดินเหนียว ก็อบอุ่นไม่แพ้บ้านอิฐปูนหรอกค่ะ เชื่อมือฉันเถอะนะ"
ความเด็ดเดี่ยวในแววตานั้นทำให้เฉินเหว่ยพยักหน้ารับอย่างเผลอไผล หัวใจของนายทหารหนุ่มกระตุกวูบอย่างแปลกประหลาด ภรรยาของเขาในยามนี้ช่างแตกต่างจากอดีตราวฟ้ากับเหว่ย นางไม่ได้อ่อนแอและยอมจำนนต่อโชคชะตาอีกต่อไปแล้ว กลับเปี่ยมด้วยพลังขับเคลื่อนที่น่าหลงใหลเสียจนเขาละสายตาไม่ได้
"ถ้าอย่างนั้น เย็นนี้ฉันจะจัดการเรื่องซ่อมแซมส่วนที่ผุก่อน ค่ำนี้เราจะนอนกันที่นี่" เฉินเหว่ยเอ่ยเสียงทุ้ม ตัดสินใจเด็ดขาด
ระหว่างที่เฉินเหว่ยงغلอยู่กับการตอกตะปูและซ่อมแซมหน้าต่าง ซูเหมยก็ไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า นางนำถังไม้เก่าไปตักน้ำจากลำธารหลังหมู่บ้าน อาศัยจังหวะที่ไม่มีใครมองเห็น แอบดึงน้ำทิพย์จากมิติวิเศษผสมลงไปครึ่งส่วน น้ำใสสะอาดเย็นฉ่ำนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยชำระล้างคราบสกปรกได้อย่างรวดเร็ว หากแต่มันยังมีสรรพคุณบำรุงร่างกายให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่าอีกด้วย
ซูเหมยจัดการกวาดหยากไย่ เช็ดทำความสะอาดพื้นไม้จนสะอาดเอี่ยมอ่อง กลิ่นอับชื้นค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมสะอาดของสมุนไพรที่นางจุดไล่ยุงและแมลง
เมื่อพระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง ท้องฟ้าแต่งแต้มด้วยสีส้มอมแดงระเรื่อ กลิ่นหอมเย้ายวนใจก็ลอยฟุ้งกระจายออกไปนอกหน้าต่างกระท่อม
ซูเหมยกำลังงงงวยอยู่กับการเคี่ยว "หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงซีอิ๊วโบราณ" ในหม้อดินเผาใบเก่าที่นางไปหาซื้อมาจากบ้านร้างหลังอื่นในราคาถูก เนื้อหมูติดมันคัดพิเศษถูกตุ๋นจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก สีสันเงางามน่ารับประทานจากน้ำตาลเคี่ยวเคียงคู่กับรากบัวและเกาลัดที่นางแอบเอาออกมาจากมิติวิเศษ กลิ่นหอมของเครื่องเทศและซีอิ๊วคั่วกระทะลอยลมไปไกล ปลุกกระเพาะอาหารของสองพ่อลูกให้ออกเสียงประท้วงขึ้นพร้อมกัน
เสี่ยวเป่ากลืนน้ำลายเอื้อมมือจะหยิบชิ้นหมู แต่ถูกมารดาตีเบาๆ ที่หลังมืออย่างหมั่นไส้ "ล้างมือก่อนค่ะเจ้าตัวแสบ ถึงจะกินได้"
เฉินเหว่ยเดินเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผากเข้ามาในห้องครัวชั่วคราว กลิ่นหอมตลบอบอวลนี้ทำให้เขารู้สึกว่ากระท่อมร้างหลังนี้อบอุ่นขึ้นมาถนัดตา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของนายทหารผู้เคร่งขรึม
ทว่า ความสงบสุขย่อมอยู่ได้ไม่นาน...
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงทุบประตูไม้หน้ากระท่อมดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงแหลมแสบแก้วหูของจางชุ่ยฮวาที่ตะโกนด่าทอเข้ามาอย่างไม่เกรงใจฟ้าดิน
"นังสะใภ้ตัวดี! คิดว่าหนีมาซุกหัวนอนที่นี่แล้วจะพ้นหรือไง! คายเงินเก็บของบ้านเฉินออกมาเดี๋ยวนี้! ถ้านกกระจอกอย่างแกยังไม่เปิดประตู ฉันจะพาทหารแดงมาพังกระท่อมนี้ให้ราบคาบ!"
ซูเหมยชะงักมือที่กำลังตักข้าวสวยร้อนๆ ลงชาม รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปาก นางวางทัพพีลงช้าๆ ก่อนจะหันไปสบตากับเฉินเหว่ยที่มีใบหน้ามืดครึ้มลงทันตาเห็น
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกชะตาชีวิตไปพร้อมกับซูเหมยนะคะ ครั้งหน้ามาร่วมลุ้นกันค่ะว่าซูเหมยจะจัดการกับแม่สามีตัวแสบด้วยวิธีเฉียบขาดใด!
คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม•ตอนที่ 6
ชีวิตใหม่ในกระท่อมท้ายหมู่บ้าน
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!