คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม•ตอนที่ 29

เตรียมต้อนรับสามี

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"ถ้ากล้าก้าวขาเข้ามาเหยียบเรือนแปลงนี้อีกครึ่งก้าว ฉันจะสาดน้ำล้างหมูใส่หน้าให้ดู!" เสียงตวาดกร้าวของหลินซูเหมยดังลั่นทะลุประตูไม้เก่าคร่ำคร่า ขับไล่เงาร่างของจางชุ่ยฮวาที่กำลังชะโงกคอมองลอดรั้วบ้านด้วยความโลภให้สะดุ้งสุดตัว แม่สามีจอมเจ้าเล่ห์หน้าเสียไปวูบหนึ่ง ยืนบิดผ้ากันเปื้อนในมือจนยับยู่ยี่ด้วยความแค้นเคือง แต่เมื่อปะทะเข้ากับสายตาดุดันคมกริบราวกับมีคมมีดซ่อนอยู่ของหลินซูเหมย หญิงแก่จึงทำได้เพียงสะบัดก้นเดินหนี พร้อมกับพึมพำสาปแช่งไล่หลังตามประสาคนพาลที่ไร้หนทางเอาชนะ หลินซูเหมยพ่นลมหายใจออกทางจมูกเบาๆ นางปัดมือที่เปื้อนแป้งสาลีลงกับผ้ากันเปื้อนสะอาดสะอ้าน ก่อนจะหันกลับมาสู่สนามรบที่แท้จริงของนางในวันนี้—ครัวหลังบ้านที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหววนของเครื่องเทศและซีอิ๊วชั้นดี วันนี้ไม่ใช่ตระกูลเฉินที่น่ารำคาญจะมาสร้างเรื่อง แต่เป็นวันที่สำคัญยิ่งกว่านั้น... เฉินเหว่ย สามีผู้เงียบขรึมและทำหน้าที่ปกป้องครอบครัวอยู่แนวหน้า กำลังจะเดินทางกลับมาพักผ่อนที่บ้านเป็นเวลาสามวันเต็ม! สำหรับยุค 70 ที่การเดินทางเต็มไปด้วยความยากลำบากและการข่าวสารถูกจำกัด การที่สามีผู้เป็นเสาหลักของบ้านกลับมาหลังจากห่างหายไปปฏิบัติภารกิจนานเกือบสามเดือน ย่อมไม่ใช่แค่เรื่องของการพบหน้า แต่เป็นวาระสำคัญที่หลินซูเหมยตั้งใจจะใช้ "กระเพาะอาหาร" มัดใจและตอกย้ำความสุขความมั่งคั่งที่นางเพียรสร้างขึ้นจากหยาดเหงื่อและมิติพิเศษของตนเอง นางสาวตามองเตาถ่านที่กำลังลุกโชนอย่างพอเหมาะ กลิ่นหอมของน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวมาตั้งแต่ย่ำรุ่งส่งกลิ่นเย้ายวนจนเด็กๆ ทั้งสองคนอย่างเสี่ยวเป่าและเสี่ยวหลิงแอบย่องเข้ามาเกาะขอบประตู กลืนน้ำลายเอื้อมคอคอมองหม้อดินด้วยความอยากรู้อยากเห็น "แม่คะ... กลิ่นหอมจังเลยค่ะ น้ำซุปนี้สำหรับพ่อใช่ไหมคะ?" เสี่ยวหลิงเอ่ยถามด้วยเสียงใสแจ๋ว ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับราวกับดวงดาว หลินซูเหมยหันไปยิ้มกว้างให้น้ำใจอันบริสุทธิ์ของลูกสาว นางย่อตัวลงใช้หลังมือเขี่ยแก้มป่องๆ ของเด็กน้อยอย่างหมั่นไส้ "ใช่แล้วจ่ะ ลูกรัก สำหรับพ่อของหนูโดยเฉพาะเลย วันนี้แม่จะทำเมนูเด็ดที่พ่อชอบที่สุด... หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงสูตรพิเศษ และไก่ตุ๋นโสมป่าบำรุงกำลัง" คำว่า 'หมูสามชั้นตุ๋น' ทำให้เด็กชายเสี่ยวเป่าถึงกับกลืนน้ำลายดังเอือก แม้เด็กน้อยจะพยายามรักษามาดพี่ชายคนโตผู้เคร่งขรึมตามรอยพ่อ แต่ความหอมของเนื้อสัตว์ที่เคลือบด้วยน้ำตาลเคี่ยวจนเป็นเงางามสีอำพันนั้นยากเกินกว่าจะต้านทานไหว หลินซูเหมยลงมือทำอาหารด้วยความประณีตบรรจงราวกับศิลปินกำลังวาดภาพชิ้นเอก นางใช้เนื้อหมูสามชั้นคัดพิเศษจากมิติพิเศษ ที่มีความมันและเนื้อแดงสัดส่วนพอเหมาะ นำไปลวกในน้ำเดือดที่ใส่ขิงและเหล้าจีนเพื่อดับคาว จากนั้นเคี่ยวด้วยไฟอ่อนกับน้ำตาลกรวด ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ โป๊ยกั๊ก และอบเชย กลิ่นหอมหวานของเครื่องเทศลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณบ้าน จนเพื่อนบ้านหลายคนต้องแอบชะโงกหน้าออกมาจากหน้าต่างด้วยความอิจฉา ในยุคที่เนื้อสัตว์เป็นของหายากและต้องใช้คูปองแลก การที่บ้านของหลินซูเหมยมีกลิ่นเนื้อตุ๋นโชยออกมา ย่อมเป็นหลักฐานประจักษ์ชัดว่าฐานะของครอบครัวนี้ได้ก้าวกระโดดหลุดพ้นจากความยากจนข้นแค้นไปไกลลิบแล้ว เวลาล่วงเลยจนกระทั่งตะวันเริ่มคล้อยต่ำลง ท้องฟ้าแต่งแต้มด้วยสีส้มอมแดงระเรื่อ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้วไม้ *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* หลินซูเหมยที่กำลังจัดโต๊ะอาหารชะงักมือ หัวใจของนางเต้นระรัวขึ้นมาอย่างประหลาด ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดไหลซ่านเข้าสู่ก้นบึ้งของหัวใจ แม้ว่าวิญญาณของนางจะมาจากยุคสมัยที่ล้ำ 21 แต่ความผูกพันลึกซึ้งที่สร้างร่วมกับร่างนี้และบุรุษผู้นั้น ทำให้การรอคอยการกลับมาของเขาไม่ใช่แค่หน้าที่ แต่เป็นความโหยหาที่แท้จริง ประตูกค่อยๆ ถูกผลักเปิดออก ปรากฏร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่เต็มไปด้วยฝุ่นผงจากการเดินทาง ใบหน้าคมคายเคร่งขรึมมีร่องรอยความเหนื่อยล้า แต่ดวงตาคมปลาบกลับสว่างวาบขึ้นทันทีเมื่อกวาดสายตาเข้ามาในบ้านแล้วพบกับภรรยาและลูกๆ ที่ยืนรอต้อนรับ เฉินเหว่ยยืนนิ่งงันชั่วขณะ ราวกับไม่แน่ใจว่าภาพเบื้องหน้าคือความจริงหรือความฝัน บ้านที่เคยเงียบเหงาและเต็มไปด้วยความตึงเครียด บัดนี้สะอาดสะอ้าน อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอาหารเลิศรส และมีรอยยิ้มที่สดใสที่สุดรอคอยเขาอยู่ "คุณ... กลับมาแล้วเหรอคะ?" หลินซูเหมยเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล นางก้าวเข้าไปใกล้ รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏบนใบหน้าสะสวย เฉินเหว่ยไม่ตอบคำในทันที เขาวางกระเป๋าเดินทางสีเขียวขี้ม้าลงกับพื้นอย่างระมัดระวัง ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาหาภรรยาด้วยก้าวย่างมั่นคง มือหยาบกร้านผ่านการฝึกฝนและจับอาวุธเอื้อมออกไปโอบกอดร่างบางของหลินซูเหมยเข้าหาอกแกร่งอย่างแนบแน่น ไออุ่นจากร่างกายของชายชาติทหารและกลิ่นอายแดดฝนทำให้คนในอ้อมแขนรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก "อื้อ... เบาหน่อยลูกๆ มองอยู่ค่ะ" หลินซูเหมยกระซิบเบาๆ ที่ข้างอกเขา พร้อมกับตีมือหนาเบาๆ เป็นเชิงเตือนสติ แต่ก็ไม่ได้ขัดขืนอ้อมกอดนั้น เฉินเหว่ยกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีกนิด ปลายจมูกโด่งรั้นสูดดมกลิ่นหอมสะอาดจากเรือนผมของภรรยา เสียงทุบต่ำพึมพำชิดใบหู "ผมคิดถึงคุณกับลูก... คิดถึงมาก" บรรยากาศความหวานชื่นกำลังอบอวลไปทั่วห้องรับประทานอาหาร เสี่ยวเป่ากับเสี่ยวหลิงต่างหัวคิกคักชอบใจที่เห็นพ่อแม่กอดกัน แต่ทว่า... ในวินาทีที่หลินซูเหมยกำลังจะผละตัวออกเพื่อตักข้าวสวยร้อนๆ ให้สามี จู่ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงและเร่งรีบที่หน้าบ้าน *ปัง! ปัง! ปัง!* "เฉินเหว่ย! แกกลับมาแล้วใช่ไหม? ออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ลูกอกตัญญู!" เสียงแหลมสูงของจางชุ่ยฮวาแผดลั่นเข้ามา พร้อมกับเสียงถีบประตูรั้วอย่างเกรี้ยวกราด ทำลายบรรยากาศอันแสนสงบสุขลงในพริบตา เฉินเหว่ยขมวดคิ้วมุ่นทันที รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างของนายทหารหนุ่มจนอากาศรอบตัวเย็นเยียบลง หลินซูเหมยหรี่ตาลง รอยยิ้มเย็นชาผุดขึ้นที่มุมปาก นางหันไปสบตากับสามีด้วยแววตาที่สื่อความนัยบางอย่าง... ดูท่าว่าค่ำคืนต้อนรับการกลับบ้านครั้งนี้ จะมีรายการพิเศษให้ฟาดฟันเพิ่มเสียแล้วล่ะค่ะ! พบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%