"รอยขูดขีดบนเพลาล้อเกวียนนั่น ตั้งใจตะไบให้เนื้อโลหะบางลงจนรับน้ำหนักไม่ไหว... ถ้าเมื่อครู่ฉันไม่ตรวจเช็คให้ละเอียด ลูกๆ ของฉันคงกลายเป็นผีเฝ้าทางโค้งนั้นไปแล้วค่ะ!"
เสียงกังวานของหลินซูเหมยดังแทรกความเงียบยามบ่ายของลานกลางหมู่บ้าน ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของบรรดาแม่บ้านที่กำลังล้อมวงล้างผักกาดขาวกันอยู่ ร่างเพรียวในชุดผ้าฝ้ายสีครามก้าวเข้ามาพร้อมกับชิ้นส่วนเหล็กที่บิดเบี้ยวในมือ รอยแผลลึกที่เกิดจากเครื่องมือช่างถูกชูขึ้นประจักษ์แก่สายตาทุกคู่
ความเย็นเยียบแล่นริ้วผ่านสันหลังของทุกคนในลานกว้าง ไม่มีใครกล้าส่งเสียงขัดขึ้นมาแม้แต่คนเดียว เพราะพวกเธอต่างรู้ดีว่า 'ใคร' เป็นเจ้าของโรงตีเหล็กท้ายหมู่บ้าน และ 'ใคร' ที่มีแรงจูงใจมากพอจะทำเรื่องอำมหิตเช่นนี้
จางชุ่ยฮวาที่นั่งอยู่มุมหนึ่ง สะดุ้งเฮือกจนกะละมังในมือเกือบคว่ำ นางรีบซ่อนพิรุธด้วยการตบเข่าฉาดใหญ่แล้วแสร้งทำเป็นโวยวายกลบเกลื่อน "ซูเหมย! พูดจาเหลวไหลอะไรของเจ้า! ใครจะไปทำเรื่องใจดำอำมหิตแบบนั้นกับหลานตัวเองกันเล่า! อย่ามาใส่ร้ายป้ายสีกันลอยๆ นะ!"
ซูเหมยแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตคมกริบกวาดมองแม่สามีจอมเจ้าเล่ห์ด้วยแววตานิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกน เธอก้าวเข้าไปใกล้ชิดอีกนิด จนจางชุ่ยฮวาต้องเผลอถอยหลังก้นจ้ำเบ้าลงกับเก้าอี้ไม้
"ใส่ร้ายหรือคะคุณแม่? รอยตะไบใหม่เอี่ยมปานนี้ น้ำมันเครื่องยังไม่ทันแห้งสนิทดีเลยด้วยซ้ำ... ถ้าท่านอยากพิสูจน์นัก ว่ารอยนี่มันเข้ากันพอดีกับประแจปากตายในห้องเก็บฟืนบ้านใหญ่หรือเปล่า เราไปเรียกผู้ใหญ่บ้านมาตัดสินกันตอนนี้เลยดีไหมคะ?" น้ำเสียงราบเรียบแต่กดดันจนอีกฝ่ายหน้าซีดเผือด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มขมับเหี่ยว
ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณ บรรดาเพื่อนบ้านที่เคยยืนมองด้วยความเกรงกลัวอำนาจบ้านใหญ่ เริ่มหันมาสบตากันเองด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป สายตาที่เคยมีทั้งความสมเพชและหวาดระแวง บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเห็นอกเห็นใจ และลึกๆ แล้ว... มีประกายความสะใจระคนนับถือซ่อนอยู่
ป้าเฉิน หญิงชราผู้ขึ้นชื่อว่าปากร้ายที่สุดในหมู่บ้าน ค่อยๆ วางกะละมังในมือลง นางเดินเข้ามาตบไหล่ซูเหมยเบาๆ สองที ดวงตาฝ้าฟางกวาดมองชิ้นส่วนเหล็กในมือสะใภ้รองด้วยความเวทนา
"สะใภ้รองหลิน... เอ้ย ซูเหมย เด็กๆ ปลอดภัยดีก็บุญโขแล้ว ลูกเอ๋ย" ป้าเฉินถอนหายใจยาว พลางหันไปถลึงใส่จางชุ่ยฮวา "คนเราทำกรรมอะไรไว้ ย่อมได้อย่างนั้นแหละนะ จางชุ่ยฮวา ช่วงนี้เจ้าน่ะทำตัวน่ารังเกียจเกินไปจริงๆ รังแกแม้กระทั่งเลือดเนื้อเชื้อไขตัวเอง!"
"ใช่ๆ... ฉันก็เห็นด้วยกับป้าเฉิน" เสียงกระซิบกระซาบเริ่มดังขึ้นจากแม่บ้านคนอื่นๆ "ช่วงนี้บ้านใหญ่ทำเกินไปจริงๆ ซูเหมยหาเงินเลี้ยงลูกแทบตาย ยังต้องคอยมานั่งระวังภัยจากคนในบ้านอีก น่าสงสารจริงๆ"
ซูเหมยผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ เธอยังไม่ต้องการหักดิบกับแม่สามีในตอนนี้ เพราะหลักฐานชิ้นนี้ยังต้องเก็บไว้ใช้ในจังหวะที่เจ็บแสบกว่านี้ การตีงูต้องตีให้ตายสนิท มิฉะนั้นมันจะกลับมาแว้งกัดได้อีก เธอจึงเลือกที่จะเปลี่ยนท่าที ใช้ความอ่อนหวานสยบความตึงเครียด
"ขอบคุณทุกท่านที่เป็นห่วงนะคะ..." ซูเหมยแย้มรอยยิ้มละมุนละไม ใบหน้าที่เคยตึงเครียดผ่อนคลายลงทันที ส่งผลให้บรรยากาศรอบตัวอบอุ่นขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ "อันที่จริง วันนี้ฉันตั้งใจทำของว่างมาฝากทุกท่านด้วยค่ะ ถือเป็นการขอบคุณที่ช่วยเป็นหูเป็นตาดูแลเด็กๆ ให้ยามที่ฉันไม่อยู่"
สิ้นคำพูดนั้น ซูเหมยก็เปิดผ้าขาวบางที่คลุมตะกร้าไม้ออก กลิ่นหอมหวานของน้ำตาลเคี่ยวผสมผสานกับความมันกรุบกรอบของงาคั่วและแป้งทอดกรอบสีทองอร่ามก็พวยพุ่งกระจายไปทั่วลานกว้างทันที!
"นี่มัน... ขนมอะไรกันเนี่ย หอมเสียจริง!" ป้าเฉินอุทานออกมาด้วยความตื่นตาตื่นใจ ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็น 'ขนมเปี๊ยะทอดกรอบไส้ทะลัก' และ 'เต้าฮวยน้ำขิงร้อนๆ' ที่ซูเหมยทยอยหยิบออกมาจากตะกร้าซ้อนชั้น
"เรียกว่า 'ขนมทองคำพันชั้น' กับ 'เต้าฮวยบำรุงกำลัง' ค่ะ" ซูเหมยอธิบายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พลางตักเต้าฮวยเนื้อเนียนนุ่มใส่ถ้วยยื่นให้ป้าเฉิน "แป้งกรอบนอกนุ่มใน ไส้ถั่วกวนเนียนละเอียดไม่หวานเลี่ยน ส่วนเต้าฮวยนี่ช่วยขับลมบำรุงธาตุ เหมาะกับอากาศช่วงนี้มากค่ะ ลองชิมดูนะคะ"
ป้าเฉินรับถ้วยเต้าฮวยมาด้วยมือสั่นเทา นางตักเข้าปากคำหนึ่ง ดวงตาฝ้าฟางก็เป็นประกายวาววับ รสชาติละมุนลิ้น หอมกลิ่นขิงอ่อนๆ ตัดกับความหวานละมุนของน้ำตาลอ้อย ทำให้ร่างกายที่เมื่อยล้ามาทั้งวันอบอุ่นขึ้นมาทันตาเห็น "อร่อย! อร่อยเหลือเกินซูเหมย ฝีมือเจ้าช่าง... รสมือระดับนี้ ไปเปิดร้านในเมืองหลวงยังได้เลยนะ!"
คำชมนั้นราวกับคบเพลิงที่จุดประกายให้บรรดาแม่บ้านที่เหลือดาหน้าเข้ามามุงด้วยความสนใจ ความหวาดระแวงหรือความหมั่นไส้ที่มีต่อสะใภ้รองผู้นี้ มลายหายไปสิ้นเหลือเพียงความอยากลิ้มลองรสชาติอาหารตรงหน้า
จางชุ่ยฮวานั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ริมวง นางมองดูภาพที่บรรดาแม่บ้านต่างพากันรุมล้อม ชื่นชม และเอ่ยปากชมเชยซูเหมยราวกับนางเป็นเจ้าหญิงน้อยๆ ทั้งที่เมื่อครู่... นางเกือบจะตกเป็นจำเลยสังคมอยู่รำคาญใจ
"แค่ขนมกากเดน ทำเป็นอวดดีไปได้!" จางชุ่ยฮวาแค่นเสียงลอดไรฟันด้วยความอิจฉาริษยาที่แผดเผาอก
ซูเหมยเหลือบสายตาไปมองแม่สามีแวบหนึ่ง ก่อนจะหยิบขนมชิ้นที่สวยที่สุดใส่จานยื่นให้เด็กหญิงตัวน้อยๆ ลูกสาวของบ้านข้างๆ ที่ยืนกลืนน้ำลายเอื้อมมือมาแตะ "ทานให้อร่อยนะลูก" เธอยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
เคมีแห่งความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทั้งลานบ้าน มิตรภาพที่เคยถูกกำแพงความอิจฉาริษยาปิดกั้น บัดนี้เริ่มก่อตัวขึ้นทีละน้อยจากรสชาติอาหารอันโอชะและน้ำใจอันเฉียบ
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังชื่นมื่น เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากปากทางเข้าหมู่บ้าน เฉินเหว่ยในชุดนายทหารเต็มยศ เดินหน้าเคร่งขรึมตรงเข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึง ดวงตาคมกริบกวาดมองภรรยาและลูกๆ ก่อนจะหยุดนิ่งที่ชิ้นส่วนเหล็กในมือซูเหมย
บรรยากาศในลานกว้างพลันเงียบกริบลงอีกครั้งด้วยแรงกดดันจากรัศมีของนายทหารหนุ่ม
เฉินเหว่ยไม่เอ่ยคำใด เขาเพียงแค่เอื้อมมือไปหยิบชิ้นส่วนเหล็กนั้นขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ด้วยมือข้างเดียว สันกรามของเขาขบเข้าหากันจนนูนเด่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นเล็กน้อย บ่งบอกถึงโทสะที่กำลังถูกสะกดกลั้นเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
เขาวางชิ้นส่วนเหล็กลงบนโต๊ะเสียงดัง 'ปัง!' จนทุกคนสะดุ้ง
"ใครเป็นคนทำ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามออกมาสั้นๆ แต่กลับทรงพลังจนจางชุ่ยฮวาตัวสั่นเทิ้ม
ซูเหมยยังไม่ทันได้อ้าปากตอบ เฉินเหว่ยก็หันขวับไปมองทางบ้านใหญ่ทันที ดวงตาคมปลาบดุจพญาอินทรีย์จ้องเขม็งไปที่ร่างของมารดาตัวเองที่นั่งตัวลีบอยู่มุมห้อง พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนต้องหยุดหายใจ
"เย็นนี้... เราจะมาเคลียร์บัญชีนี้กันให้จบทุกเรื่อง ทั้งเรื่องรถเกวียน... และเรื่องที่แม่ส่งคนไปขโมยสูตรอาหารของเธอที่ตลาดมืดเมื่อวานนี้!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความกล้าหาญของซูเหมยนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม•ตอนที่ 27
มิตรภาพที่ก่อตัว
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!