"ถ้าพวกคุณยังส่งเสียงเอะอะโวยวายกันหน้าร้านอีกก้าวเดียว ขนมเปี๊ยะไส้หมูหยองสูตรพิเศษนี้... จะไม่มีวันตกถึงท้องของใครหน้าไหนทั้งสิ้น!"
น้ำเสียงใสกระจ่างแต่เด็ดเดี่ยวราคมคมมีดของหลินซูเหมย ดังแทรกเสียงจอแจของผู้คนในมุมอับหลังตรอกตลาดมืดแห่งอำเภอเฉิงไห่ได้อย่างชะงัดนัก ฝ่ามือเรียวบางที่เพิ่งยกขึ้นปาดคราบแป้งบนหน้าผากชื้นเหงื่อไม่ได้ทำให้ความน่าเกรงขามของเธอลดน้อยลงเลย ตรงกันข้าม ลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่เบียดเสียดแย่งชิงกันเข้ามาเมื่อครู่กลับชะงักกึก กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่โดยพร้อมเพรียง
บรรยากาศในตรอกแคบๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมยวนใจของน้ำตาลเคี่ยวไหม้ผสมผสานกับกลิ่นหอมกรุ่นของแป้งอบเนยสด—กลิ่นอายที่ในยุค 70 นี้ถือเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยเกินเอื้อม แต่กลับถูกปรุงขึ้นด้วยฝีมือของอดีตแม่บ้านที่เคยถูกมองว่าไร้ค่าอย่างซูเหมย
"สหายหลิน! อย่าเพิ่งใจร้อนสิคะ ข้า... เอ๊ย ฉันยอมต่อแถวแล้วนี่ไง ข้าขอแป้งทอดไส้ทะลักเพิ่มอีกสองชิ้นเถอะนะ ลูกที่บ้านรอจนน้ำลายสอหมดแล้ว" หญิงวัยกลางคนสวมเสื้อผ้าปะชุนแต่สะอาดสะอ้านคนหนึ่งรีบละล่ำละลักเอ่ยขึ้น นางเป็นขาประจำที่ตามรอยกลิ่นหอมมาจากตลาดฝั่งโน้น และวันนี้พรรคพวกของนางก็แห่กันมาเพิ่มอีกเป็นเท่าตัว
ซูเหมยตวัดสายตาคมปลาบมองสภาพแวดล้อมรอบตัว ฐานลูกค้าของนางในเวลานี้ไม่ได้มีแค่บรรดาแม่ค้าตลาดมืดหรือคนหาเช้ากินค่ำอีกต่อไปแล้ว แต่เริ่มมีกลุ่มคนใส่สูทสากลเนื้อดี พ่อค้ากระเป๋าเติบจากเมืองข้างเคียง หรือแม้แต่ภรรยาของเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงที่แอบลอบสวมผ้าคลุมหน้ามาต่อคิวเงียบๆ ข้อมูลข่าวสารและการบอกต่อแบบปากต่อปากในยุคที่การค้าเสรีถูกจำกัดเช่นนี้ คือพลังขับเคลื่อนที่น่ากลัวที่สุด
"กฎก็คือกฎค่ะ หนึ่งคนซื้อได้ไม่เกินสามชิ้น เพื่อความยุติธรรมสำหรับคนที่มาเข้าแถวตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง" ซูเหมยกล่าวด้วยรอยยิ้มการค้าที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ แต่วาจามั่นคงไม่ยอมผ่อนปรน ร่างเพรียวระหงในชุดเสื้อผ้าเนื้อหนาสีหม่นแต่สะอาดสะอ้านขยับมือคล่องแคล่ว ตักแป้งห่อไส้หมูสับเห็ดหอมลงกระทะเหล็กหล่อ เสียงน้ำมันเดือดปุดๆ พร้อมกลิ่นหอมฟุ้งกระจายยิ่งกระตุ้นให้กระเพาะของทุกคนส่งเสียงร้องประท้วง
ในมุมมืดของมุมตึกอีกด้านหนึ่ง เฉินเหว่ยในชุดเสื้อแจ็กเก็ตสีเขียวขี้ม้าของนายทหารปลดประจำการยืนกอดอกพิงกำแพงอิฐเก่าๆ สายตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองความวุ่นวายรอบตัวภรรยาอย่างระแวดระวัง ท่อนแขนกำยำที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้าเกร็งแน่นพร้อมเข้าชาร์จทันทีหากมีใครคิดจะเล่นตุกติกหรือก่อกวนการค้าของซูเหมย แม้เขาจะแสดงออกด้วยความเงียบขรึมและยืนรักษาระยะห่าง แต่วันนี้เขาก็ช่วยแบกกระสอบแป้งหนักอึ้งเดินเท้ามาส่งถึงที่นี่ด้วยความเต็มใจ
ซูเหมยเหลือบสายตากลับไปสบตากับสามีแวบหนึ่ง หัวใจดวงน้อยพลอยอุ่นวาบขึ้นมาท่ามกลางลมหนาวต้นฤดูใบไม้ร่วง เคมีที่ลงตัวระหว่างความเด็ดเดี่ยวในการหาเงินของนาง กับความปกป้องคุ้มครองอย่างเงียบเชียบของเฉินเหว่ย ทำให้กิจการลับๆ แห่งนี้เติบโตอย่างไร้รอยต่อ
ทว่า... ความสำเร็จมักดึงดูดสายตาอิจฉาริษยาเสมอ
"โอ้โห! ที่แท้สะใภ้รองตระกูลเฉิน แอบมาตั้งเตาทำมาค้าขายร่ำรวยอยู่ลับหลังนี่เอง! มิน่าล่ะ ช่วงนี้ถึงทำเป็นกระด้างกระเดื่อง ไม่ยอมกลับบ้านไปปรนนิบัติแม่สามี ที่แท้ก็แอบมาซุกเงินทองก้อนโตไว้นี่เองสินะ!"
เสียงแหลมปรี๊ดที่คุ้นเคยดังแทรกผ่ากลางบรรยากาศชื่นมื่น จางชุ่ยฮวาในชุดเสื้อผ้าลายดอกสีฉูดฉาด เดินนินทายาวเหยียดแหวกฝูงชนเข้ามาด้วยท่าทางวางโต ใบหน้าอ้วนกลมบิดเบี้ยวด้วยความริษยา ตาสองข้างกวาดมองตะกร้าใส่เงินเหรียญและธนบัตรยับๆ ในมือของซูเหมยราวกับสุนัขเห็นเนื้อชิ้นโต
ฝูงชนที่กำลังรอซื้อของต่างฮือฮาและถอยร่นเว้นระยะให้ แม่สามีผู้ขึ้นชื่อเรื่องความใจร้ายคนนี้จงใจเลือกจังหวะที่ลูกค้าแน่นขนัดที่สุด เพื่อพยายามหักหน้าและทำลายชื่อเสียงของลูกสะใภ้ต่อหน้าธารกำนัล
ซูเหมยหยุดมือที่กำลังพลิกขนมในกระทะ ช้าๆ นางวางตะหลิวเหล็กกระทบขอบกระทะเสียงดัง ‘กริ๊ง’ ใบหน้างามนิ่งสงบไร้ร่องรอยความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตาดอกท้อคู่นั้นฉายแววเยียบเย็นอย่างที่จางชุ่ยฮวาไม่เคยเห็นมาก่อน
"แม่คะ..." ซูเหมยเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ากังวานชัดเจนพอให้ทุกคนในตรอกได้ยินทั่วกัน "ตระกูลเฉินของเราแยกบ้านกันอย่างเป็นทางการต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านและพยานเมื่อสามเดือนก่อนแล้วนะคะ เงินทุกเหรียญที่ฉันหามาได้มาจากหยาดเหงื่อแรงงานของฉันเอง และที่สำคัญ..."
นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองรอยเปื้อนบนเสื้อของแม่สามี "ช่วงเวลาที่แม่มาอาละวาดตรงนี้ น่าจะเป็นเวลาที่แม่ควรไปหาเงินมาจ่ายค่าปรับพนันให้พี่ใหญ่ลูกชายสุดที่รักของแม่เสียมากกว่านะคะ ไม่อย่างนั้น... พรุ่งนี้เช้า ทางการอาจจะมาเคาะประตูบ้านเพื่อยึดเรือนหลักของตระกูลเฉินไปขายทอดตลาดแทนก็เป็นได้ค่ะ"
สิ้นคำพูดของซูเหมย เสียงฮือฮาในฝูงชนก็เปลี่ยนทิศทางทันที ทุกคนต่างหันไปซุบซิบและมองจางชุ่ยฮวาด้วยสายตาสمเพชเวทนาและจับผิด จนใบหน้าอ้วนฉุของแม่สามีเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับแดงด้วยความโกรธจัด
"นัง... นังลูกสะใภ้ตัวดี แกกล้าดียังไงมาประจานฉัน!" จางชุ่ยฮวาปรีชาเข้าใส่หมายจะคว้าทึ้งผมของซูเหมยด้วยความบันดาลโทสะ
*หมับ!*
มือหนาราวกับคีมเหล็กคว้าจับข้อมือของจางชุ่ยฮวาไว้กลางอากาศได้อย่างแม่นยำ เฉินเหว่ย้าวตัวก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างมารดาและภรรยา ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาดำขลับคู่นั้นเย็นชาจนจางชุ่ยฮวาต้องสะดุ้งสุดตัว ขาสั่นเทาโดยอัตโนมัติ
"พอได้แล้วครับ" เฉินเหว่ยเอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำทรงพลังที่กดดันคนฟังจนหายใจไม่ทั่วท้อง "ถ้ายังไม่อยากให้ผมแจ้งเจ้าหน้าที่เรื่องการมาก่อกวนความสงบในที่สาธารณะ เชิญกลับบ้านไปซะ"
จางชุ่ยฮวาอ้าปากพะงาบๆ จะด่าทอต่อก็ไม่กล้าสบสายตาดุร้ายของบุตรชายคนรอง ได้แต่ฮึดฮัดสะบัดหน้าหนีด้วยความแค้นเคือง พร้อมกับทิ้งสายตาอาฆาตมาดร้ายใส่ซูเหมยอย่างสุดซึ้ง ก่อนจะสาวเท้าหนีหายลับไปจากตรอกอย่างรวดเร็ว
บรรยากาศโดยรอบกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง ลูกค้าต่างพากันปรบมือชื่นชมความเด็ดเดี่ยวของสองสามีภรรยา ทว่าในขณะที่ซูเหมยกำลังจะหันมาจัดการขายของต่อ สายตากลับสะดุดเข้ากับร่างสูงโปรดของชายวัยกลางคนในชุดสูทจีนโบราณสีเทาเข้มคนหนึ่ง ที่ยืนกอดอกพิงผนังตึกอยู่เงียบๆ ตั้งแต่ต้นเหตุการณ์
ชายคนนั้นส่งยิ้มบางๆ ให้ซูเหมย ก่อนจะหยิบป้ายหยกสีเขียวเข้มชิ้นเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วชูขึ้นให้เธอดو พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มลึกชวนฟัง
"ขนมฝีมือสหายหลินรสชาติยอดเยี่ยมสมคำร่ำลือจริงๆ... แต่เกรงว่าต่อจากนี้ ตลาดมืดเล็กๆ แห่งนี้ คงจะ ‘เล็กเกินไป’ สำหรับธุรกิจที่กำลังจะเติบโตของคุณเสียแล้วกระมั้งครับ สนใจไปคุยธุระกับเถ้าแก่ใหญ่แห่งหอการค้ามณฑลสักหน่อยไหมล่ะ?"
ซูเหมยชะงักค้าง มือที่ถือตะหลิวสั่นน้อยๆ เมื่อกวาดตามองโลโก้สลักบนป้ายหยกนั้น หัวใจกระตุกวูบด้วยความตกใจ—นั่นคือตราสัญลักษณ์ของตระกูลค้าปลีกที่ทรงอิทธิพลที่สุดในภาคเหนือ!
ขอบพระคุณทุกการติดตามที่ร่วมเดินทางเติบโตไปพร้อมกับความเด็ดเดี่ยวของซูเหมยนะคะ ❤️ - หลินฮวายุคปฏิรูป
คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม•ตอนที่ 25
ความสำเร็จในตลาดมืด
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!