"ถ้าพวกคุณยังไม่ถอยออกไปจากเขตพื้นที่บ้านหลังนี้ ฉันเกรงว่าคงต้องใช้กฎหมายข้อหาบุกรุกยามวิกาลเข้ามาพิจารณาแล้วค่ะ!"
เสียงของหลินซูเหมยไม่ได้ดังหวีดแหลมจนน่ารำคาญ แต่ทว่ากลับหนักแน่นและเยือกเย็นจนทำให้กลุ่มเจ้าหน้าที่คอมมูนที่กำลังก้าวเข้ามาถึงหน้าประตูกล้องสะดุดกึก นำโดยหัวหน้าหน่วยตรวจตราผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวอย่าง 'ผู้ว่าการจ้าว' และมีเงาเงอะงะของจางชุ่ยฮวาแม่สามีตัวแสบโผล่หลบอยู่ด้านหลังด้วยแววตากระหยิ่มยิ้มย่อง
เฉินเหว่ยไม่พูดพร่ำทำเพลง ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวเข้มเผยกล้ามเนื้อแน่นหนาตามวิถีชายชาติทหาร ก้าวออกมาบังร่างของภรรยาและลูกทั้งสองไว้ครึ่งหนึ่ง มือหนาหยาบกร้านจากการฝึกฝนยกขึ้นกอดอก สายตาคมกริบราวกับเหยี่ยวทะเลทรายกวาดมองกลุ่มคนตรงหน้าทีละคนจนพวกมันต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"ผู้ว่าการจ้าว ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ลมอะไรหอบท่านมาถึงเรือนพักเล็กๆ ของครอบครัวทหารประจำการอย่างพวกเราหรือคะ?" ซูเหมยเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก มือเรียวเนียนแสร้งจัดชายเสื้อให้สามีอย่างใจเย็น ราวกับไม่ได้ตื่นตระหนกต่อการมาเยือนยามวิกาลเลยแม้แต่น้อย
"ฮึ! หลินซูเหมย อย่ามาทำเป็นไขสดับ! มีคนมาร้องเรียนว่าบ้านของเธอซุกซ่อนสินค้าผิดกฎหมาย ลักลอบค้าขายของเถื่อนจากตลาดมืด และสะสมเสบียงเกินโควตาที่รัฐกำหนด! หลบไป! พวกเราต้องตรวจค้นทุกซอกทุกมุม!" จางชุ่ยฮวาโผล่หน้าออกมาจากด้านหลังผู้ว่าการจ้าว ดวงตาเล็กหยีเป็นเส้นด้วยความริษยา มือเหี่ยวย่นชี้ไปที่ห้องครัวที่ยังมีไอควันจางๆ ลอยออกมา
ซูเหมยหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "โอ้ แม่สามี... ท่านช่างขยันขันแข็งเสียจริง ดึกดื่นป่านนี้ยังอุตส่าห์ไปลากเจ้าหน้าที่มาตรวจบ้านลูกชายแท้ๆ ของตัวเองได้ ลงทุนลงแรงขนาดนี้ หวังจะได้ส่วนแบ่งจากค่าปรับสักเท่าไหร่กันเชียว?"
"นังสะดุ้งปากดี! แกกล้าดียังไง..." จางชุ่ยฮวาหน้าดำคร่ำเครียด อ้าปากเตรียมจะด่าทอตามสันดานเดิม แต่ถูกสายตาดุดันของคุณทหารเฉินเหว่ยตวัดมองเข้าให้จนต้องหุบปากฉับ ตัวสั่นเทาด้วยความกลัว
"พอได้แล้ว!" ผู้ว่าการจ้าวโบกมือห้ามเสียงเข้ม แม้เขาจะเกรงใจตระกูลเฉินอยู่บ้างเนื่องจากเฉินเหว่ยเป็นนายทหารที่มีอนาคตไกลและมีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา แต่หลักฐานจากสายรายงานนั้นหนักแน่นพอสมควร เขาจึงต้องทำตามหน้าที่ "คุณเฉินภริยา คุณคงเข้าใจว่าพวกเราทำตามกฎระเบียบของคอมมูน เชิญเปิดประตูให้ตรวจค้นโดยดีเถอะครับ จะได้ไม่ต้องเสียเวลา"
ซูเหมยสบตากับสามีเพียงเสี้ยววินาที เคมีและความเข้าใจอันลึกซึ้งระหว่างคนทั้งคู่ทำงานอย่างรวดเร็ว เฉินเหว่ยพยักหน้าช้าๆ เป็นเชิงอนุญาตให้ภรรยาจัดการตามแผนที่เคยตกลงกันไว้ในใจ
"เชิญค่ะ ผู้ว่าการจ้าว เชิญตรวจให้ละเอียดทุกตารางนิ้วเลยนะคะ" ซูเหมยผายมือเชิญด้วยท่าทีสง่างาม ไร้ซึ่งพิรุธใดๆ
กลุ่มเจ้าหน้าที่กรูเข้าไปรื้อค้นห้องโถง ห้องนอน และห้องครัวกันอย่างเอาเป็นเอาตาย เสียงข้าวของกระทบกันดังโครมคราม จางชุ่ยฮวากวาดสายตาหาไหแป้งขาว เนื้อหมูชั้นดี หรือน้ำตาลทรายแดงที่นางมั่นใจว่าสะใภ้คนนี้ต้องแอบซ่อนไว้ แต่ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง สิ่งที่พวกเขาพบมีเพียงข้าวกล้องหยาบๆ ผักดองไม่กี่ไห และหม้อต้มซุปกระดูกหมูธรรมดาหม้อหนึ่งเท่านั้น!
"เป็นไปไม่ได้! ฉันเห็นกับตาว่า..." จางชุ่ยฮวาร้องโวยวายด้วยความเหลือเชื่อ พยายามรื้อค้นตู้ไม้เก่าๆ จนข้าวของกระจัดกระจาย
"พอได้หรือยังคะ ผู้ว่าการจ้าว?" ซูเหมยเดินเข้าไปใกล้ น้ำเสียงหวานแต่เฉียบคมบาดลึก "บ้านของฉันมีฐานะยากจนอย่างไร ท่านก็เห็นอยู่ตำตา หากท่านยังยืนกรานจะค้นหาความผิดให้ได้ เกรงว่าพรุ่งนี้เช้า ฉันคงต้องไปยื่นเรื่องร้องเรียนที่อำเภอ ถึงการปฏิบัติหน้าที่เกินกว่าเหตุ และการละเมิดสิทธิครอบครัวทหารแนวหน้าเสียแล้วล่ะค่ะ"
ผู้ว่าการจ้าวหน้าเสีย สีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาตระหนักดีว่าหากเรื่องนี้ถึงหูผู้บังคับบัญชาของเฉินเหว่ย เขาเองที่จะเป็นฝ่ายเดือดร้อน รีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน "เอ่อ... ไม่มีอะไรน่าสงสัยนี่นา น่าจะเป็นความเข้าใจผิด... ต้องขออภัยด้วยครับคุณเฉิน คุณสะใภ้"
พูดจบ ผู้ว่าการจ้าวก็รีบพาเจ้าหน้าที่ถอยรูดออกไปจากบ้านทันที ทิ้งให้จางชุ่ยฮวาอ้าปากค้างด้วยความแค้นเคือง ก่อนจะต้องรีบวิ่งตามหลังกลุ่มเจ้าหน้าที่ไปด้วยความอับอาย
ประตูไม้เนื้อ1แข็งถูกปิดลงและลงกลอนอย่างแน่นหนา ความเงียบสงบกลับคืนสู่บ้านตระกูลเฉินอีกครั้ง ลูกน้อยทั้งสองคนหลับปุ๋ยไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ด้วยความเพลีย
เฉินเหว่ยหันกลับมามองภรรยา ดวงตาคมเข้มฉายแววซับซ้อน เขารู้ดีว่าภรรยาของเขามีความลับบางอย่าง ซูเหมยฉลาดเกินไป ทำอาหารอร่อยเกินไป และมักจะมีวัตถุดิบแปลกใหม่โผล่มาให้ลูกๆ ได้กินบำรุงร่างกายอยู่เสมอ โดยที่เขาไม่เคยเห็นนางเดินไปซื้อที่ตลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียว
"ซูเหมย..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกเบาๆ ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวภรรยา กลิ่นอายบุรุษเพศอบอุ่นเจือกลิ่นอายฝุ่นควันจางๆ ลอยเข้าแตะจมูก "เธอ... ซ่อนอะไรไว้กันแน่? หรือว่า... ของพวกนั้นไม่ได้อยู่ในบ้านหลังนี้ตั้งแต่แรก?"
ซูเหมยเงยหน้าขึ้นสบตากับสามี หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นความตื่นเต้นระคนโล่งอก นางรู้ว่าเฉินเหว่ยฉลาดเฉลียวเกินกว่าจะหลอกได้ตลอดไป และที่สำคัญ... เขาคือสามีผู้ร่วมเป็นร่วมตายที่นางไว้วางใจที่สุดในโลกใบนี้
"คุณอยากรู้จริงๆ หรือคะ?" ซูเหมยกระซิบถาม รอยยิ้มซุกซนปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางจับมือหนาของเขาขึ้นมาวางทาบลงบนฝ่ามือของตนเอง "ถ้าฉันบอกว่า... ฉันมีสถานที่ลับที่สามารถเก็บของได้เป็นโกดัง มีทั้งแป้งสาลีขาวบริสุทธิ์ เนื้อวัวชั้นดี และยารักษาโรคจากยุคสมัยที่ไกลออกไป... คุณจะหาว่าฉันเป็นปีศาจแปลงร่างมาหรือเปล่าคะ?"
เฉินเหว่ยไม่ตอบคำถามในทันที นิ้วมือหยาบกร้านลูบไล้หลังมือเรียวของภรรยาแผ่วเบา สายตาที่เขามองนางเต็มไปด้วยความลึกซึ้งและรักใคร่อย่างไร้เงื่อนไข ไม่มีความหวาดกลัว หรือความเคลือบแคลงสงสัยแม้แต่น้อย
"ไม่ว่าเธอจะเป็นใคร หรือมีสิ่งวิเศษอะไรซ่อนอยู่..." เฉินเหว่ยโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชิดกัน เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบข้างใบหู "ขอแค่เธอและลูกยังคงอยู่ตรงนี้... ต่อให้เป็นปีศาจจริงๆ ฉันก็ยินดีจะยอมจำนนแต่โดยดี"
ซูเหมยใจสั่นสะท้านกับคำหวานที่ถูกพ่นออกมาอย่างไร้ฟอร์มของนายทหารหนุ่ม นางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะตัดสินใจครั้งสำคัญ
"ถ้าอย่างนั้น... ฉันจะพาคุณไปดู 'ความลับ' ของฉันด้วยกันตอนนี้เลยค่ะ"
ซูเหมยกล่าวจบ นางก็กระชับมือของเฉินเหว่ยให้แน่นขึ้น ตั้งจิตอธิษฐานเรียกพลังงานลึกลับในห้วงมิติภายในใจ เพียงเสี้ยววินาที ร่างของคนทั้งสองก็หายวับไปจากห้องนอนอย่างไร้ร่องรอย ท่ามกลางความว่างเปล่าที่มีเพียงแสงจันทร์สาดส่องลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาเท่านั้น!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หลินฮวายุคปฏิรูป" มาจนถึงตอนนี้นะคะ
คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม•ตอนที่ 33
ความลับที่แชร์ร่วมกัน
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!