"สัญญาเช่าที่ดินแปลงท้ายหมู่บ้านสามสัปดาห์นี้ ถ้าพวกท่านยังชักช้า เกรงว่าโอกาสที่จะได้เข้าร่วมโครงการสหกรณ์การเกษตรยุคใหม่คงต้องหลุดลอยไปนะคะ"
ซูเหมยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปลายปากกาหมึกซึมในมือหมุนวนอย่างเชื่องช้าบนโต๊ะไม้เนื้อหยาบ สายตาคมกริบมองร่างท้วมของเฒ่าแก่ซุน หัวหน้าคณะกรรมการหมู่บ้านที่กำลังนั่งปาดเหงื่อเม็ดเป้งบนหน้าผาก ท่าทางอึกอักของอีกฝ่ายบ่งบอกชัดเจนว่ากำลังถูกกดดันจากเบื้องบนอย่างหนักหน่วง
ตั้งแต่รัฐบาลประกาศนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจและเปิดกว้างให้ประชาชนทำมาค้าขายได้อย่างเสรีเมื่อไม่นานมานี้ แปลงผักสวนครัวและห้องครัวเล็กๆ ของเธอก็กลายเป็นศูนย์กลางการผลิตขนาดย่อมที่สร้างรายได้จนคนทั้งตำบลต้องเหลียวหลังมอง วันนี้ หลินซูเหมยไม่ได้เป็นแค่คุณแม่ลูกสองที่ต้องทนก้มหน้าให้แม่สามีอย่างจางชุ่ยฮวาโขกสับอีกต่อไปแล้วค่ะ แต่เธอกำลังก้าวขึ้นมาเป็น ‘ผู้ประกอบการหญิง’ คนแรกๆ ที่จับจองพื้นที่เพาะปลูกเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่
"ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่อยากอนุมัตินะครับคุณหลิน... เพียงแต่ที่ดินแปลงนั้นมันติดกับแนวเขตป่าสงวน แถมจางชุ่ยฮวาแม่สามีของคุณเขาก็ไปโวยวายที่สำนักงานเขตเมื่อวานซืนว่า... ว่าคุณไม่มีสิทธิ์ใช้ชื่อครอบครัวไปทำสัญญา..." เฒ่าแก่ซุนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขารู้ดีว่าฤทธิ์เดชของสะใภ้รองตระกูลเฉินคนนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนแก่หัวโบราณจะมารังแกได้ง่ายๆ อีกต่อไป
ซูเหมยหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เจือด้วยความเย้ยหยันแต่นุ่มนวลจนคนฟังรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เธอนึกถึงท่าทางดิ้นพล่านด้วยความอิจฉาริษยาของจางชุ่ยฮวาเมื่อวานนี้ หญิงแก่คนนั้นคงคิดว่าการไปร้องเรียนจะทำให้เธอหมดหนทางทำมาหากินสินะคะ ช่างน่าขันสิ้นดี ในเมื่อชื่อในทะเบียนบ้านและการแบ่งครัวถูกทำIอนุมัติอย่างถูกต้องตามกฎหมายตั้งแต่ตอนที่เธอจัดการแยกบ้านเด็ดขาดแล้ว แม่สามีผู้เห็นแก่ตัวคนนั้นจึงไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเข้ามาแตะต้องผลผลิตในแปลงของเธอด้วยซ้ำ
"เรื่องแม่สามีของฉัน เฒ่าแก่ซุนไม่ต้องกังวลไปหรอกค่ะ ทางกฎหมายและเอกสารสิทธิ์เราเคลียร์ชัดเจนทุกบรรทัด หากพวกเขายังสร้างความวุ่นวาย ทางเราคงต้องให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกมาช่วยพูดคุยเรื่องข้อหา ‘บุกรุกและขัดขวางนโยบายรัฐ’ เสียหน่อยแล้วกระมังคะ?" ประโยคหลังเธอกดเสียงต่ำลงเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยวจนเฒ่าแก่ซุนต้องรีบพยักหน้ารัวๆ
"ตกลง! งั้นเซ็นสัญญานี่เสีย! ที่ดินสิบหมี่แปลงนั้นเป็นของคุณแล้ว!"
ร่างสูงใหญ่ในชุดทหารสีเขียวเข้มก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างกายภรรยาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ เฉินเหว่ยไม่ได้เอ่ยปากแทรกการเจรจาตั้งแต่ต้น เขารู้จักภรรยาดีเกินกว่าจะเข้าไปขัดจังหวะเวลาที่เธอกำลังใช้สมองอันชาญฉลาดจัดการปัญหา มือหนาเอื้อมไปหยิบเอกสารสัญญามาตรวจสอบความถูกต้องอย่างรวดเร็ว ก่อนจะจรดปากกาเซ็นชื่อลงไปด้วยลายมือหนักแน่นทรงพลัง เคมีระหว่างคนทั้งคู่ผสานกันอย่างลงตัวโดยไม่ต้องมีคำหวานเลี่ยน—นายทหารหนุ่มผู้เงียบขรึมและหนักแน่นราวกับภูผา กับภรรยาคนสวยที่เฉียบคมและพร้อมฟาดฟันอุปสรรคทุกรูปแบบเพื่ออนาคตของลูกๆ
"เหนื่อยไหมคะ?" ซูเหมยเงยหน้าขึ้นสบตาผู้เป็นสามี แววตาแข็งกร้าวเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนอบอุ่น กลิ่นอายสะอาดสะอ้านจากตัวเขาทำให้ความตึงเครียดทั้งหมดมลายหายไป
"ไม่เหนื่อย พี่ต่างหากที่เป็นคนเหนื่อย" เฉินเหว่ยกระซิบตอบเสียงทุ้มต่ำ ฝ่ามือหยาบกร้านจากการฝึกฝนและจับอาวุธเอื้อมมาลูบกลุ่มผมนุ่มของภรรยาเบาๆ อย่างทะนุถนอม "เด็กๆ หลับไปแล้วที่บ้าน พี่จัดการซ่อมแซมคอกสัตว์และเตรียมดินรอบใหม่รอไว้หมดแล้ว"
ยอดเยี่ยมจริงๆ ค่ะ! การขยายพื้นที่เพาะปลูกในครั้งนี้ไม่ได้มีแค่แปลงผักปลอดสารพิษหรือสมุนไพรบำรุงร่างกายเท่านั้น แต่เธอยังวางแผนสร้างโรงเรือนเพาะเห็ดหอมและแปรรูปอาหารหมักดองสูตรลับเฉพาะ—สินค้าขายดีที่ทำกำไรมหาศาลในตลาดมืดและร้านค้าสหกรณ์เมืองหลวง ทว่า หัวใจสำคัญของการขยายธุรกิจเต็มรูปแบบครั้งนี้คือ ‘ช่องทางการขาย’ ที่ต้องกว้างขึ้นและปลอดภัยจากการเพ่งเล็งของพวกเจ้าหน้าที่พิทักษ์ความบริสุทธิ์ทางชนชั้นที่จ้องจะจับผิด
ตกดึก... แสงตะเกียงน้ำมันก๊าดส่องสว่างไสวในห้องครัวกว้าง
กลิ่นหอมกรุ่นของ ‘หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงสูตรโบราณ’ ผสมผสานกับกลิ่นเครื่องเทศจีนนานาชนิด ลอยฟุ้งกระจายอบอวลไปทั่วบริเวณบ้านพักตระกูลเฉินจนทะลุออกไปถึงรั้วบ้านข้างเคียง ซูเหมยกำลังง่วนอยู่กับการเคี่ยวน้ำตาลกรวดในกระทะเหล็กใบใหญ่ เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากเนียนละเอียด แต่รอยยิ้มแห่งความสุขกลับแต้มอยู่บนริมฝีปากอิ่ม เธอกำลังเคี่ยวหมูสามชั้นที่คัดมาอย่างดี เนื้อแดงสลับมันแทรกเป็นชั้นสวยงามจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก ราดด้วยน้ำซอสเข้มข้นสีอำพันที่เคี่ยวจนเหนียวข้น
ข้างกายเธอกระทะอีกใบกำลังเดือดพล่านด้วย ‘ซุปกระดูกหมูตุ๋นรากบัวและพุทราจีน’ ที่ส่งกลิ่นหอมหวานละมุน ชวนให้ท้องไส้ปั่นป่วนด้วยความหิวโหย อาหารเหล่านี้ไม่ได้ทำไว้กินกันเองในครอบครัวเท่านั้นนะคะ แต่คือ ‘สินค้าตัวอย่างล็อตแรก’ ที่เธอจะนำไปเสนอให้กับผู้จัดการสหกรณ์การค้าแห่งใหม่ในอำเภอพรุ่งนี้เช้า!
"แม่ครับ... หอมจังเลย น้องตื่นแล้วนะ" เสียงเล็กๆ ของตงตง ลูกชายคนโตดังขึ้น พร้อมกับร่างเล็กที่ขยี้ตาเดินงัวเงียออกมาจากห้องนอน ตามด้วยเหมยเหมยลูกสาวคนเล็กที่เดินจูงมือพี่ชายมาติดๆ
ซูเหมยรีบวางทัพพี หันไปย่อตัวลงอุ้มลูกสาวตัวน้อยขึ้นมาหอมแก้มฟอดใหญ่ "เด็กดี หิวแล้วใช่ไหมคะ? เดี๋ยวแม่ตักซุปอุ่นๆ ให้กินรองท้องก่อนนอนนะ"
เฉินเหว่ยเดินตามออกมาจากลานบ้าน มือถือถาดไม้ใส่ถ้วยชามที่เพิ่งล้างสะอาดเข้ามาวาง เขาช่วยภรรยาจัดเตรียมอาหารบนโต๊ะอย่างคล่องแคล่ว ภาพครอบครัวที่อบอุ่นพร้อมหน้าพร้อมตาในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยความยากลำบากและการเปลี่ยนแปลงนี้ คือเครื่องพิสูจน์ว่าความพยายามของเธอไม่สูญเปล่าเลยค่ะ
เช้าวันรุ่งขึ้น...
บรรยากาศที่ตลาดสดประจำอำเภอคึกคักตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ซูเหมยในชุดเสื้อผ้าสะอาดสะอ้าน ทับด้วยผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดตา เธอยืนอยู่หน้าแผงค้าชั่วคราวที่เช่าไว้ด้วยเงินเก็บก้อนโต ด้านข้างมีเฉินเหว่ยยืนคุมเชิงรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด กล่องไม้สนที่บรรจุ ‘ซาลาเปาไส้หมูสับเห็ดหอมน้ำซุปทะลัก’ และ ‘พุดดิ้งเต้าหู้สมุนไพรเย็น’ วางเรียงรายเป็นระเบียบ
ทันทีที่ฝาลังไม้ไผ่ถูกเปิดออก ไอน้ำร้อนกรุ่นพร้อมกลิ่นหอมเย้ายวนใจก็พวยพุ่งพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า กลิ่นหอมของหมูหมักเครื่องเทศและแป้งนุ่มฟูเตะจมูกผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาจนต้องหยุดชะักเท้า
"นี่มันกลิ่นอะไรกัน? หอมชวนน้ำลายสอขนาดนี้!" ลูกค้าคนแรกอุทานขึ้นด้วยความตกตะลึง
ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ฝูงชนเริ่มกรูเข้ามามุงหน้าร้านจนแน่นขนัด เสียงร้องขอซื้อซาลาเปาและอาหารแปรรูปดังเซ็งแซ่ เงินหยวนและคูปองอาหารถูกยื่นส่งข้ามหัวกันระ Isระรัว ยอดขายถล่มทลายจนซูเหมยแทบไม่มีเวลาเงยหน้าขึ้นมาหายใจ ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเงินทองนะคะ แต่มันคือการประกาศศักดาให้คนทั้งอำเภอได้เห็นว่า สะใภ้รองตระกูลเฉินคนนี้ยืนหยัดได้ด้วยลำแข้งของตนเองอย่างสง่างาม
ทว่า ในขณะที่ยอดเงินในกระเป๋าผ้าใบเก่ากำลังพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ และรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจกำลังระบายบนใบหน้าของสองสามีภรรยา...
"หลินซูเหมย! นังสารเลว แกกล้าดียังไงมาตั้งแผงค้าขายแข่งกับคนในตระกูล!"
เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยจนน่าสะอิดสะเอียนแผดดังขึ้นแหวกฝูงชน พร้อมกับร่างสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยวของจางชุ่ยฮวา ที่พุ่งตรงเข้ามาหมายจะปัดกวาดแผงสินค้าของเธอให้พังพินาศ
แต่ทว่า... มือหนาปานคีมเหล็กของเฉินเหว่ยกลับคว้าข้อมือของแม่สามีไว้ได้อย่างทันท่วงที ดวงตาคมกราบกวาดมองมารดาด้วยแววตาเย็นชาไร้ความรู้สึกเป็นครั้งแรก!
และในวินาทีนั้นเอง ที่ด้านหลังของจางชุ่ยฮวา กลับมีร่างสูงโปรดของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลเรียบร้อย—บุคคลระดับสูงจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดที่เคยชิมฝีมือเธอเมื่อสัปดาห์ก่อน—ก้าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มแปลกประหลาด และเอ่ยประโยคที่ทำให้ซูเหมยต้องชะงักค้างไปทันที...
"คุณหลินครับ... ทางเรากำลังตามหาคุณพอดี มีคำสั่งด่วนจากท่านเลขาธิการเขต ต้องการให้คุณเข้าร่วม ‘โครงการส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูปพิเศษ’ ทันทีตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป..."
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตเคียงข้างซูเหมยมาจนถึงบทนี้นะคะ
คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม•ตอนที่ 35
ธุรกิจครอบครัวเต็มรูปแบบ
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!