คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม•ตอนที่ 36

จุดสูงสุดของความรุ่งเรือง

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"โครงการส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูปพิเศษ... ช่างกล้าเอ่ยปากจริงนะคะ ท่านเลขาธิการเขต" น้ำเสียงของหลินซูเหมยราบเรียบ ทว่าแฝงประกายความเฉียบคมชนิดที่ทำให้เจ้าหน้าที่ทางการซึ่งยืนอยู่หน้าบ้านคอหดลงไปโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วเรียวบางของนางยังคงบรรจงคีบเกี๊ยวแป้งบางใสลงในหม้อดินเผาที่มีน้ำซุปกระดูกหมูกำลังเดือดปุดๆ กลิ่นหอมกรุ่นของขิงแก่ ต้นหอม และพริกไทยเสฉวนลอยฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัว ขับเน้นบรรยากาศที่ควรจะอบอุ่นให้กลับเต็มไปด้วยแรงกดดันระลอกใหญ่ สี่สิบแปดชั่วโมงก่อนหน้านี้ ตลาดมืดแห่งมณฑลทางตอนใต้เพิ่งสร้างสถิติสะเทือนวงการค้าเสรีด้วยยอดจำหน่าย ‘หมูสามชั้นตุ๋นพะโล้สูตรโบราณ’ และ ‘น้ำพริกเผายค70’ ส A.I. ที่ซูเหมยแอบผลิตจากมิติลับจนเกลี้ยงเกลาภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง สินค้าของนางไม่ได้เป็นเพียงแค่อาหารประทังชีวิตอีกต่อไป แต่มันได้กลายเป็น ‘สกุลเงินทางใจ’ และเสาหลักทางเศรษฐกิจย่อมๆ ที่คานอำนาจกับสหกรณ์การเกษตรของรัฐได้อย่างน่าฉعน การที่เลขาธิการเขตยื่นมือเข้ามาในจังหวะที่กิจการกำลังผงาดขึ้นสู่จุดสูงสุด ย่อมไม่ใช่ความบังเอิญอย่างแน่นอน แต่มันคือเกมการเมืองและการแย่งชิงทรัพยากรที่หลินซูเหมยอ่านเกมขาดตั้งแต่ตัวอักษรบรรทัดแรก "คุณหลินซูเหมย... โปรดใช้คำพูดระมัดระวังด้วยครับ นี่คือโอกาสอันทรงเกียรติ..." เจ้าหน้าที่คนเดิมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามรักษาฟอร์มของตัวแทนรัฐ "เกียรติ หรือภาระผูกพันกันแน่คะ?" ซูเหมยหันขวับมาสบตา นัยน์ตาดำขลับคู่นั้นสะท้อนภาพเปลวไฟจากเตาถ่านที่ลุกโชน "สินค้าเกษตรแปรรูปพิเศษที่ท่านว่า ทางเขตต้องการให้ข้าส่งออกไปยังมณฑลใหญ่โดยใช้ชื่อสมาคมการค้าของรัฐ แต่ผลกำไรเก้าส่วนสิบกลับถูกปัดเข้ากองทุนพัฒนาเขต โดยที่ครอบครัวของข้าต้องรับความเสี่ยงเรื่องวัตถุดิบขาดแคลนเองทั้งหมด แบบนี้เขาเรียกว่า ‘ปล้นกลางแดด’ ไม่ใช่หรือคะ?" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องครัวชั่วขณะ เฉินเหว่ย สามีหนุ่มนายทหารที่เพิ่งก้าวเข้ามาพร้อมกับถ่านไม้หนึ่งหาบในมือ ชะביทหารหนุ่มวางฟืนลงอย่างเบามือ ดวงตาคมกริบกวาดมองเจ้าหน้าที่ทางการด้วยรัศมีกดดันที่ฝึกฝนมาจากการสนามรบโดยไม่ต้องเอ่ยปากแม้แต่คำเดียว เคมีระหว่างสามีภรรยาคู่นี้มีความสมบูรณ์แบบอย่างยิ่ง เฉินเหว่ยคือโล่เหล็กที่พร้อมปกป้องทิศทางเบื้องหน้า ส่วนซูเหมยคือมันสมองอันชาญฉลาดที่คอยพลิกแพลงเกมกระดาน "ภรรยาพูดถูก" เฉินเหว่ยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง "หากทางการต้องการสินค้าของพวกเรา เงื่อนไขต้องถูกเจรจาใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่การยื่นคำขาด" เจ้าหน้าที่หน้าถอดสี รีบควA.I.กระเป๋าเอกสารแล้วโค้งตัวถอยร่นออกไปแทบไม่ทัน เมื่อรู้ว่าไม่อาจใช้กดดันสะใภ้ตระกูลเฉินผู้มีสายป่านยาวไกลได้ดังใจหวัง เสียงประตูรั้วปิดลงพร้อมกับความโล่งอกของเด็กๆ ทั้งสองคนที่แอบมองอยู่หลังประตูลูกกรง หลินซูเหมยถอนหายใจยาว พลางหันไปเกลี่ยผมที่ปรกลงมาข้างแก้มของลูกสาวคนโตที่เดินเข้ามาสวมกอดเอว "แม่จ๋า คนพวกนั้นรังแกแม่อีกแล้วหรือคะ?" "เปล่าเลยค่ะคนดี แม่แค่กำลังสอนบทเรียนทางธุรกิจให้พวกเขาต่างหาก" ซูเหมยยิ้มละมุน ความอ่อนโยนในแววตาแทนที่ความเฉียบคมเมื่อครู่ในพริบตา "มาเถอะค่ะ วันนี้แม่ทำเกี๊ยวซุปกระดูกหมูสูตรพิเศษ เพื่อเฉลิมฉลองที่เรายึดครองตลาดมืดได้อย่างเบ็ดเสร็จ" ในขณะเดียวกัน ที่บ้านพักตระกูลเฉินฝั่งบ้านเดิม จางชุ่ยฮวา แม่สามีจอมเจ้าเล่ห์กำลังนั่งกัดฟันกรอดด้วยความริษยาจนหน้าดำคร่ำเครียด ข่าวลือเรื่องที่สะใภ้รองหลินซูเหมยกลายเป็นเศรษฐีเงาในตลาดมืดจนทางการต้องส่งคนมาเจรจาถึงบ้านแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านราวกับไฟลามทุ่ง ชุ่ยฮวากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ นางไม่ยอมเด็ดขาด ทรัพย์สินและชื่อเสียงเหล่านั้นควรจะเป็นของลูกชายคนโตของนาง ไม่ใช่ของนังสารเลวซูเหมย! "แกคอยดูเถอะ นังซูเหมย... แกจะไม่มีวันได้เสวยสุขบนกองเงินกองทองนี้คนเดียวแน่!" ชุ่ยฮวาพึมพำด้วยความเคียดแค้น ก่อนจะคว้าเสื้อคลุมแล้วพุ่งตัวออกจากบ้านมุ่งหน้าไปยังสถานีตำรวจประจำเขตด้วยความมืดบอดในจิตใจ ตัดกลับมาที่บ้านตระกูลเฉิน บรรยากาศบนโต๊ะอาหารอบอวลไปด้วยความสุขและความสำเร็จ กลิ่นหอมของน้ำซุปเคี่ยวเค็มๆ มันๆ ผสมผสานกับแป้งเกี๊ยวเหนียวนุ่มละมุนลิ้น ทำให้เฉินเหว่ยถึงกับคีบชิมคำแล้วคำเล่าด้วยความพึงพอใจ "ฝีมือเจ้า... นับวันยิ่งไร้ที่ติ" เฉินเหว่ยเอמהชมเบาๆ แต่แฝงความลึกซึ้งในแววตาที่มองภรรยา ซูเหมยหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางกำลังจะเอ่ยปากพูดถึงแผนการขยายกิจการร้านอาหารในเมืองใหญ่ขั้นต่อไป ทว่า... *ปัง! ปัง! ปัง!* เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน ตามมาด้วยเสียงโวยวายแหลมสูงของจางชุ่ยฮวาที่แผดเผาบรรยากาศอันอบอุ่นให้พังทลายลงในพริบตา "หลินซูเหมย! นังลูกสะใภ้เนรคุณ! แกออกมานี่นะ! แกแอบซ่อนทรัพย์สินผิดกฎหมายและค้าของเถื่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจมาอยู่หน้าบ้านแกแล้ว!" ซูเหมยชะงักตะเกียบในมือ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากทันที นางวางตะเกียบลงอย่างช้าๆ ก่อนจะหันไปสบตากับเฉินเหว่ยที่ใบหน้าบึ้งตึงดุจน้ำแข็งขั้วโลก เกมกระดานรอบใหม่ที่เดิมพันด้วยอิสรภาพและอนาคตของครอบครัว... กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ วินาทีนี้ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตเคียงข้างตระกูลเฉินมาจนถึงตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%