คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม•ตอนที่ 18

สามีทหารส่งจดหมายมา

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"เจ้าหน้าที่กวน... ถ้าท่านกล่าวหาว่าแปลงผักหลังบ้านของฉันเป็น 'พืชแปลกปลอมผิดกฎระเบียบ' รบกวนช่วยใช้ดวงตาอันแจ่มชัดมองดูให้ถี่ถ้วนเสียก่อนนะคะ ว่าสิ่งที่ท่านกำลังชี้นิ้วอยู่นี้คือผักกวางตุ้งปักกิ่งสายพันธุ์ปรับปรุง หรือวัชพืชป่าที่ท่านคุ้นเคยกันแน่" น้ำเสียงของหลินซูเหมยไม่ได้สั่นเครือเลยแม้แต่น้อย เธอยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องครัว สายตาคมกริบกวาดมองเจ้าหน้าที่คอมมูนหน้าตาเลิกลั่กสองคนที่บุกรุกเข้ามาถึงเขตบ้านหลังน้อย โดยมีเจ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวนยืนถือกระบองไม้ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่ด้านหลัง ข้างกายเธอคือเจ้าก้อนแป้งทั้งสอง—ถังถังและเป่าเป่า เด็กน้อยซ่อนตัวอยู่หลังชายเสื้อของมารดา ดวงตากลมโตฉายแววระแวดระวังและตื่นกลัวเล็กน้อย แต่ไร้เสียงร้องไห้งอแง ซูเหมยยื่นมือเรียวไปลูบศีรษะลูกน้อยทั้งสองเบาๆ เป็นเชิงปลอบประโยค ก่อนจะก้าวเท้าเดินนินทาลงจากบันไดเรือนด้วยจังหวะจะโคนมั่นคง เจ้าหน้าที่กวน—ชายวัยกลางคนผู้มีศักดิ์เป็นญาติห่างๆ ของจางชุ่ยฮวา แม่สามีตัวแสบ กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เมื่อถูกสายตาดุจมีดโกนอาบน้ำผึ้งของหลินซูเหมยจ้องมอง เขารีบชักมือที่กำลังชี้ไปทางแปลงผักกลับมาไขว้หลัง พยายามปรับสีหน้าให้ขึงขังกลบเกลื่อนความพิรุธ "สะใภ้รองเฉิน... อย่ามาปากกล้าแถแถลงนะ! มีคนตาดีเห็นเธอบรรจงห่อกระดาษหนังสือพิมพ์แบกพืชผลลับๆ ออกจากบ้านยามวิกาล แถมยังมีชาวบ้านร้องเรียนว่าเธอมีพฤติกรรมค้ากำไรเกินควรในตลาดมืด นโยบายส่วนรวมตอนนี้เข้มงวดแค่ไหน เธอกล้าท้าทายอำนาจรัฐหรอกหรือ!" เจ้าหน้าที่กวนยกเอาวาทกรรมทางการเมืองมาขู่คำราม หวังจะกดดันให้หญิงสาวหวาดกลัวจนมุม ซูเหมยหลุดหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันจนคนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ เธอก้าวเข้าไปใกล้เจ้าหน้าที่กวนทีละก้าว กลิ่นหอมจางๆ ของแป้งหมักและเครื่องเทศตุ๋นจากมื้อเช้ายังคงติดอยู่ปลายจมูกของเธอ แต่บรรยากาศรอบตัวกลับกดดันเสียจนเจ้าหน้าที่หนุ่มอีกคนต้องถอยหลังกรูด "ค้ากำไรเกินควร? พืชแปลกปลอม? เจ้าหน้าที่กวนคะ... ท่านพูดราวกับว่าฉันกำลังลักลอบปลูกฝิ่นส่งขายต่างประเทศอย่างนั้นแหละ แปลงผักตรงนี้ฉันได้รับอนุญาตจากการจัดสรรพื้นที่ทำกินครัวเรือน และเมล็ดพันธุ์พวกนี้ก็เป็นพันธุ์พื้นเมืองที่ฉันคัดเลือกก้านอวบอ้ำมาเพาะเองกับมือ หากท่านสงสัยในความบริสุทธิ์ใจของฉัน เชิญหยิบตราชั่งและหนังสือรับรองการถือครองที่ดินมาตรวจสอบได้เลยค่ะ แต่ถ้าหากตรวจแล้วไม่พบความผิด... ฉันนี่แหละที่จะไปฟ้องร้องท่านข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและใส่ร้ายป้ายสีประชาชน!" คำพูดฉาดฉาน ทรงพลัง และเต็มไปด้วยข้อกฎหมายที่อ้างอิงอย่างแม่นยำทำเอาเจ้าหน้าที่กวนใบหน้าซีดเผือด เขารู้ดีว่าสะใภ้รองบ้านเฉินผู้นี้เปลี่ยนไปแล้ว นางไม่ใช่หญิงสาวอ่อนแอขี้ขลาดที่ยอมให้ใครรังแกเหมือนแต่ก่อน ทว่าในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนแทบหยดติ๋ง เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากหน้าปากซอย "เกิดอะไรขึ้นตรงนี้ทำไมเสียงดังเอะอะโกลาหล?" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ เอ่ยขึ้นด้วยโทนเสียงราบเรียบแต่มีพลังอำนาจกดดันโดยธรรมชาติ ฝูงชนชาวบ้านที่ยืนมุงดูเหตุการณ์อยู่รอบรั้วต่างพากันแตกฮอแหวกทางให้ทันที ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้ม หมวกแก๊ปปีกสั้น และรองเท้าบูทหนังที่เปรอะฝุ่นเล็กน้อยจากการเดินทางไกล ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าประตูบ้าน หลินซูเหมยชะงักกึก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความทรงจำในร่างเดิมผสานเข้ากับความรู้สึกนึกคิดปัจจุบัน ภาพของชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ไหล่กว้าง ใบหน้าคมสันดุจสลักจากหินผา ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวแต่ทอประกายความอ่อนล้าจากการปฏิบัติภารกิจ... เขาคือ 'เฉินเหว่ย' สามีผู้เยือกเย็นและห่างเหินตามตัวบทเดิม แต่ในเวลานี้ เขากลับยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าเธอจริงๆ แล้ว เฉินเหว่ยปราบตามองเจ้าหน้าที่คอมมูนทั้งสองที่ยืนตัวลีบ ก่อนจะเลื่อนสายตามาหยุดอยู่ที่ภรรยาและลูกน้อยทั้งสองคน แววตาที่มักจะนิ่งสงบดั่งน้ำในบึงลึก บัดนี้ไหววูบด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งห่วงหา ตึงเครียด และประกายความดุร้ายที่พร้อมปกป้องคนของตนจากภัยอันตราย "คุณ... กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?" ซูเหมยเอ่ยถามเสียงเบา ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีตื้นขึ้นมาในอก มันไม่ใช่ความรักลึกซึ้งทันทีทันใด แต่เป็นความอบอุ่นมั่นคงที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจอย่างน่าประหลาด เฉินเหว่ยไม่ตอบคำถามทันที เขายื่นมือหนาหยาบกร้านจากการจับอาวุธและฝึกฝนอย่างหนักมาแตะที่ลาดไหล่บางของภรรยาเบาๆ เป็นการส่งสัญญาณเงียบๆ ว่า *'ผมกลับมาแล้ว ทุกอย่างจะเรียบร้อยเอง'* ก่อนจะหันไปประสานสายตากับเจ้าหน้าที่กวนด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก "สหายกวน... เมื่อครู่ฉันได้ยินแว่วๆ ว่าคุณกำลังกล่าวหาว่าภรรยาของผมกระทำผิดกฎหมายคอมมูนอย่างนั้นหรือ? รบกวนช่วยอธิบายให้ผมฟังอย่างละเอียดทีซิว่า กฎข้อไหนของกองทัพและรัฐบาลที่อนุญาตให้คนนอกบุกรุกเข้ามาคุกคามครอบครัวของนายทหารแนวหน้าในยามที่เขากำลังปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศชาติอยู่!" บรรยากาศรอบบริเวณพลันเงียบสงบลงชั่วขณะ ลมหนาวพัดโชยกลิ่นอายดินฝนและกลิ่นหอมกรุ่นของซุปกระดูกหมูที่ซูเหมยเคี่ยวทิ้งไว้บนเตาเมื่อเช้าลอยมาปะทะจมูก ทว่าไม่มีใครมีสิทธิ์สนใจกลิ่นอาหารอีกต่อไปแล้ว เมื่อนายทหารผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและไร้ความปรานีปรากฏตัวขึ้นกลางวงล้อม เฉินเหว่ยกวาดตามองซองจดหมายหนาปึกที่เหน็บอยู่กระเป๋าเสื้อด้านในของตนเอง ซึ่งเพิ่งได้รับจากหน่วยไปรษณีย์ก่อนเดินเข้าหมู่บ้าน ด้านในบรรจุคำสั่งโยกย้ายและจดหมายอนุมัติวันลาพักร้อนยาว... แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดในเวลานี้ คือการจัดการ 'ขยะ' ที่บังอาจมารังแกภรรยาและลูกของเขาในบ้านหลังนี้ให้สิ้นซากเสียก่อน ดวงตาคมกริบของเฉินเหว่ยหันกลับมามองสบตากับหลินซูเหมย นัยน์ตาสื่อความหมายลึกซึ้งที่ทำเอาหัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว... สงครามประสาทในครอบครัวตระกูลเฉิน และบททดสอบชีวิตคู่ครั้งใหม่ กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง ณ วินาทีนี้ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความกล้าหาญของซูเหมยนะคะ ❤️
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ลูกสองยุค 70 ขอปฏิวัติชีวิตใหม่ให้ร่ำรวยกว่าเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%