เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในความมืดไม่ได้ทำให้บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนอากาศในห้องฝึกซ้อมจำลองเกรดพรีเมียมนี้แทบเจือจางลงถนัดตา
“สวัสดีครับรุ่นพี่วินเซนต์... ไม่คิดเลยว่าจะมาแอบเล่นสนุกอยู่กับเด็กกะโปโลคนนี้ตามลำพังนะเนี่ย”
น้ำเสียงกวนประสาทที่ลากเสียงยาวช่วงท้ายดังขึ้นจากทางประตูกระจกบานเลื่อน เรย์สะดุ้งเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ ร่างเพรียวผละออกจากระยะประชิดกับวินเซนต์อย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟลวก แม้ภายนอกเขาจะแสดงท่าทีลอยหน้าลอยตา แต่ดวงตาคู่คมกลับตวัดมองผู้มาใหม่ด้วยความระแวดระวังทันที
“ค리스 (คริส)... นายมาทำอะไรที่นี่” วินเซนต์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเย็นชา รังสีความกดดันรอบตัวอดีตโปรเพลเยอร์อันดับหนึ่งแผ่พุ่งออกมาจนอุณหภูมิในห้องดรอปลงหลายองศา ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติบึ้งตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาสสีเทาเข้มจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มเรือนผมสีบลอนด์เงินที่กำลังสาวเท้าเข้ามาอย่างอืดอาด
คริส—สตรีมเมอร์แถวหน้าและอดีตสมาชิกทีมอีสปอร์ตระดับท็อปที่เคยมีประเด็นระอุกับวินเซนต์เมื่อปีมะระ
“แหม, พูดจาห่างเหินจังเลยนะครับรุ่นพี่ พวกเราเคยร่วมทีมกันมาก่อนนะ ลืมแล้วหรือไง?” คริสยักไหล่ รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏบนมุมปากคมคาย สายตาแพรวพราวราวกับสัตว์นักล่ากวาดมองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าของเรย์ที่ยืนอยู่ข้างวินเซนต์ “แล้วนี่... สตรีมเมอร์หน้าใหม่ไฟแรงที่กำลังเป็นกระแสในบอร์ดเกมเรดดิตสินะครับ? ตัวจริงดูน่าสนใจกว่าในคลิปสตรีมเยอะเลยนี่นา”
เรย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีรัตติกาลหรี่แคบลงอย่างนึกรำคาญ เขาไม่ชอบสายตาคุกคามที่อีกฝ่ายใช้มองมาที่ตนเองเอาเสียเลย มันไม่ใช่สายตาของเพื่อนร่วมวงการ แต่เป็นสายตาของพวกชอบฉวยโอกาสหาประโยชน์จากความขัดแย้ง
“ถ้าจะมาทักทายแล้วก็ช่วยไสหัวออกไปซะ รบกวนเวลาส่วนตัวของคนอื่นมันเสียมารยาทนะคุณคริส” เรย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความเย้ยหยันชัดเจน “หรือว่าสมองส่วนการคิดวิเคราะห์ของคุณมันใช้งานไม่ได้ตั้งแต่โดนทีมเก่าเขี่ยทิ้ง เลยต้องมาเดินป้วนเปี้ยนหาเรื่องชาวบ้านแถวนี้แทน?”
เปรี๊ยะ!
ราวกับมีกระแสไฟฟ้าสถิตฟาดเปรี้ยงกลางอากาศ บรรยากาศระหว่างเรย์และคริสคุกรุ่นขึ้นในพริบตา คริสชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มกวนๆ บนใบหน้ากระตุกเกร็ง ดวงตาคมกริบฉายแววอันตรายวูบหนึ่งก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นสีหน้าเรียบเฉยที่แฝงไปด้วยความดูแคลน
“ปากดีสมคำร่ำลือจริงๆ นะครับเด็กน้อย ระวังตัวไว้หน่อยเถอะ ปากที่เก่งกาจแบบนี้... เวลาอยู่บนสังเวียนจริง มันอาจจะพาให้คุณเจ็บหนักจนลุกไม่ขึ้นเอานะ” คริสกล่าวเสียงเบาแต่น้ำหนักคำพูดเชือดเฉือนลึกถึงกระดูก
“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ ผมถนัดใช้ฝีมือตบหน้าคนปากดีมากกว่าใช้ปากพูดเสียอีก” เรย์ก้าวเท้าขึ้นมาบังหน้าวินเซนต์เล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว มือเรียวกำหมัดแน่นภายใต้ชายเสื้อแจ็คเก็ต การปะทะคารมครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องไร้สาระ แต่มันคือสงครามประสาทที่เริ่มลามเลยเถอะจนอาจทำให้โปรเจกต์งานร่วมกันระหว่างเขากับวินเซนต์พังไม่เป็นท่า
“พอได้แล้ว ทั้งคู่เลยนั่นแหละ”
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของวินเซนต์ขัดขึ้น ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาคั่นกลางระหว่างความตึงเครียด สายตาคมกริบที่มักจะเยือกเย็นอยู่เสมอกลับฉายแววหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือของเรย์ไว้หลวมๆ เป็นการส่งสัญญาณเตือนกลายๆ ว่าให้หยุดต่อปากต่อคำ
เรย์เหลือบมองมือที่กุมข้อมือตนเองอยู่แวบหนึ่ง หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำผิดจังหวะไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นจัดที่ส่งผ่านมาถึงผิวเนื้อ มันช่างขัดแย้งกับบุคลิกน้ำแข็งขั้วโลกของเจ้าตัวเสียจริง
“รุ่นพี่ปกป้องเขาเหรอครับ?” คริสหัวเราะในลำคอ สีหน้าเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจ “น่าสนใจจริงๆ... อดีตโปรเพลเยอร์ผู้รักความสมบูรณ์แบบ ยอมลดตัวมาคลุกคลีกับสตรีมเมอร์ขี้เก๊กที่เอาแต่สร้างความปั่นป่วนเนี่ยนะ? ระวังความลับเน่าเฟะในอดีตของคุณจะถูกเด็กนี่ขุดคุ้ยเอาหรอกนะครับ”
“เรื่องของผม ไม่จำเป็นต้องให้คนนอกอย่างนายมาเสือก” วินเซนต์ตอบกลับเสียงต่ำ ดวงตาสีเทาเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคริสจนอีกฝ่ายเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าว “และถ้ายังไม่อยากโดนระบบความปลอดภัยของตึกนี้โยนหัวออกไปข้างนอก ก็ไสหัวไปซะ คริส”
คริสกัดฟันกรอด รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างสูงของสตรีมเมอร์หนุ่ม เขารู้ดีว่าหากดันทุรังต่อหน้าวินเซนต์ในพื้นที่ของบริษัทเกมยักษ์ใหญ่แห่งนี้ คนที่จะซวยคือตัวเขาเอง คริสจึงทำได้เพียงแค่ปรายตามองเรย์ด้วยแววตาอาฆาตมาดร้าย
“ฝากไว้ก่อนเถอะ... หวังว่าพวกคุณสองคนจะรักษาฟอร์มแบบนี้ไปได้ตลอดรอดฝั่งนะ”
พูดจบ คริสก็สะบัดหน้าเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องฝึกซ้อมไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกและบรรยากาศที่อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
ปัง!
ประตูบานเลื่อนปิดสนิทลง ความเงียบงันกลับมาปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง เรย์ถอนหายใจยาวเหยียด ปล่อยลมหายใจร้อนผ่าวออกมาเพื่อขับไล่ความอึดอัดเมื่อครู่ทิ้งไป ร่างบางสะบัดข้อมือเบาๆ เพื่อให้หลุดพ้นจากการเกาะกุมของวินเซนต์ แต่ทว่า... อีกฝ่ายกลับไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยมือเลยสักนิด
“ปล่อยได้แล้วมั้งครับรุ่นพี่ มือผมไม่ได้เป็นตะคริวสักหน่อย” เรย์บ่นอุบอิบ ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองคนตัวสูงกว่าที่ยืนนิ่งเงียบ
วินเซนต์ไม่ได้ตอบคำถามทันที สายตาคมกริบไล่สำรวจใบหน้าเนียนใสของเรย์ราวกับกำลังประเมินสถานการณ์ ความเงียบระหว่างพวกเขายืดเยื้อออกไปจนเรย์เริ่มรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก บรรยากาศหวานปนขมจางๆ ลอยอบอวลอยู่รอบตัว
“นายใจร้อนเกินไป เรย์” วินเซนต์เอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงอ่อนลงกว่าเมื่อครู่เล็กน้อย แต่มันกลับเต็มไปด้วยความจริงจัง “การไปต่อปากต่อคำกับคนแบบนั้นในสถานที่ทำงาน มันมีแต่จะทำให้แผนการที่เราเตรียมไว้พังไม่เป็นท่า”
เรย์แค่นหัวเราะในลำคอ ความดื้อรั้นพุ่งพล่านขึ้นมาทันทีเมื่อโดนดึงเข้าโหมดอบรมสั่งสอน “อ้าว? กลายเป็นความผิดผมซะงั้นเหรอครับ? ก็ไอ้บ้านั่นมันเดินมาหาเรื่องก่อนนี่นา จะให้ผมยืนยิ้มต้อนรับมันหรือไง? ผมไม่ใช่พระเอกละครน้ำเนรอด้านเดียวนะครับรุ่นพี่”
“ฉันไม่ได้บอกให้ชื่นชมมัน” วินเซนต์ขมวดคิ้วมุ่น ขยับตัวเข้ามาใกล้เรย์อีกก้าวหนึ่งจนระยะห่างลดลงจนน่าใจหาย ร่างสูงก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกัน “แต่ฉันเกลียดคนไร้ระเบียบ และเกลียดคนที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้มากที่สุด”
“ห... หา? ว่าใครไร้ระเบียบไม่ทราบ!” เรย์หน้าแดงก่ำด้วยความโมโห ความใกล้ชิดกะทันหันทำให้สติสตางค์ของเขาเริ่มกระเจิดกระเจิง กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นเมนทอลอ่อนๆ จากตัววินเซนต์กำลังรุกรานพื้นที่หายใจของเขาอย่างถือวิสาสะ “พูดให้มันดีๆ นะครับรุ่นพี่! ถ้าผมคุมอารมณ์ไม่ได้ หมอนั่นคงโดนผมซัดร่วงคาตีนไปแล้วต่างหาก!”
“นั่นแหละที่เรียกว่าขาดการควบคุม” วินเซนต์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ดวงตาสีเทาเข้มจ้องมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ ของเรย์อย่างเผลอไผล “และถ้าสมาธิของนายยังแตกซ่านเพราะคำพูดไร้สาระของคนอื่น งานเปิดตัวสตรีมการกุศลสัปดาห์หน้า... พังไม่เป็นท่าแน่”
“มันไม่พังหรอกน่า! เชื่อมือผมส—อุับ!”
เรย์ยังเถียงไม่ทันจบประโยค วินเซนต์ก็ขยับตัวรวดเร็วจนมองแทบไม่ทัน ฝ่ามือหนาเอื้อมมาบีบคางเพรียวของเรย์เบาๆ เพื่อบังคับให้เงยหน้าขึ้นรับสายตา ดึงรั้งให้ริมฝีปากที่กำลังเถียงเก่งต้องหยุดชะงักลงทันที
ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้ชิดจนสัมผัสได้ หัวใจของเรย์กระตุกวาบ เลือดในกายสูบฉีดจนใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดอย่างห้ามไม่อยู่ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจกับจู่โจมที่ไร้การตั้งตัว
วินเซนต์โน้มใบหน้าลงมาใกล้เรื่อยๆ จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสอุ่นบริเวณคางส่งกระแสความวูบวาบแล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลัง สายตาที่มักจะเย็นชาของอดีตโปรเพลเยอร์หนุ่มในตอนนี้กลับลุกโชนด้วยประกายไฟบางอย่างที่เรย์ไม่กล้าแม้แต่จะคาดเดา
“ถ้าเก่งนัก... ก็พิสูจน์ให้ฉันดูสิว่านายไม่ได้มีดีแค่ปาก” วินเซนต์กระซิบแผ่วเบาชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นเล็กน้อยจนชวนให้ใจสั่นสะท้าน “พิสูจน์ให้เห็นว่านายคู่ควรจะยืนอยู่ข้างสนามเดียวกับฉัน... ไม่ใช่แค่เด็กกะโปโลที่เอาแต่หาเรื่องไปวันๆ”
เรย์อ้าปากค้าง สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ คำพูดโต้เถียงนับร้อยที่เตรียมไว้กระจัดกระจายหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่มีที่ว่าง และในวินาทีที่เรย์กำลังจะอ้าปากปฏิเสธหรือสวนกลับด้วยคำกวนๆ แบบเคย...
กริ๊ก!
เสียงปลดล็อกประตูด้านนอกดังขึ้นพร้อมกับร่างของโปรดิวเซอร์สาวใหญ่ประจำโปรเจกต์ที่ผลักประตูเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารกองโตในมือ โดยไม่ทันสังเกตบรรยากาศชวนเลือดสูบฉีดที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อเสี้ยววินาทีก่อน
“อ้าว, วินเซนต์, เรย์! อยู่นี่กันพอดีเลยเหรอคะ? แย่แล้วค่ะ! ทีมงานฝ่ายเทคนิคแจ้งมาว่าระบบเซิร์ฟเวอร์หลักจำลองดันเจี้ยนเกิดข้อผิดพลาดกระทันหัน... ตอนนี้หน้าจอแสดงผลหลักในห้องโถงใหญ่กำลังล่ม และพวกเราจำเป็นต้องรีบเข้าไปแก้ไขด่วนที่สุดก่อนที่สปอนเซอร์รายใหญ่จะถอนทุน!”
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ชาโดว์ฮันเตอร์" เสมอมานะครับ
เซียนเกมสายปั่นกับอดีตโปรเพลเยอร์จอมเฮี้ยบ•ตอนที่ 4
ปากเสีย vs ปากจัด
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายปั่นกับอดีตโปรเพลเยอร์จอมเฮี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!