"ถ้าความภักดีของพวกคุณมีราคาถูกถึงเพียงนี้... งั้นการทวงคืนสิ่งที่เสียไป ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ความเมตตาอีกต่อไป"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของคีรีนดังแทรกผ่านความเงียบงันที่กดทับในห้องโถงกว้าง ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มยืนตระหง่านอยู่กลางห้อง แสงไฟสลัวจากแชนเดอเลียร์ด้านบนสาดส่องลงมาเพียงครึ่งใบหน้า ทิ้งให้ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นจมอยู่ในเงามืด เขาหมุนแหวนหัวเพชรบนนิ้วชี้เบาๆ ราวกับกำลังรอคอยคำแก้ตัวที่เขาเองก็รู้อยู่เต็มอกว่ามันไร้ความหมาย
เบื้องหน้าของเขาคือชายวัยกลางคนสามคนที่คุกเข่าสั่นเทาอยู่บนพื้นหินอ่อน พวกเขาคือเครือญาติสายรองที่คีรีนเคยไว้ใจ ให้ดูแลผลประโยชน์ในโซนตะวันออก แต่ทว่า... ทรัพย์สินที่หายไปจากบัญชีลับและความลับที่ถูกนำไปขายให้อคิน คือรอยร้าวที่ใหญ่เกินกว่าจะเยียวยา
"ผม... ผมไม่ได้ตั้งใจครับคุณคีรีน มันเป็นเพราะวิกฤตเศรษฐกิจ... ผมแค่ต้องการรักษาธุรกิจของตระกูลเอาไว้เท่านั้น" หนึ่งในนั้นเอ่ยเสียงสั่น พยายามก้มกราบที่ปลายรองเท้าของมาเฟียหนุ่ม
รินรดายืนอยู่ไม่ไกลนัก เธอซ่อนตัวอยู่หลังเสาหินขนาดใหญ่ หัวใจของเธอเต้นรัวแรงจนเจ็บหน้าอก เธอเพิ่งก้าวเข้ามาในห้องนี้เพื่อจะนำเอกสารสำคัญมาให้เขา แต่ภาพเหตุการณ์ที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้เธอต้องชะงักงัน เธอไม่เคยเห็นมุมที่ดิบเถื่อนและเย็นชาถึงขั้นไร้ความรู้สึกเช่นนี้ของคีรีนมาก่อน
คีรีนก้มตัวลงช้าๆ มือหนาคว้าคางของชายคนนั้นให้เงยขึ้นสบตา สายตาของเขานิ่งเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยแรงอาฆาตที่ทำให้คนมองรู้สึกเหมือนถูกแช่แข็ง
"รักษาธุรกิจของตระกูล... หรือรักษาความโลภของตัวเองกันแน่" เขาแค่นยิ้มที่มุมปาก "อคินให้ข้อเสนอเท่าไหร่? สองเท่า? หรือสามเท่าที่ฉันให้พวกคุณ? บอกมาสิ... แล้วฉันจะพิจารณาว่าควรปล่อยให้พวกคุณเดินออกจากที่นี่ด้วยขาตัวเอง หรือจะให้ลากออกไปดี"
รินรดาเผลอกำชายกระโปรงแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธออยากจะเดินออกไปห้ามปราม แต่สัญชาตญาณบอกให้เธออยู่นิ่งๆ ความกลัวแล่นปราดไปทั่วร่างเมื่อคีรีนสะบัดมือทิ้งอย่างรังเกียจราวกับสิ่งมีชีวิตเบื้องหน้าเป็นเพียงเศษฝุ่น
"จัดการซะ" คีรีนหันไปสั่งลูกน้องที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังด้วยน้ำเสียงราบเรียบดุจคนสั่งอาหารเย็น "อย่าให้เลือดพวกมันกระเด็นเปื้อนพรมผืนใหม่ของฉัน"
ทันทีที่เขากล่าวจบ เสียงร้องขอชีวิตก็ถูกกลบด้วยเสียงฝีเท้าที่พุ่งเข้าใส่ รินรดาหลับตาลงแน่น ไม่อาจทนดูภาพการทรมานที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ทว่า... ฝีเท้าของคีรีนกลับไม่ได้เดินไปที่ประตู เขากลับหมุนตัวหันมาทางเสาหินที่เธอแอบอยู่
"ยืนดูจนพอใจแล้วหรือยัง... รินรดา"
เสียงนั้นทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด เธอค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงามืด ใบหน้าสวยซีดเผือดขณะสบตากับคนรักที่ในเวลานี้กลับดูเหมือนคนแปลกหน้า
"คุณคีรีน... นี่มันโหดร้ายเกินไปนะคะ พวกเขาเป็นญาติของคุณ..."
คีรีนเดินเข้ามาหาเธอช้าๆ เงาร่างสูงใหญ่บดบังแสงไฟจนทั่วตัวเธอ เขาโน้มใบหน้าลงมาจนชิดปลายจมูก สัมผัสถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ออกจากตัวเขา "ในโลกของฉัน ไม่มีคำว่าญาติ มีเพียงคนที่ภักดีและคนที่จะต้องถูกกำจัด เธอเองก็รู้ดีไม่ใช่หรือไง ว่าถ้าเธอทรยศฉัน... จุดจบของเธอก็คงไม่ต่างจากพวกเขานักหรอก"
"คุณถึงได้ขังฉันไว้ที่นี่... เพราะกลัวว่าฉันจะเป็นเหมือนคนพวกนั้นงั้นเหรอคะ?" เธอถามสวนกลับ เสียงสั่นเครือทว่าแววตามุ่งมั่น
คีรีนชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มเย้ยหยันเลือนหายไป แทนที่ด้วยความสับสนที่วูบผ่านดวงตาคู่นั้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะคว้าข้อมือเธอไว้แน่นแล้วดึงเข้าหาตัวจนร่างกายปะทะกันอย่างแรง
"ฉันไม่ได้ขังเธอเพราะกลัวทรยศ..." เขาพึมพำชิดริมฝีปากเธอ เสียงที่เปลี่ยนไปจนเธอขนลุก "แต่ฉันขังเธอไว้ เพราะฉันไม่ยอมให้ใครหน้าไหน... แม้แต่ความตาย... มาพรากเธอไปจากกรงของฉันได้"
เขากำลังจะโน้มลงไปจูบเพื่อปิดปากเธอ แต่เสียงสัญญาณเตือนภัยจากระบบรักษาความปลอดภัยของคฤหาสน์ก็ดังสนั่นขึ้นทั่วทั้งตึก คีรีนผละออกทันที ใบหน้าดุดันเคร่งขรึมขึ้นมาในทันที มือหนาคว้าปืนพกจากเอวขึ้นมาเช็กความเรียบร้อย
"เกิดอะไรขึ้นคะ?" รินรดาถามด้วยความตกใจ
"อคิน..." คีรีนเอ่ยชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงเคียดแค้นสุดขีด "มันไม่ได้มาเพื่อต่อรอง แต่มันมาเพื่อปิดฉากทุกอย่างในวันนี้"
คีรีนหันมามองเธอเป็นครั้งสุดท้าย สายตาที่เต็มไปด้วยความหวงแหนและกังวลอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน "ขึ้นไปบนห้องนิรภัยชั้นบนสุด ห้ามออกมาจนกว่าฉันจะกลับมา... ไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไรก็ตาม!"
เขาสั่งเสร็จก็หันหลังวิ่งออกไปพร้อมกับลูกน้องส่วนหนึ่ง ทิ้งให้รินรดายืนเคว้งอยู่ท่ามกลางความโกลาหล แต่ก่อนที่เธอจะได้ขยับตัว เสียงระเบิดตูมใหญ่ก็ดังสนั่นขึ้นที่หน้าคฤหาสน์จนพื้นสั่นสะเทือน ร่างของใครบางคนกระเด็นเข้ามาผ่านกระจกที่แตกกระจายกองลงที่เท้าของเธอ
ไม่ใช่ลูกน้องของคีรีน... แต่เป็นอคินที่เดินก้าวผ่านซากปรักหักพังเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ มือของเขากำลังถือจดหมายฉบับหนึ่งที่รินรดาจำได้แม่นว่ามันเป็นของเธอกับคีรีน... สัญญาลับที่เธอไม่เคยบอกใคร
"หาตัวคีรีนไม่เจอไม่เป็นไร" อคินเอ่ยขึ้นขณะที่สายตาคมกริบจ้องมองมาที่เธอ "เพราะสิ่งที่ฉันต้องการจริงๆ... ไม่ใช่ชีวิตของมัน แต่เป็น 'สิ่งของ' ที่มันรักที่สุดต่างหาก"
รินรดาตัวแข็งทื่อเมื่อเห็นอคินหยิบอุปกรณ์บางอย่างขึ้นมา พร้อมกับสัญญาณเตือนว่าคฤหาสน์ทั้งหลังถูกวางระเบิดไว้รอบทิศ... เวลาถอยหลังเริ่มเดินแล้ว!
มิดไนท์คิสหวังว่าเหตุการณ์ในตอนนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปกับรินรดานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
พันธะกุหลาบสีเพลิง: สัญญาลับใต้เงารัก•ตอนที่ 16
บทเรียนของผู้ทรยศ
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกุหลาบสีเพลิง: สัญญาลับใต้เงารัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!