พันธะกุหลาบสีเพลิง: สัญญาลับใต้เงารัก•ตอนที่ 30

ความโกรธที่แปรเปลี่ยนเป็นความรัก

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
"ถ้าคิดว่าการหนีไปหาอคินจะทำให้คุณพ้นจากนรกขุมนี้ได้... รินรดา คุณคงประเมินความอดทนของผมต่ำเกินไป" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัว คีรีนกระแทกแก้วคริสตัลบรรจุของเหลวสีอำพันลงบนโต๊ะไม้สักจนเกิดเสียงดังสนั่น ก่อนจะก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวหญิงสาวที่ยืนสั่นเทาอยู่ตรงมุมห้อง รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาคู่คมดุจเหยี่ยวของมาเฟียหนุ่ม นัยน์ตาของเธอรื้นไปด้วยหยาดน้ำใส แต่ทว่าแฝงไว้ด้วยประกายดื้อรั้นที่ไม่ยอมแพ้ "ฉันไม่ได้หนีไปหาเขา... ฉันแค่ไปในที่ที่ฉันมีค่ามากกว่าสิ่งของในกรงทองของคุณ!" เธอสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามคุมให้มั่นคงที่สุด ทั้งที่หัวใจในอกกำลังเต้นรัวราวกับจะหลุดออกมา คีรีนแค่นยิ้มที่มุมปาก มือหนาคว้าข้อมือเล็กของเธอแน่นราวกับคีมเหล็ก บังคับให้เธอก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังบางชิดเข้ากับผนังเย็นเฉียบ แรงกดดันจากกายหนาที่ทาบทับลงมาทำให้รินรดารู้สึกเหมือนอากาศในห้องเริ่มเบาบางลง "มีค่าเหรอ?" คีรีนโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งแทบจะสัมผัสกัน "ความหมายของคำว่า 'มีค่า' ในพจนานุกรมของอคิน คือการที่คุณเป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งบนกระดานที่เขาจะเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ แต่สำหรับผม... คุณคือหนี้ที่ผมต้องทวงคืนจนกว่าจะพอใจ" "งั้นก็ฆ่าฉันทิ้งซะสิ!" รินรดาตะโกนใส่หน้าเขา น้ำตาหยดหนึ่งร่วงเผาะลงบนหลังมือของคีรีน "ฆ่าฉันให้ตายไปเลยดีกว่าต้องมาทนรับความเย็นชาที่คุณคอยหยิบยื่นให้ทุกวันแบบนี้!" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทว่าไม่ใช่ความเงียบที่สงบสุข แต่มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยประจุไฟฟ้าของความโกรธเกรี้ยวที่แปรเปลี่ยนเป็นความอัดอั้น คีรีนชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นหยาดน้ำตานั้น แทนที่เขาจะถอยห่าง กลับกลายเป็นว่าเขากระชากร่างบางเข้ามากอดแน่นจนอกแนบชิดกัน ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาเป่ารดข้างหู ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลที่แฝงไว้ด้วยความดิบเถื่อนอย่างน่าประหลาด "ถ้าคุณตาย... ใครจะคอยขัดใจผมแบบนี้" เสียงของเขาสั่นพร่าเล็กน้อย "ใครจะคอยทำให้ผมลืมภาพผู้หญิงใจคดคนนั้นได้ ถ้าไม่ใช่คุณ... รินรดา" เขาไม่ได้กำลังโกรธที่เธอพยายามหนี แต่เขากำลังโกรธตัวเองที่รู้สึกห่วงจนแทบบ้าเมื่อเห็นเธอตกอยู่ในอันตรายภายใต้แผนการของอคิน ความรู้สึกหึงหวงที่เขาสั่งตัวเองว่าไม่ควรมี กลับตีรวนขึ้นมาจนยากจะควบคุม คีรีนฝังใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น ความโกรธแค้นที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความหวงแหนอย่างมหาศาล เขาขบเม้มผิวเนียนละเอียดนั้นเบาๆ เป็นการลงโทษที่ไม่รุนแรง แต่ทำให้รินรดาสะท้านไปถึงทรวง "คุณมันบ้า... คุณมันคนเห็นแก่ตัวที่สุด" หญิงสาวพึมพำ มือไม้สั่นเทาจิกเข้าที่ไหล่กว้างของเขาด้วยความรู้สึกที่แยกไม่ออกว่าคือความรักหรือความแค้น "ใช่... ผมมันบ้า" คีรีนผละออกมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "บ้าพอที่จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องสมบัติของผม แม้แต่คนเดียว" เขาอุ้มร่างบางขึ้นในวงแขนอย่างง่ายดาย ก่อนจะมุ่งหน้าตรงไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่กลางห้อง รินรดารู้ดีว่าค่ำคืนนี้ไม่มีทางจบลงง่ายๆ แต่น่าแปลกที่ในใจของเธอกลับไม่ได้หวาดกลัวเท่ากับครั้งแรกๆ มันกลับมีความรู้สึกบางอย่างที่เธอเองก็ไม่กล้าตั้งชื่อให้กับมัน... ความรู้สึกที่เหมือนกับว่ากำแพงน้ำแข็งที่คีรีนสร้างขึ้นกำลังเริ่มร้าว ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะวางเธอนอนลงบนเตียง เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศ คีรีนขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ แต่เมื่อเหลือบไปเห็นรายชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ แววตาดุดันของเขาก็เปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นอย่างถึงที่สุด เขาปล่อยรินรดาลงช้าๆ ก่อนจะเดินไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่ามืออีกข้างที่กำแน่นจนเห็นเส้นเลือดบ่งบอกถึงอารมณ์ที่พุ่งพล่านอยู่ภายใน "ว่าไง?" เขาถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก "คีรีน... นายคงลืมไปแล้วสินะ ว่าของที่นายเก็บไว้ที่คฤหาสน์นั่นน่ะ มันไม่ได้มีแค่รินรดาคนเดียว" ปลายสายหัวเราะร่วน เป็นน้ำเสียงของอคินที่ดูชั่วร้าย "ตอนนี้น้องชายของเธอกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศที่ฉันจัดเตรียมไว้ให้... อยากรู้ไหมล่ะว่าเขาจะทนได้นานแค่ไหนถ้า 'ของขวัญ' ชิ้นนี้แตกสลายไป" คีรีนชะงักกึก นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ขึ้นมาในทันที เขาหันกลับมามองรินรดาที่ยืนงงงันอยู่กลางห้อง ก่อนจะคว้าปืนพกที่ซ่อนอยู่ใต้ลิ้นชักออกมาตรวจสอบความพร้อมด้วยความรวดเร็วที่ทำเอาหญิงสาวหน้าถอดสี "เกิดอะไรขึ้นคะคีรีน?" เธอถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ คีรีนไม่ได้ตอบ แต่เขาก้าวเข้ามาหาเธออีกครั้ง แววตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้มีแค่ความปรารถนา แต่มันคือความเดือดดาลที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า "เตรียมตัวให้พร้อมรินรดา... เพราะคืนนี้เรากำลังจะไปนรกด้วยกัน" เขากระชากแขนเธอให้เดินตามออกไปที่ประตูห้อง ทว่าทันทีที่บานประตูเปิดออก แสงไฟในโถงทางเดินก็ดับพรึบลงพร้อมกับเสียงฝีเท้าจำนวนมากที่กรูเข้ามาจากทุกทิศทาง เสียงปืนนัดแรกดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิด ตามมาด้วยเสียงแก้วแตกกระจาย รินรดากรีดร้องเมื่อถูกแรงกระชากจากฝ่ามือปริศนาที่โผล่พ้นความมืดเข้ามาลากตัวเธอออกไปจากอ้อมแขนของคีรีน! "รินรดา!" เสียงคำรามของคีรีนดังลั่นไปทั่วคฤหาสน์ ก่อนที่เสียงปืนนัดที่สองจะดังขึ้น... แล้วทุกอย่างก็เงียบกริบลงพร้อมกับหยดเลือดที่กระเด็นมาโดนใบหน้าของเธอ มิดไนท์คิสหวังว่าเหตุการณ์ในตอนนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นจนแทบหยุดหายใจนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกุหลาบสีเพลิง: สัญญาลับใต้เงารัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%