“คุณคิดจริงๆ หรือคะว่าการส่งดอกไม้ช่อนี้มาที่บ้านวรโชติเมธี จะทำให้คีรีนเขาสั่นคลอนได้”
รินรดายืนนิ่งอยู่กลางห้องโถงกว้าง ดวงตากลมโตจ้องมองดอกกุหลาบสีเพลิงที่ถูกจัดวางอย่างประณีตในแจกันคริสตัลบนโต๊ะรับแขก กลีบดอกสีสดของมันช่างขัดแย้งกับบรรยากาศมาคุที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ผู้ยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทีผ่อนคลายเกินเหตุ
อคินขยับยิ้มที่มุมปาก ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่ใบหน้าซีดเผือดของรินรดา เขาค่อยๆ ก้าวเดินเข้ามาหาเธอ ช้าๆ ทว่ามั่นคงราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม
“ดอกไม้เป็นแค่ตัวแทนของความปรารถนาดีครับ... รินรดา” อคินเน้นชื่อเธอหนักแน่น “และสำหรับคีรีน สิ่งที่เขากลัวไม่ใช่ดอกไม้หรอก แต่มันคือ ‘ความจริง’ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มของคุณต่างหาก”
คีรีนที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ในเงามืดของบันไดวนก้าวเท้าออกมา เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนดังสะท้อนก้อง มันเป็นเสียงที่ทำให้คนฟังรู้สึกถึงความตายที่คืบคลานเข้ามาทุกขณะ เขาไม่ได้ตะคอก แต่ความเย็นเยียบในน้ำเสียงนั้นกลับบาดลึกยิ่งกว่าใบมีด
“ถ้าจะมาเพื่อพ่นลมหายใจเสียๆ หายๆ ในบ้านฉัน ก็ไสหัวออกไปก่อนที่ฉันจะทำให้แกไม่มีโอกาสได้หายใจอีก” คีรีนกระชากเสียงต่ำพลางคว้าข้อมือรินรดาให้ขยับมาอยู่ด้านหลังเขา มือแกร่งนั้นบีบแน่นจนหญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด
“หึงหรือครับ?” อคินหัวเราะในลำคอ สายตาเขายังคงจ้องมองรินรดาผ่านไหล่กว้างของคีรีน “หรือว่ากลัวรินรดาจะรู้ความลับที่คุณพยายามฝังกลบไว้ใต้กองเงินกองทองพวกนี้กันแน่... เรื่องที่ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนทำลายตระกูลศิรินทร์ธาดาจนพังพินาศในวันนั้น”
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที รินรดารู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบจนแทบหยุดเต้น เธอเงยหน้ามองแผ่นหลังกว้างของคีรีนที่สั่นไหวเพียงชั่ววูบก่อนจะกลับมานิ่งสนิทดุจหินผา
“อย่าฟังสิ่งที่มันพูด ริน” คีรีนเอ่ยคำสั่งสั้นๆ แต่น้ำเสียงที่เคยเด็ดขาดกลับมีความสั่นไหวที่คนช่างสังเกตอย่างเธอมองเห็นได้อย่างชัดเจน
“ทำไมล่ะครับคุณคีรีน?” อคินยังคงรุกต่อ เขาหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูออกมาแล้ววางลงบนโต๊ะข้างแจกันดอกไม้ “ภาพถ่ายในคืนนั้น... ที่งานกาล่าปีที่แล้ว ดูเหมือนจะมีบางสิ่งที่ถูกลบออกไปจากกล้องวงจรปิด แต่บังเอิญผมเก็บ ‘ต้นฉบับ’ เอาไว้ได้พอดี สนใจจะดูไหมครับรินรดา ว่าชายที่ยืนโอบกอดคุณด้วยความรักคนนี้ เคยทำอะไรไว้กับครอบครัวคุณบ้าง”
คีรีนพุ่งเข้าหาอคินด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ หมัดหนักๆ กระแทกเข้าที่ใบหน้าของศัตรูหนุ่มจนร่างของอคินกระเด็นไปชนกับชั้นวางของประดับตกแต่งราคาแพงจนแตกกระจาย เสียงแก้วแตกดังระงมไปทั่วโถง แต่แทนที่จะโกรธ อคินกลับยันกายลุกขึ้นพร้อมรอยเลือดที่มุมปากพลางหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“ความจริงมันเจ็บปวดเสมอใช่ไหมล่ะ!” อคินตะโกนก้อง
รินรดายืนตัวแข็งทื่อ สายตาของเธอเหลือบไปเห็นโทรศัพท์ที่ตกอยู่บนพื้น หน้าจอยังคงสว่างค้างอยู่ ภาพที่ปรากฏในนั้นคือเอกสารการโอนเงินจำนวนมหาศาลจากบัญชีของคีรีนเข้าสู่บริษัทที่เป็นคู่แข่งทางการค้าของพ่อเธอ... มันคือจุดเริ่มต้นของการล้มละลายที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน
ความเย็นชาที่เธอเคยเห็นจากคีรีนตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกัน มันไม่ใช่แค่เกราะป้องกันหัวใจ แต่มันคือหน้ากากที่ใช้ปิดบังบาปกรรมที่เขาก่อไว้กับเธอโดยตลอด
“ตอบฉันมาคีรีน...” รินรดากระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือจนแทบไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา “ที่เขาพูด... มันไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหมคะ?”
คีรีนหันกลับมามองเธอ ดวงตาสีเข้มที่เคยดุดันกลับดูว่างเปล่าและหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่ได้ปฏิเสธ และไม่ได้อธิบาย สิ่งที่เขาทำคือการก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้เอื้อมมือมาแตะต้องตัวเธอ เสียงโทรศัพท์ของรินรดาก็ดังขึ้นทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด
มันเป็นข้อความจากเบอร์แปลกที่เพิ่งส่งเข้ามาเพียงประโยคเดียว
‘อย่าเพิ่งเชื่อสิ่งที่เห็น... เปิดดูในลิ้นชักลับใต้เตียงห้องหนังสือของคุณ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมเขาถึงทำแบบนั้น’
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง อคินหายไปจากโถงกว้างแล้ว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกและคีรีนที่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหิน ทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะหันหลังเดินหนีไปเพื่อพิสูจน์ความจริง คีรีนก็คว้าข้อมือเธอไว้แน่น
“ถ้าเธอเปิดลิ้นชักนั้น... รินรดา ต่อให้เธออยากจะไปจากฉันมากแค่ไหน เธอก็ไม่มีวันทำได้อีกต่อไป” คีรีนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าดุจเสียงคนใกล้ขาดใจ “เพราะถ้าเธอรู้ความจริงทั้งหมด... เธอจะไม่มีวันให้อภัยฉันได้เลย”
เขาก้มลงกระซิบข้างหูเธอด้วยคำพูดที่ทำให้โลกทั้งใบของรินรดาสั่นคลอน
“และเมื่อนั้น... ฉันก็จะกลายเป็น ‘ปีศาจ’ ในสายตาเธออย่างสมบูรณ์แบบ”
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวความกล้าที่เหลืออยู่ทั้งหมดเพื่อหันกลับมาประจันหน้ากับดวงตาคู่นั้นที่กำลังกักขังเธอไว้ในวังวนแห่งความทรมาน แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยคำใดออกไป เสียงปืนนัดหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านนอกบ้าน พร้อมกับเสียงกระจกหน้าต่างห้องรับแขกที่แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ!
มิดไนท์คิสหวังว่าทุกท่านจะยังคงจับมือรินรดาแน่นๆ แล้วร่วมลุ้นไปกับความจริงที่กำลังจะถูกเปิดเผยในตอนหน้านะคะ
พันธะกุหลาบสีเพลิง: สัญญาลับใต้เงารัก•ตอนที่ 39
ความริษยาของอคิน
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกุหลาบสีเพลิง: สัญญาลับใต้เงารัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!