"ถ้าเธอคิดว่าการหนีไปกับฉันจะทำให้รอดพ้นจากนรกขุมนี้ได้... รินรดา เธอคิดผิดถนัด"
เสียงทุ้มต่ำของอคินไม่ได้มีความนุ่มนวลอย่างที่เคยเป็นในความทรงจำ แต่มันกลับแฝงไปด้วยความเย้ยหยันที่ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ เธอไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้นเพราะความสมัครใจ แต่เป็นเพราะแรงฉุดกระชากของชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจของคีรีน
ข้างนอกนั่น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคีรีนดังใกล้เข้ามาพร้อมกับเสียงโลหะกระทบกัน—เสียงปลดเซฟปืนที่ดังชัดเจนจนสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ รินรดาเห็นแววตาของคีรีนผ่านช่องว่างของบานประตูที่เปิดแง้มไว้ ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีความเป็นห่วงเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย มันมีเพียงความบ้าคลั่งที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า และความหึงหวงที่รุนแรงจนน่ากลัว
"ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ อคิน!" รินรดากระซิบด้วยเสียงที่พยายามคุมไม่ให้สั่น แม้ฝ่ามือจะเย็นเฉียบจนไร้ความรู้สึก "อย่าเอาชีวิตฉันไปเป็นเครื่องมือแก้แค้นของคุณ"
"เครื่องมือหรือ?" อคินแสยะยิ้มก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน "ถามตัวเองสิว่าที่ผ่านมา เธอเป็นอะไรสำหรับเขากันแน่... ที่นอนอุ่นๆ ที่เอาไว้แก้เหงา หรือแค่เหยื่อที่เขากักขังไว้ในกรงทองเพื่อรอวันชำแหละ!"
เปรี้ยง!
เสียงพังประตูเข้ามาอย่างรุนแรงทำให้หัวใจของรินรดาแทบหยุดเต้น คีรีนก้าวเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าเรียบตึงราวกับรูปปั้นหินที่ไร้ความรู้สึก ทว่าในมือหนานั้นมีปืนกระบอกดำทมิฬที่ปากกระบอกชี้ตรงมาที่อคิน สายตาของเขากวาดผ่านใบหน้าอคิน ก่อนจะมาหยุดลงที่รินรดาด้วยประกายตาที่เธอก็อ่านไม่ออก
"ถอยห่างจากผู้หญิงของฉัน..." คีรีนเอ่ยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ามันกลับแฝงด้วยแรงกดดันมหาศาล "ไม่งั้นฉันจะส่งแกไปลงนรกตั้งแต่วินาทีนี้"
รินรดามองคีรีนสลับกับอคิน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก เธอเห็นความเจ็บปวดในสายตาของคีรีนแวบหนึ่ง... หรือว่าเธอกำลังหลอกตัวเอง? ไม่สิ ความจริงที่เธอเพิ่งเห็นในห้องทำงานของเขาก่อนหน้านี้มันชัดเจนเกินไป แฟ้มเอกสารที่มีรูปถ่ายของเธอและประวัติครอบครัวถูกจัดวางไว้ใต้ชื่อ 'แผนการหักหลัง' ราวกับเธอเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่คีรีนใช้เพื่อเหยียบย่ำศัตรู
"เธอเห็นแล้วใช่ไหม รินรดา..." อคินหัวเราะร่วน มือของเขายังคงโอบเอวเธอไว้แน่น "เอกสารที่เขาวางล่อให้เธอดู เพื่อให้เธอเชื่อว่าเขารักเธอจนหมดใจ... ช่างน่าสมเพชเสียจริง"
คีรีนขมวดคิ้ว มือที่จับปืนกระตุกเล็กน้อยก่อนจะแผ่รังสีอำมหิตออกมาจนอากาศรอบข้างดูอึดอัด "หุบปาก! ฉันไม่เคยบอกว่ารักผู้หญิงที่หักหลังฉัน!"
คำพูดนั้นกรีดลงกลางใจรินรดาเหมือนมีดคมๆ เธอไม่รอให้เขาพูดอะไรต่อ ความอดทนที่พังทลายลงในพริบตาเปลี่ยนเป็นความกล้าที่น่าประหลาดใจ เธอสะบัดตัวออกจากอคินอย่างแรงจนเขาเผลอปล่อยมือ ความโกรธแค้นและความผิดหวังตีรวนจนน้ำตาเอ่อล้น แต่เธอจะไม่ยอมให้คีรีนเห็นความอ่อนแอของเธออีกต่อไป
"คุณพูดถูก คีรีน..." รินรดาเงยหน้าสบตาชายที่เธอเคยหลงรัก "ฉันมันก็แค่ผู้หญิงที่โง่เขลา... โง่พอที่จะเชื่อว่าปีศาจอย่างคุณจะมีความเป็นคนเหลืออยู่บ้าง"
เธอหันหลังเดินหนีออกไปทางประตูหลังของคฤหาสน์โดยไม่หันกลับไปมองสายตาที่สั่นไหวของคีรีนที่เพิ่งได้สติ คีรีนตะโกนเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป แต่รินรดาไม่ฟังอะไรอีกแล้ว เธอวิ่งออกไปท่ามกลางความมืดมิดของสวนกุหลาบที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่แห่งความทรงจำแสนหวาน บัดนี้กลายเป็นเพียงกรงขังที่เต็มไปด้วยหนามแหลม
ท่ามกลางแสงไฟจากรถยนต์ที่ส่องสว่างเข้ามาในเขตคฤหาสน์ รินรดารีบเร่งฝีเท้าไปตามทางเดินแคบๆ ระหว่างรั้วต้นไม้ ความคิดในหัวมีเพียงอย่างเดียวคือต้องไปจากที่นี่... ไปให้ไกลจากผู้ชายใจร้ายคนนั้น แต่เมื่อเธอวิ่งพ้นพุ่มไม้ใหญ่ ร่างของเธอก็ต้องชะงักกึก
ชายชุดดำนับสิบคนยืนล้อมรอบประตูทางออกไว้แน่น และชายผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาจากรถลีมูซีนคันหรูนั้นไม่ใช่คีรีน หรืออคิน... แต่เป็นบุคคลที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้พบในที่แห่งนี้
"ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะ หลานสาวที่น่ารัก" น้ำเสียงเย็นเยียบของชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายกับพ่อของเธอเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบไปถึงกระดูก "ลุงรอนานเกินไปแล้วนะ... ถึงเวลาที่เธอต้องกลับไปรับโทษในสิ่งที่พ่อเธอทำไว้กับตระกูลเราเสียที"
มิดไนท์คิสขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสั่นคลอนของความเชื่อใจในบทนี้ไปพร้อมกันนะคะ
พันธะกุหลาบสีเพลิง: สัญญาลับใต้เงารัก•ตอนที่ 41
ความเชื่อใจที่สั่นคลอน
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกุหลาบสีเพลิง: สัญญาลับใต้เงารัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!