เสียงล้อรถยนต์โรลส์-רויซ์สีดำสนิทที่บด TIRE ลงบนพื้นถนนหินอ่อนของลานน้ำพุกรีกโบราณ ดังก้องกังวานราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อให้แหลکคามือ ประตูรถฝั่งที่เธอนั่งถูกเปิดออกโดยบอดี้การ์ดสวมสูทสีเข้ม รินรดา ศิรินทร์ธาดา สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ปอดของเธอเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความอึดอัดและคุกกี้อบเนยจางๆ ที่ผสมผสานอยู่ในอากาศเย็นยะเยือกของคฤหาสน์ตระกูลวรโชติเมธี
ก้าวแรกที่เท้าเรียวแตะลงบนพื้นหินอ่อนขัดเงา ร่างบางในชุดเดรสยาวสีนู้ดเรียบหรูรู้สึกได้ทันทีว่าอิสรภาพชิ้นสุดท้ายของเธอกำลังถูกพรากไป พร้อมกับประตูกรงทองที่ปิดสนิทลงเบื้องหลัง
คีรีน วรโชติเมธี ก้าวขาลงจากรถฝั่งตรงข้าม ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอในระยะประชิด กลิ่นกายบุรุษผสมโคโลญจ์ราคาแพงและกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะนาสิก ความกดดันแผ่ซ่านออกจากร่างสูงใหญ่จนบรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลงอย่างเฉียบพลัน ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬคู่นั้นกวาดมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความปรานี ราวกับเธอมันเป็นเพียงสินค้าชิ้นหนึ่งที่เขาเพิ่งจ่ายเงินซื้อมาครอบครอง
"ยินดีต้อนรับสู่กรงของฉัน... รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงราบเรียบไร้ระลอกคลื่นอารมณ์ แต่กลับสร้างความสั่นสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง "หวังว่าเธอจะชอบการตกแต่งนะ เพราะเธอจะต้องอยู่ที่นี่ไปอีกนาน... จนกว่าหนี้มหาศาลของครอบครัวเธอจะถูกชำระด้วยหยาดน้ำตาจนหมดสิ้น"
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา นัยน์ตากลมโตฉายแววความเด็ดเดี่ยว แม้ริมฝีปากอิ่มจะสั่นระริกเล็กน้อยจากความหวาดกลัวที่พยายามซ่อนไว้ เธอปฏิเสธไม่ได้ว่าความดุดันและทรงอำนาจของเขาช่างน่าดึงดูดใจ แต่มันคือความอันตรายรูปแบบเดียวกับกุหลาบเคลือบยาพิษ
"ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นนักโทษของคุณค่ะ คุณคีรีน" เธอกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่น "ฉันมาที่นี่เพื่อชดใช้ตามสัญญา... และกรุณาจำกัดขอบเขตความสัมพันธ์ของเราไว้แค่นั้น"
มุมปากหนาหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยัน รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่คมนั้นเลย มือหนาเอื้อมออกไปคว้าคางสลักเสลาของเธอไว้ด้วยความรุนแรงพอประมาณ บังคับให้เธอแหงนเงยขึ้นรับสัมผัสที่เต็มไปด้วยการคุกคาม นิ้วโป้งของเขาออกแรงกดเบาๆ บนริมฝีปากอิ่มจนมันขึ้นรอยแดงเรื่อ
"สัญญาเหรอ? เด็กน้อย... เธอไม่มีสิทธิ์มาต่อรองอะไรทั้งนั้นในบ้านหลังนี้" คีรีนกระซิบชิดริมฝีปาก ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียน "จำใส่สมองอันน้อยๆ ของเธอเอาไว้ ว่าเธอเป็นยิ่งกว่าทาส เป็นนางบำเรอ หรืออะไรก็ตามที่ฉันจะกรุณานิคมให้... และอย่าคิดลองดีกับฉันเป็นอันขาด"
เขาปล่อยมือจากการกอบกุมอย่างไม่ไยดี ราวกับรังเกียจที่จะต้องสัมผัสนานเกินความจำเป็น ร่างสูงหันไปสั่งการพ่อบ้านที่ยืนค้อมหัวรอรับคำสั่งอยู่ไม่ไกล "พาเธอด้านบน จัดห้องพักที่ไกลที่สุดจากห้องนอนฉัน และอย่าให้เธอเดินเกะกะสายตาฉันถ้าฉันไม่เรียก"
แม่บ้านอาวุโสเดินเข้ามาโค้งคำนับรินรดาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่แฝงไปด้วยความเวทนาจางๆ รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นความคับแค้นใจ เธอยอมก้มหัวให้เขาในวันนี้ ไม่ใช่เพราะเธอพ่ายแพ้ แต่เพราะลมหายใจของมารดาและอนาคตของน้องชายอยู่ในกำมือของซาตานร้ายผู้นี้
ตลอดทางเดินขึ้นบันไดวนที่ทำจากไม้เนื้อแข็งราคาแพง รินรดากวาดสายตามองไปรอบคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เงียบเชียบรากกับป่าช้า ภาพวาดโบราณ โคมระย้าคริสตัลระยิบระยับ และม่านกำมะหยี่สีเข้ม ทุกอย่างล้วนตอกย้ำถึงความร่ำรวยมหาศาลและความโดดเดี่ยวที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น
จนกระทั่งประตูห้องนอนรับรองถูกเปิดออก...
มันเป็นห้องขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยโทนสีเทาเข้มและดำ หน้าต่างกระจกบานใหญ่เผยให้เห็นวิวสวนกุหลาบสีเพลิงที่กำลังเบ่งบานอยู่เบื้องล่าง รินรดารemindตัวเองว่านี่คือห้องที่จะกักขังเธอไปอีกนานเท่าไหร่ก็ไม่อาจล่วงรู้ได้ เธอก้าวเข้าไปด้านบน เตียงนอนกว้างถูกปูด้วยผ้าปูที่นอนสีดำสนิท ทันทีที่แม่บ้านถอยออกไปและปิดประตูลงกลอนจากด้านนอก ความเงียบงันก็เข้าโอบล้อมร่างบางทันที
รินรดาทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียง น้ำตาที่กลั้นไว้ตั้งแต่ก้าวลงจากรถค่อยๆ ไหลรินอาบแก้มนวลอย่างเงียบงัน เธอพยายามบอกตัวเองว่าต้องเข้มแข็ง แต่บรรยากาศที่กดดันและสายตาเย็นชาของคีรีนก็กัดกินหัวใจเธอทีละน้อย ความรู้สึกเคว้งคว้างทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังจมดิ่งลงไปในมหาสมุทรที่ไร้ก้นบึ้ง
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง ทำลายความเงียบในห้องนอน รินรดารีบยกมือขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ สูดหายใจเข้าลึกเพื่อปรับสีหน้าให้เป็นปกติ คิดว่าคงเป็นแม่บ้านที่นำน้ำหรือสำรับอาหารมาส่ง
"เข้ามาค่ะ" เธอเอ่ยอนุญาตด้วยน้ำเสียงแห้งผ่า
แต่ประตูไม่ได้ถูกเปิดออกโดยแม่บ้านผู้สูงอายุ... ร่างสูงโปรดของชายแปลกหน้าคนหนึ่งก้าวเข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะ ชายหนุ่มในชุดสูททักซิโด้เนี้ยบกริบ เรือนผมสีน้ำตาลเข้มรับกับใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับเทพบุตร ดวงตาสีอำพันคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์และรอยยิ้มมุมปากที่ดูเป็นมิตรอย่างเหลือเชื่อ ซึ่งช่างตัดกับความดุดันของเจ้าของบ้านลิบลับ
รินรดาลุกขึ้นยืนถอยหลังก้นชนขอบเตียงด้วยความตกใจ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดระแวง "คุณเป็นใคร? เข้ามาในห้องนี้ได้อย่างไร?"
ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังเอ่ยทักทายด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับไม่ได้ยืนอยู่กลางรังของสิงโต
"อย่าเพิ่งตื่นตระหนกไปเลยครับ คนสวย..." ชายหนุ่มก้าวเข้ามาใกล้ ชะโงกหน้ามองสำรวจเธอด้วยความสนใจใคร่รู้ "ผมชื่อ **อคิน**... และผมมาที่นี่เพื่อช่วยดึงคุณออกจากนรกคราบกุหลาบของคีรีน ก่อนที่มันจะกลืนกินคุณจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก"
มิดไนท์คิสหวังว่ารี้ดที่น่ารักทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับการเปิดปมใหม่นี้เสมอนะคะ
พันธะกุหลาบสีเพลิง: สัญญาลับใต้เงารัก•ตอนที่ 2
ในกรงทองของมาเฟีย
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกุหลาบสีเพลิง: สัญญาลับใต้เงารัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!