“วางแก้วไวน์นั่นลงเสีย รินรดา… กลิ่นของเธอคืนนี้ มันทำให้ฉันเริ่มรำคาญใจ”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยแรงกดดันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวของคีรีน รินรดาชะงักมือที่กำลังถือแก้วคริสตัลใส มือบางสั่นระริกเล็กน้อยจนของเหลวสีแดงฉานไหวระริกตามจังหวะชีพจร เธอมองร่างสูงใหญ่ที่ยืนหันหลังให้ท่ามกลางเงามืดของมุมห้อง ไหล่กว้างที่ดูแข็งแกร่งนั้นเปรียบเสมือนกำแพงที่ไม่มีวันทลายลงได้
รินรดาค่อยๆ วางแก้วลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ เสียงกระทบของแก้วดังแผ่วเบา แต่ในความรู้สึกของเธอมันกลับดังก้องราวกับเสียงระฆังเตือนภัย “ฉันแค่จะเอาไวน์มาให้ตามที่คนรับใช้บอก คุณคีรีนดื่มเสียหน่อยเถอะค่ะ จะได้นอนหลับบ้าง”
คีรีนหมุนตัวกลับมาอย่างช้าๆ นัยน์ตาสีรัตติกาลคู่นั้นเย็นเยียบเกินกว่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะจ้องมองได้นาน เขาไม่ได้มองหน้าเธอในทันที แต่สายตาคมกริบนั้นกลับกวาดมองไปที่ลำคอระหงของเธอ ผ่านเรื่อยลงมายังสร้อยคอเส้นบางที่เขาเป็นคนเลือกให้เองกับมือ ก่อนจะหยุดชะงักลงที่เส้นผมสีน้ำตาลเข้มที่ทิ้งตัวลงปรกใบหน้า
“กลิ่นวนิลาผสมกุหลาบอ่อนๆ” เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุดัน “ทำไมต้องเป็นกลิ่นนี้… ทำไมต้องเป็นท่าทางแบบนี้”
คีรีนก้าวเข้ามาใกล้จนรินรดาต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชิดกับชั้นหนังสือขนาดใหญ่ เขาไม่ได้ใช้กำลัง แต่ใช้ ‘รัศมี’ ของอำนาจที่แผ่ออกมาจากร่างสูงกดทับจนเธอแทบหายใจไม่ออก นิ้วเรียวยาวของเขาเชยคางเธอขึ้น บังคับให้เธอต้องสบตา
ในวินาทีนั้นเองที่รินรดารู้สึกว่าหัวใจของเธอหล่นวูบ ดวงตาของคีรีนไม่ได้มองมาที่เธอ แต่มันกำลังมอง ‘ทะลุ’ ไปยังใครอีกคน เงาในอดีตที่ยังคงตามหลอกหลอนเขาอยู่ทุกค่ำคืน
“มิริน…”
ชื่อที่หลุดออกมาจากปากของเขาทำให้รินรดาสะท้านไปทั้งร่าง เธอขมวดคิ้วแน่น “ฉันชื่อรินรดาค่ะ คุณคีรีน… คุณกำลังมองใครอยู่?”
คีรีนไม่ได้ตอบ แต่เขากลับโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกโด่งคมสันแตะเข้าที่ข้างแก้มของเธอ กลิ่นอายของเขาที่ผสมกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงและน้ำหอมกลิ่นไม้อ่อนๆ ทำให้อารมณ์ของเขายิ่งปั่นป่วน เขาหลับตาลง ภาพของหญิงสาวอีกคนที่มีรอยยิ้มพิมพ์ใจและแววตาอ่อนหวานในวันวานซ้อนทับขึ้นมาอย่างแจ่มชัด
มิริน… ผู้หญิงที่หักหลังเขาในวันที่เขาเชื่อใจที่สุด
“อย่าทำหน้าแบบนั้น” คีรีนกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงของเขาสั่นเครือด้วยความขัดแย้งระหว่างความแค้นที่ฝังรากลึกและความโหยหาที่ยากจะปฏิเสธ “อย่าทำให้ฉันเห็นเงาของความอ่อนแอจากเธอนักเลย เพราะถ้าฉันเผลอคิดไปว่าเธอคือคนคนนั้น… ชีวิตของเธอจะไม่ได้อยู่อย่างสุขสบายแบบนี้อีกต่อไป”
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกเจ็บจี๊ดแล่นขึ้นมาในอก เธอไม่ใช่ตัวแทนของใคร และเธอจะไม่ยอมเป็นเงาของใครทั้งนั้น “ฉันไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้น และฉันก็ไม่ใช่ของเล่นที่คุณจะเอาไว้ระบายอารมณ์ใคร่หรือเอาไว้เป็นที่ระลึกถึงความหลังของคุณนะคะคุณคีรีน ถ้าคุณยังเห็นฉันเป็นแค่เงาของคนทรยศคนนั้น… งั้นคุณก็จงอยู่กับเงาของคุณไปเถอะค่ะ”
เธอดันอกแกร่งของเขาออกอย่างแรงด้วยความโกรธปนน้อยใจ แต่คีรีนกลับคว้าข้อมือเธอไว้ได้ทัน ทรงพลังและเด็ดขาด เขาบดจูบลงมาอย่างรุนแรง ไม่ใช่จูบแห่งความรัก แต่มันคือการประกาศศักดาและการตอกย้ำความเป็นเจ้าของ เขาต้องการกลืนกินกลิ่นอายที่คุ้นเคยนั้นให้หายไปจากระบบประสาทของเขา เพื่อที่จะได้ไม่ต้องรู้สึกถึงความปวดร้าวที่คอยกัดกินหัวใจอีก
ทว่าท่ามกลางความเร่าร้อนและรุนแรงนั้น มือของคีรีนกลับลูบไล้แผ่นหลังของเธอด้วยความแผ่วเบาอย่างลืมตัว ความโกรธเกรี้ยวเริ่มถูกแทนที่ด้วยความหวั่นไหวที่เขารังเกียจตัวเอง รินรดารู้สึกได้ถึงหยาดเหงื่อที่ซึมอยู่ตามไรผมของเขา จังหวะหัวใจที่เต้นรัวจนสัมผัสได้ถึงกัน
แต่แล้ว… เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างเสียจังหวะ พร้อมกับการปรากฏตัวของลูกน้องคนสนิทที่พรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“นายครับ! เกิดเรื่องแล้วครับ… คุณอคินส่งคนบุกรุกเข้ามาในเขตโกดังสินค้าทางตะวันออก และที่สำคัญ… เขาพบ ‘แฟ้มลับ’ ที่เราเก็บไว้ในตู้เซฟชั้นใต้ดินแล้วครับ!”
คีรีนผละออกจากรินรดาทันที ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความลุ่มหลงแปรเปลี่ยนเป็นความมืดมิดและโหดเหี้ยมดุจสัตว์ร้ายที่ถูกปลุกให้ตื่น เขาหันไปคว้าปืนกระบอกคู่ใจที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานโดยไม่หันกลับมามองรินรดาแม้แต่หางตา
“กักตัวเธอไว้ในห้อง อย่าให้ออกไปไหนเด็ดขาด”
เขาสั่งเสียงเย็นก่อนจะก้าวออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่กับความสับสนและหวาดกลัว ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะพ้นประตูไปนั้น คีรีนก็หยุดชะงักแล้วหันกลับมามองเธอด้วยสายตาที่ลึกซึ้งจนน่าขนลุก
“ถ้าแฟ้มนั้นหลุดไปถึงมืออคิน… เธอต้องเป็นคนแรกที่รู้ว่าทำไมฉันถึงต้องขังเธอไว้ในกรงทองแห่งนี้”
เขาก้าวหายไปในความมืดทิ้งให้ประตูห้องปิดลงพร้อมกับเสียงล็อคจากด้านนอก รินรดาเข่าทรุดลงกับพื้นเมื่อนึกถึงคำพูดสุดท้ายของเขา แฟ้มลับที่เขาว่า… มันอาจเป็นกุญแจสำคัญที่เชื่อมโยงระหว่างตระกูลศิรินทร์ธาดาของเธอกับความแค้นของคีรีนเข้าด้วยกันอย่างไม่มีวันแยกออก
มิดไนท์คิสหวังว่าเหตุการณ์ในตอนนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปกับรินรดานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
พันธะกุหลาบสีเพลิง: สัญญาลับใต้เงารัก•ตอนที่ 9
กลิ่นอายที่คุ้นเคย
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกุหลาบสีเพลิง: สัญญาลับใต้เงารัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!