พันธะกุหลาบสีเพลิง: สัญญาลับใต้เงารัก•ตอนที่ 6

สายตาที่จับจ้อง

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
“ถอยออกไปค่ะคุณอคิน... รินบอกให้คุณปล่อย” น้ำเสียงของรินรดาสั่นพร่าขณะพยายามดึงข้อมือของตัวเองออกจากอุ้งมือหนาที่เกาะกุมไว้แน่นเกินความจำเป็น ท่ามกลางบรรยากาศงานกาล่าการกุศลที่เต็มไปด้วยผู้คนชั้นสูง เสียงดนตรีคลาสสิกที่แว่วหวานกลับกลายเป็นความหนวกหูในโสตประสาทของเธอเมื่อสัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบที่แผ่ซ่านมาจากมุมหนึ่งของห้องโถง “ทำไมต้องทำท่าทางตื่นกลัวขนาดนั้นล่ะรินดา?” อคินกระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริบของเขาไม่ได้มีความเป็นสุภาพบุรุษอย่างที่แสดงออกต่อหน้าสื่อเลยแม้แต่น้อย “คนอย่างคีรีนให้คุณได้แค่สถานะ ‘ของเล่น’ ที่เขาอยากจะเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ถ้าเป็นผม... ผมให้ได้มากกว่านั้น ทั้งอำนาจ และความอิสระที่คุณโหยหา” “รินไม่ได้ต้องการสิ่งที่คุณยื่นให้ และรินก็ไม่ใช่ของเล่นของใคร” เธอเชิดหน้าขึ้น แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความหวาดหวั่นเมื่อสัมผัสได้ว่าสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมาที่พวกเขาด้วยแรงอาฆาตที่รุนแรงพอจะเผาไหม้ทุกอย่างให้เป็นจุล คีรีน วรโชติเมธี ยืนพิงเสาหินอ่อนอยู่ไม่ไกล มือหนาที่ถือแก้วไวน์แดงค้างไว้กำลังสั่นน้อยๆ ด้วยแรงบีบที่ทำให้อึกแก้วคริสตัลแทบจะแหลกคามือ ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวหรี่ลงจนแทบเป็นเส้นตรง เขากำลังเฝ้ามองอคินที่โน้มตัวลงไปกระซิบกระซาบใกล้ใบหูของ ‘สมบัติ’ ที่เขาหวงแหนที่สุด ความรู้สึกเดือดพล่านแล่นริ้วขึ้นมาเหมือนลาวาที่พร้อมจะปะทุ มันไม่ใช่แค่การหึงหวงธรรมดา แต่มันคือความรู้สึกเหมือนถูกหยามเกียรติในสิ่งที่ตนเองประกาศชัดว่าเป็นเจ้าของ เขาขยับกายก้าวผ่านฝูงชนด้วยท่วงท่าเยือกเย็นแต่เปี่ยมไปด้วยอำนาจ แรงกดดันมหาศาลแผ่กระจายออกมาจนผู้คนที่ขวางทางต่างพากันถอยกรูโดยอัตโนมัติ รินรดาเห็นเงาร่างสูงใหญ่ของคีรีนที่เข้ามาใกล้ เธอพยายามจะถอยหนี แต่อคินกลับกระชับข้อมือเธอแน่นขึ้น “อคิน” เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเอ่ยขึ้นเพียงคำเดียว แต่มันกลับทำให้ทั้งบริเวณนั้นเงียบกริบลงทันที อคินหันไปเผชิญหน้ากับคู่ปรับตัวฉกาจ รอยยิ้มเย้ยหยันยังคงประดับอยู่บนใบหน้า “อ้าว คีรีน ดูเหมือนว่าคุณจะดูแลคู่ควงได้ไม่ดีเท่าไหร่นะ เธอถึงได้ดูอึดอัดเวลาอยู่กับคุณ” คีรีนไม่ตอบโต้ด้วยวาจา เขาเพียงแค่วางแก้วไวน์ลงบนถาดของบริกรที่เดินผ่านมาด้วยท่วงท่าเชื่องช้า ก่อนจะก้าวประชิดตัวอคินจนคนทั้งสองยืนห่างกันเพียงคืบ ฝ่ามือหนาเอื้อมไปคว้าคอเสื้อของอคินอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนอีกฝ่ายตั้งตัวไม่ติด แรงกระชากนั้นทำให้ทุกคนในงานต้องหยุดหายใจ “ถ้าไม่อยากให้ธุรกิจที่พ่อคุณสร้างมาพังพินาศเพราะความปากดีของคุณ... ก็ถอนมือออกจากตัวเธอเดี๋ยวนี้” เสียงของคีรีนไม่ได้ตะโกน แต่ความเย็นชาในน้ำเสียงนั้นกลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าการตวาดด่า อคินกัดฟันกรอด เขายอมปล่อยข้อมือรินรดา แต่ดวงตายังคงท้าทาย “หวงก้างนักนะคุณคีรีน ระวังเถอะ... ของที่ได้มาด้วยสัญญาทาส วันหนึ่งมันอาจจะขบกัดเจ้าของจนตาย” คีรีนไม่ได้สนใจคำขู่ เขาผลักอคินออกไปจนร่างนั้นเซถลา ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยแววตาที่ยากจะอ่านออก เขาดึงแขนของเธอให้เดินตามออกมาจากห้องโถงกาล่าทันที สัมผัสจากมือหนาของเขาหนักแน่นและเต็มไปด้วยความขุ่นมัว พวกเขาก้าวออกมายังระเบียงด้านหลังที่มืดมิดและเงียบสงัด คีรีนผลักรินรดาจนหลังของเธอชิดกับผนังปูนเย็นเยียบ ก่อนจะกักขังเธอไว้ด้วยแขนแกร่งทั้งสองข้าง ลมหายใจร้อนผ่าวของเขารดรินอยู่บนใบหน้าของเธอ “ชอบนักหรือไง... การถูกผู้ชายคนอื่นแตะต้อง?” เขาเอ่ยถาม เสียงนั้นสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามกดทับเอาไว้ “รินไม่ได้ชอบ... คุณก็เห็นว่ารินพยายามขัดขืน” เธอเถียงกลับ ดวงตากลมโตสบประสานกับนัยน์ตาสีเข้มที่กำลังวาวโรจน์ด้วยความหึงหวง “ขัดขืนเหรอ?” เขาแค่นหัวเราะในลำคอ “แต่ฉันเห็นเธอไม่ได้สลัดเขาออกทันทีที่เขาเริ่ม... เธอคงมีความสุขสินะที่มีผู้ชายมาคอยห้อมล้อมเอาใจ มากกว่าจะต้องมาทนอยู่ในกรงทองกับคนอย่างฉัน” “คุณมันก็มองโลกในแง่ร้ายเสมอ คุณไม่เคยเชื่อใจใครเลยแม้แต่คนเดียว!” รินรดาตวาดกลับ น้ำตาแห่งความอัดอั้นเริ่มคลอหน่วย “ในสายตาของคุณ... รินก็เป็นแค่สินค้าชิ้นหนึ่งที่ต้องคอยเฝ้าไม่ให้ใครมาแย่งไปเท่านั้นใช่ไหมคะ?” คีรีนชะงักไปเล็กน้อยกับคำพูดนั้น นัยน์ตาที่เคยดุดันสั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความดุดันที่มากกว่าเดิม เขาโน้มใบหน้าลงมาจนจมูกโด่งคลอเคลียที่ซอกคอหอมกรุ่นของเธอ สัมผัสร้อนผ่าวทำให้รินรดาสะท้านไปทั้งร่าง “เธอพูดถูก... เธอคือของของฉัน” เขาพึมพำชิดใบหูของเธอ เสียงนั้นเปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำและเซ็กซี่จนน่าใจหาย “และเพราะฉันหวง... ฉันถึงต้องทำแบบนี้” เขากดริมฝีปากลงบนผิวเนียนที่ลำคออย่างหนักแน่นและครอบครอง รินรดาหลับตาลงด้วยความสับสน ทั้งความโกรธ ความกลัว และความวาบหวามที่เขาเป็นผู้มอบให้มันปนเปกันจนแยกไม่ออก ทว่า ในจังหวะที่มือหนากำลังจะเชยคางเธอขึ้นมาเพื่อเผชิญหน้า เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ “ขอโทษที่ขัดจังหวะนะครับ... แต่ดูเหมือนท่านประธานวรโชติเมธีจะลืมไปว่า คืนนี้ยังมีแขกสำคัญอีกท่านที่รอพบคุณอยู่ในห้องลับชั้นใต้ดิน” ร่างของชายชุดดำในเงามืดปรากฏกายขึ้น เขาคือลูกน้องคนสนิทของศัตรูที่คีรีนไม่อยากเจอที่สุดในเวลานี้ คีรีนชะงักกึก ความแค้นที่ซ่อนไว้ในใจพุ่งพล่านทันทีที่ได้ยินชื่อบุคคลนั้น “เขามาที่นี่ทำไม?” คีรีนถามเสียงต่ำ มือที่กุมตัวรินรดาอยู่เผลอบีบแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ลูกน้องคนนั้นยิ้มเย็น “ท่านบอกว่า... สิ่งที่คุณพยายามจะซ่อนไว้กำลังจะถูกเปิดเผย เพราะฉะนั้นคุณควรกลับไปตัดสินใจให้ดีว่าจะรักษาสิ่งของ หรือจะรักษาความลับของตัวเองไว้” คีรีนหันกลับไปมองรินรดา ดวงตาของเขาฉายแววสับสนเป็นครั้งแรก ก่อนจะหันกลับไปมองชายชุดดำด้วยความเกรี้ยวกราดที่พร้อมจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ มิดไนท์คิสหวังว่าตอนนี้นักอ่านทุกคนจะสัมผัสได้ถึงความรุ่มร้อนที่กำลังก่อตัวนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกุหลาบสีเพลิง: สัญญาลับใต้เงารัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%