“คิดจริงๆ หรือรินรดาว่ารองเท้าส้นสูงคู่สวยที่ฉันซื้อให้ จะพาเธอหนีไปได้ไกลเกินรั้วคฤหาสน์นี้”
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นจากเงามืดข้างกำแพงอิฐสีเทาของสวนหลังบ้าน รินรดาชะงักกึก ร่างบางที่กำลังมุดผ่านช่องโหว่เล็กๆ ของแนวพุ่มไม้หนาทึบสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่อยู่ มือที่กำลังจับชายกระโปรงเพื่อเตรียมวิ่งหลุดร่วงลงข้างตัว เธอค่อยๆ หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับต้นเสียง
แสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านกิ่งไม้เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ของคีรีน วรโชติเมธี เขายืนกอดอกพิงกำแพง ใบหน้าคมสันนั้นเรียบเฉยจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นไม่ได้ฉายแววโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับว่างเปล่า... ความว่างเปล่าที่รินรดารู้ดีว่ามันอันตรายยิ่งกว่าเปลวเพลิงเสียอีก
“ฉันไม่ได้หนี... ฉันแค่จะออกมาสูดอากาศ” รินรดาตอบเสียงสั่น พยายามรวบรวมความกล้าที่เหลืออยู่ทั้งหมดจ้องมองกลับไป
คีรีนแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา เขาเดินย่างสามขุมเข้ามาหาช้าๆ ทุกย่างก้าวของเขาราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตายที่บีบคั้นหัวใจคนฟัง “สูดอากาศ? ในเวลาตีสามเนี่ยนะ?” เขาหยุดลงตรงหน้าเธอ ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้เธอรับรู้ได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายเขา “รินรดา อย่าโกหกฉัน... เพราะคนโกหกมักจะจบลงด้วยการถูกขังอยู่ในกรงที่มืดมิดกว่าเดิม”
“คุณไม่มีสิทธิ์กักขังฉัน คีรีน!” เธอตะโกนใส่หน้าเขา ความอัดอั้นตันใจที่สะสมมาตลอดสัปดาห์พรั่งพรูออกมา “สัญญาบ้าๆ นั่นมันก็แค่กระดาษแผ่นเดียว คุณซื้อครอบครัวฉันได้ แต่คุณไม่มีวันซื้อศักดิ์ศรีของฉันได้!”
คีรีนโน้มใบหน้าลงมาจนชิดริมใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นจัดรดรินทำเอาเธอขนลุกซู่ “ศักดิ์ศรีงั้นหรือ? คนที่ยอมขายแม้กระทั่งอิสรภาพเพื่อเงินก้อนโตอย่างเธอน่ะหรือที่เรียกว่ามีศักดิ์ศรี?”
คำพูดนั้นกรีดลงบนใจเธอราวกับมีดคม รินรดาหน้าชา เธอเงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าเขาสักฉาด แต่คีรีนไวกว่า เขาคว้าข้อมือเธอไว้ได้ทันก่อนที่ฝ่ามือจะถึงแก้ม ความแข็งแกร่งของเขาทำให้เธอไร้ทางสู้โดยสิ้นเชิง
“จำไว้ให้ดีนะรินรดา” เสียงของเขาต่ำลงจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ แต่มันกลับกังวานและเฉียบขาด “เธอไม่ได้มีไว้ให้ใครหน้าไหนมาแตะต้อง... แม้แต่ตัวเธอเองก็ไม่มีสิทธิ์ทรยศต่อสัญญาของเรา ถ้าฉันยังไม่อนุญาตให้เธอไป ต่อให้เธอสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน เถ้าถ่านนั้นก็ต้องเป็นของฉัน”
เขาผลักร่างเธอเบาๆ จนเซถอยหลังไปพิงต้นไม้ใหญ่ มือหนาของเขาเชยคางเธอขึ้นบังคับให้สบตา “อย่าให้ฉันต้องใช้วิธีที่รุนแรงกว่านี้กับคนในครอบครัวของเธอ รินรดา... บางทีการเห็นคนในบ้านเธอต้องลำบากเพราะความดื้อรั้นของเธอ มันอาจจะเป็นบทเรียนที่น่าจดจำมากกว่าคำพูดของฉันก็ได้นะ”
รินรดาน้ำตาคลอเบ้า เธอโกรธเขา เกลียดเขา แต่ลึกๆ ในใจกลับมีความรู้สึกสับสนประหลาดก่อตัวขึ้นเมื่อเห็นความเย็นชาที่เขาแสร้งทำปิดบังความเปราะบางบางอย่างไว้ในนัยน์ตาสีเข้มนั้น
“คุณมันปีศาจ” เธอพึมพำ
คีรีนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบสัมผัสกัน “ปีศาจตัวนี้แหละที่จะทำลายเธอให้ละเอียดคามือ แล้วค่อยๆ ประกอบเธอขึ้นมาใหม่ด้วยความรักที่เธอไม่เคยได้รับจากใคร... จำไว้นะรินรดา ต่อให้เธอหนีไปสุดขอบฟ้า ฉันก็จะตามเธอมาลากเธอกลับเข้ากรงทองนี้อยู่ดี”
เขาสะบัดตัวหันหลังเดินกลับไปทางคฤหาสน์ ทิ้งให้รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่ท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืน แต่ก่อนที่เขาจะลับตาไป เขาก็หยุดชะงักแล้วหันกลับมาพูดทิ้งท้าย
“อ้อ... ลืมบอกไป อคินเพิ่งส่งข้อความมาหาฉันเมื่อครู่ เขาบอกว่าเขายังรอที่จะเห็น ‘ดอกกุหลาบ’ ดอกนี้ร่วงหล่นลงมาอยู่ในมือของเขาอยู่เสมอ... เธอคิดว่าเขาจะใช้เวลานานแค่ไหนในการพังประตูบ้านฉันเข้ามาพาตัวเธอไปล่ะ?”
รินรดาสะดุ้งสุดตัว หัวใจหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากทางประตูหน้าบ้าน ไม่ใช่แค่เสียงฝีเท้าปกติ แต่เป็นเสียงถอดเซฟตี้ปืนที่เธอนั้นคุ้นเคยดี
เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นเงามืดของพุ่มไม้เข้ามา รอยยิ้มเยือกเย็นของอคินปรากฏขึ้นท่ามกลางแสงจันทร์ที่เริ่มถูกเมฆบดบัง “ขอโทษที่ต้องขัดจังหวะคู่รักคุยกันนะคีรีน... แต่ดูเหมือนว่าค่ำคืนนี้ จะไม่ได้มีแค่เราสองคนแล้วล่ะ”
มิดไนท์คิสหวังว่าเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นจะทำให้นักอ่านทุกท่านตื่นเต้นจนวางไม่ลงนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
พันธะกุหลาบสีเพลิง: สัญญาลับใต้เงารัก•ตอนที่ 7
ค่ำคืนที่เงียบงัน
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกุหลาบสีเพลิง: สัญญาลับใต้เงารัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!