“ปล่อยมือของคุณออกจากสร้อยเส้นนั้นเสียที รินรดา... ความพยายามที่จะถอดมันออก ไม่ได้ช่วยให้คุณเป็นอิสระจากผมได้ง่ายขึ้นหรอก”
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นจากมุมมืดของห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาสูบจางๆ คีรีน วรโชติเมธี นั่งอยู่บนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ นัยน์ตาสีเข้มดั่งห้วงมหาสมุทรไร้ก้นบึ้งจ้องมองหญิงสาวที่กำลังสั่นเทาอยู่หน้ากระจกบานโต สร้อยคอเพชรน้ำงามที่เขาเป็นคนสวมให้เธอกับมือเมื่อคืน ยังคงคล้องรัดลำคอระหงเปรียบเสมือนพันธนาการที่มองเห็นได้ชัดเจน
รินรดาชะงักมือที่พยายามจะปลดตะขอสร้อยทิ้ง เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับมาเฟียหนุ่มที่กำลังย่างสามขุมเข้ามาหาด้วยท่าทางคุกคาม “สร้อยเส้นนี้มันไม่มีค่าอะไรเลย นอกจากจะคอยย้ำเตือนว่าฉันตกเป็นนักโทษของคุณ... คุณคีรีน”
“นักโทษงั้นหรือ?” เขาเหยียดยิ้มที่มุมปาก เดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าเธอเพียงไม่กี่คืบ จนเธอสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างสูงที่แผ่ออกมา เขาใช้ปลายนิ้วหยาบกร้านไล้ไปตามแนวสันกรามของเธอเบาๆ ก่อนจะกระซิบเสียงพร่า “ถ้าคุณคือนักโทษ ก็เป็นนักโทษที่มีสิทธิพิเศษมากที่สุดเท่าที่ผมเคยขังไว้ในกรงทองแห่งนี้... หรือคุณลืมไปแล้วว่าเมื่อคืนเรา ‘ตกลง’ กันว่าอย่างไร”
รินรดาใจเต้นรัว ความร้อนฉ่าแล่นพล่านไปทั่วแก้มเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ความเร่าร้อนที่เขาปรนเปรอให้เปรียบเสมือนพายุโหมกระหน่ำจนเธอแทบสิ้นสติ แต่มันกลับทิ้งรอยแผลที่ลึกซึ้งไว้ในใจมากกว่าร่องรอยบนร่างกาย เธอไม่ได้แค้นเพียงเพราะถูกบังคับ แต่เธอกำลังสับสนกับความรู้สึกวูบไหวที่เกิดขึ้นในยามที่เขาโอบกอดเธออย่างอ่อนโยน... ทั้งที่แววตาของเขายังคงเย็นชาดั่งน้ำแข็ง
“ฉันไม่ได้ลืม...” เธอเค้นเสียงตอบพยายามทำให้นิ่งที่สุด “แต่ฉันแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมคุณถึงต้องทำแบบนี้ ในเมื่อเป้าหมายของคุณคือการทำลายตระกูลศิรินทร์ธาดา... แล้วฉันล่ะ? ฉันเป็นแค่หมากตัวหนึ่งไม่ใช่หรือไง”
คีรีนชะงักไปครู่หนึ่ง เงาในดวงตาของเขาวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัด ก่อนที่มันจะดับวูบลงเหลือเพียงความว่างเปล่าที่แฝงความดุดัน เขาโน้มตัวลงมาจนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินใบหน้าของเธอ “อย่าพยายามอ่านใจผม รินรดา หมากบางตัวก็มีไว้เพื่อเชิดชู... และหมากบางตัวก็มีไว้เพื่อกักเก็บไว้ใกล้ตัวจนกว่าผมจะเบื่อ”
เขาทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินเลี่ยงผ่านเธอไป หากแต่รินรดาสัมผัสได้ถึงความสั่นไหวในน้ำเสียงของเขา หรือนี่คือเกราะป้องกันที่เขาสร้างขึ้นเพื่อปิดบังความรู้สึกจริงๆ กันแน่?
เช้าวันใหม่ที่ควรจะเป็นวันเริ่มต้นของการวางแผนหลบหนี กลับกลายเป็นวันที่เต็มไปด้วยความอึดอัด รินรดาเดินลงมายังห้องอาหารด้วยความรู้สึกเหมือนมีก้อนหินหนักอึ้งถ่วงอยู่ในอก บนโต๊ะอาหารยาวเหยียดมีเพียงเธอกับคีรีนที่นั่งประจำที่อยู่ก่อนแล้ว บรรยากาศเงียบเชียบจนได้ยินเสียงช้อนส้อมกระทบจานเบาๆ
“คุณอคินติดต่อมา” คีรีนเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ มือที่กำลังตัดสเต็กหยุดชะงัก “เขาอยากนัดพบคุณ... ดูเหมือนว่าข่าวลือเรื่องที่ว่าที่คู่หมั้นของเขามาอยู่กับศัตรูอย่างผม จะทำให้เขาร้อนรนจนนั่งไม่ติด”
รินรดาสะดุ้งเฮือก “คุณจะให้ฉันไปพบเขาหรือ?”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ? ในเมื่อเขาอยากเห็นด้วยตาตัวเองว่าคุณยัง ‘สบายดี’ อยู่หรือไม่...” คีรีนเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา “ไปพบเขาเสียเถอะ รินรดา แล้วบอกเขา... ว่าคุณเลือกที่จะอยู่ตรงไหน”
คำพูดนั้นไม่ได้ฟังดูเหมือนคำอนุญาต แต่มันคือบททดสอบ เธอจะเลือกทางเดินอย่างไรในเมื่ออคินคือความหวังเดียวของครอบครัวที่เหลืออยู่ แต่หัวใจที่ถูกกักขังอยู่ในกรงทองนี้กลับเริ่มเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่เธอมองหน้าชายหนุ่มผู้เป็นศัตรู
ตลอดทั้งวันรินรดาจมอยู่กับความคิดของตัวเอง เธอเดินวนเวียนอยู่ในสวนกุหลาบที่คีรีนปลูกไว้ กุหลาบสีเพลิงบานสะพรั่งแข่งกับความร้อนของแสงอาทิตย์ แต่ละกลีบช่างงดงามและแหลมคมราวกับชีวิตของเธอในตอนนี้
ขณะที่เธอกำลังจะเด็ดกุหลาบดอกหนึ่ง มือของเธอก็ต้องหยุดลงเมื่อเห็นเงาร่างของใครบางคนยืนอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ ไม่ใช่คีรีน... และไม่ใช่คนรับใช้ในบ้านนี้ เขาคือคนของอคิน
“คุณหนูรินรดา...” ชายชุดดำคนนั้นก้าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูไม่น่าไว้วางใจ “คุณอคินบอกว่าถ้าคุณไม่เต็มใจที่จะไปพบเขา... เขาก็คงต้องใช้วิธีอื่นเพื่อพาคุณ ‘กลับบ้าน’”
รินรดาถอยกรูด หัวใจหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทว่าก่อนที่เธอจะได้กรีดร้อง ความเย็นเฉียบของปลายกระบอกปืนก็จ่อเข้าที่ขมับของชายชุดดำจากทางด้านหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบที่เย็นยะเยือกดั่งน้ำแข็งขั้วโลก
“แกคิดว่าที่นี่คือบ้านของใคร... ถึงได้กล้าเข้ามาเหยียบย่ำสวนของฉันโดยไม่ได้รับเชิญ?”
คีรีนยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยแรงโทสะที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะมีการบุกรุก แต่เพราะเขาเห็นว่าใครบางคนกำลังจะ ‘แย่งชิง’ สิ่งที่เขาเพิ่งตระหนักได้ว่า... เขาไม่มีวันยอมปล่อยให้หลุดมือไป
เขาลั่นไกปืนขึ้นฟ้าหนึ่งนัด เสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วคฤหาสน์ ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความเย็นชาจางหายไป เหลือเพียงความปรารถนาที่รุนแรงจนน่ากลัว “บอกเขาไปสิรินรดา... ว่าคุณไม่มีวันไปไหนได้อีก เพราะในนาทีนี้ สิ่งที่ผมกำลังจะบอกคุณ คือเหตุผลที่ทำให้ผมไม่สามารถปล่อยคุณไปได้ตลอดกาล”
เขากระชากแขนเธอเข้าไปประชิดตัว ก่อนจะกดจูบลงบนริมฝีปากเธออย่างดุดันท่ามกลางพุ่มกุหลาบสีเพลิงที่สั่นไหวตามแรงลม พร้อมกับกระซิบข้างหูเธอที่ทำให้โลกของเธอหยุดหมุน “ครอบครัวของคุณ... ไม่ได้ติดหนี้ผมแค่เรื่องเงินเพียงอย่างเดียว แต่พวกเขายังติดหนี้ ‘ชีวิต’ ที่ผมเป็นคนกุมบังเหียนไว้ในกำมือ... และถ้าคุณขัดคำสั่งผมแม้แต่ก้าวเดียว ผมจะเริ่มทำลายสิ่งที่เหลืออยู่ของคุณให้ราบคาบเป็นคนแรก”
มิดไนท์คิสหวังว่าเหตุการณ์ในตอนนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปกับรินรดานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
พันธะกุหลาบสีเพลิง: สัญญาลับใต้เงารัก•ตอนที่ 20
เช้าวันใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกุหลาบสีเพลิง: สัญญาลับใต้เงารัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!