"อย่าฝันเฟื่องไปหน่อยเลยรินรดา... หน้าที่ของเธอคืออยู่ให้พ้นสายตาฉัน ไม่ใช่มาทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของหัวใจที่เธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้อง"
น้ำเสียงทุ้มต่ำของคีรีนกร้าวแข็งราวกับจะบาดลึกเข้าไปถึงกระดูก ร่างสูงใหญ่ที่เคยโอบกอดเธอไว้ในคืนก่อน บัดนี้กลับยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทีที่เย็นชาเหมือนรูปปั้นน้ำแข็ง เขาไม่แม้แต่จะปรายตามามองหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นอยู่เบื้องหลัง เพียงแค่ก้าวเดินอย่างมั่นคงไปยังหน้าต่างบานสูงที่มองเห็นทิวทัศน์ของเมืองหลวงในยามราตรี
รินรดากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ ความร้อนผ่าวรื้นขึ้นที่ขอบตา แต่นั่นไม่ใช่ความเสียใจที่เปราะบาง มันคือความอัดอั้นที่ก่อตัวขึ้นจากการกระทำที่ย้อนแย้งของเขา
"ถ้าฉันไม่มีสิทธิ์... แล้วที่ผ่านมาคืออะไรคะ?" เธอถามออกไป เสียงนั้นแม้จะสั่นพร่าแต่ก็แฝงไปด้วยความกล้าหาญที่หาได้ยากในตัวหญิงสาวทั่วไป "จูบที่ร้อนแรงคืนนั้น... ความห่วงใยที่แสดงออกมาโดยไม่รู้ตัว... คุณกำลังโกหกใครกันแน่คะคีรีน โกหกฉัน หรือโกหกใจตัวเอง?"
ร่างสูงชะงักไปครู่หนึ่ง กรามแกร่งบดเข้าหากันแน่นจนเห็นเส้นเลือดที่ขมับ เขาหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเธอช้าๆ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นเย็นเยียบดั่งมหาสมุทรในคืนที่พายุคลั่ง ไม่มีวี่แววของความอ่อนโยนเหลืออยู่เลยสักนิด
"ฉันแค่เผลอไปกับกามารมณ์ที่เธอเสนอมาให้ถึงที่เท่านั้นเอง อย่าได้สำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย" เขาแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความสุขและซ่อนไว้ด้วยความเจ็บปวดบางอย่างที่เขาไม่ยอมให้ใครล่วงรู้ "จำเอาไว้รินรดา เธอเป็นแค่หมากตัวหนึ่งที่ฉันใช้จัดการกับอคิน... พอจบเกมเมื่อไหร่ เธอก็แค่ขยะที่ฉันต้องกำจัดทิ้งให้พ้นทาง"
ถ้อยคำเหล่านั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของรินรดา แต่มันกลับทำให้เธอเข้าใจอะไรบางอย่างได้กระจ่างชัด คีรีนไม่ได้กำลังเกลียดเธอ แต่เขากำลังกลัว... กลัวความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นจนเขาสั่นคลอน
เธอก้าวเดินเข้าไปหาเขาอย่างช้าๆ ท้าทายรัศมีอันตรายที่แผ่ออกมา เขาก้าวถอยหลังตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังปะทะเข้ากับกระจกหน้าต่าง
"ถ้าฉันเป็นแค่หมาก... แล้วทำไมมือของคุณถึงได้สั่นขนาดนั้นตอนที่สัมผัสใบหน้าฉันล่ะคะ?" รินรดาเอื้อมมือขึ้นไปแตะที่อกซ้ายของเขา หัวใจของชายหนุ่มเต้นรัวแรงและไม่เป็นจังหวะอย่างที่เขาไม่อาจปกปิด "บอกฉันมาสิคะ... คุณกำลังหนีอะไรอยู่? หนีเงาของอดีต หรือหนีความจริงที่ว่าคุณเริ่มหวั่นไหวกับ 'หมาก' ตัวนี้เข้าแล้ว?"
"หุบปาก!" คีรีนตวาด มือหนาคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้แน่นจนรินรดาต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ สายตาเขาดุร้ายราวกับสัตว์ป่าที่ถูกต้อนให้จนมุม "เธอไม่มีสิทธิ์มาสั่งสอนฉัน อย่าริอ่านทำตัวเป็นคนสำคัญในชีวิตฉัน เพราะต่อให้เธอตายไปต่อหน้าต่อตา ฉันก็ไม่มีวันเสียน้ำตาให้เธอ แม้แต่หยดเดียว"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานที่กว้างขวาง บรรยากาศบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ รินรดาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา เห็นความรวดร้าวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเกรี้ยวกราดนั่น เธอไม่ได้ตอบโต้ด้วยความรุนแรง แต่เลือกที่จะใช้ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหว
"งั้นแสดงให้ดูสิคะ..." เธอขยับเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนของทั้งคู่รินรดกัน "ถ้าคุณไม่ได้รู้สึกอะไรเลย ก็ปล่อยฉันไปสิคะ ทำไมต้องขังฉันไว้ที่นี่? ทำไมต้องคอยจับตามองฉันเหมือนหวงแหนสมบัติที่มีค่าที่สุด? คุณกลัวอคินจะมาแย่งฉันไป หรือคุณกลัวว่าตัวเองจะยอมรับไม่ได้ถ้าเห็นฉันไปอยู่ในอ้อมกอดของคนอื่นกันแน่?"
คำถามนั้นเปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่ทำลายปราการของคีรีนจนพินาศ เขาบีบข้อมือเธอแรงขึ้นราวกับต้องการจะสยบแรงพยศนั้น แต่ลึกๆ แล้วเขากำลังต่อสู้กับแรงดึงดูดมหาศาลที่ฉุดรั้งให้เขาอยากจะดึงเธอเข้ามากอดไว้แน่นๆ แล้วสาบานว่าจะไม่มีวันปล่อยให้ไปไหนอีก
ทว่า... รอยแผลจากอดีตที่คอยย้ำเตือนถึงความทรยศกลับฉายชัดขึ้นมาในใจ
"เธออยากรู้นักใช่ไหม?" คีรีนกระซิบเสียงต่ำพลางโน้มใบหน้าลงมาจนชิดริมฝีปากของเธอ "ได้... ถ้าเธออยากเป็นของเล่นที่อยากรู้อยากเห็นขนาดนั้น ฉันก็จะจัดให้ตามคำขอ"
เขากระชากร่างบางเข้าหาตัวจนแนบชิด ไม่ใช่เพื่อมอบจูบที่อ่อนโยน แต่เป็นการบดเบียดที่เร่าร้อนและดิบเถื่อนเพื่อกลบเกลื่อนความวุ่นวายในจิตใจ รินรดาไม่ขัดขืน เธอหลับตาลงรับสัมผัสที่เจือปนด้วยความสับสนและความแค้นนั่น ปล่อยให้มันทำหน้าที่เตือนให้เขารู้ว่า... ไม่ว่าเขาจะปฏิเสธอย่างไร ไฟที่ลุกโชนอยู่ในใจของเขาก็มีเพียงเธอเท่านั้นที่สามารถโหมให้มันมอดไหม้หรือรุ่งโรจน์ได้
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้องทำงาน ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูที่รัวและกระชั้นชิดจนคีรีนต้องผละออกจากเธออย่างหัวเสีย
"นายครับ! เกิดเรื่องแล้วครับ... ทางฝั่งของอคินส่งคนมาล้อมคฤหาสน์เราไว้หมดแล้ว มันบอกว่าถ้าไม่คืน 'สมบัติ' ของมันภายในสิบนาที มันจะระเบิดพื้นที่ทั้งหมดนี่ทิ้ง!"
คีรีนหันไปมองหน้าต่าง ร่างของเขาสั่นสะท้านด้วยโทสะ ขณะที่รินรดาหน้าซีดเผือดเมื่อได้ยินชื่อของคนที่เธอหวาดกลัวที่สุดในยามนี้
คีรีนหันกลับมามองเธอ สายตาที่เคยเย็นชาเปลี่ยนเป็นความดุดันที่ยากจะคาดเดา เขาคว้าแขนเธอแล้วลากไปที่ตู้เซฟลับหลังตู้หนังสือ กดรหัสอย่างรวดเร็วก่อนจะยัดปืนพกและกุญแจรถใส่มือเธอ
"ฟังให้ดีนะรินรดา... ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหรือแลกด้วยชีวิตของฉัน เธอต้องรอด!" เขากระซิบด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหวอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน "เพราะถ้าคืนนี้ฉันตาย... ความลับเรื่องที่ฉัน 'รัก' เธอ จะต้องติดตัวฉันลงหลุมไปด้วยตลอดกาล!"
สิ้นคำพูด เขาก็ผลักเธอเข้าไปในห้องลับที่มืดมิด ก่อนจะปิดตายประตูทิ้งให้เธอเผชิญกับความมืดมิดและเสียงปืนที่ดังสนั่นขึ้นจากภายนอกคฤหาสน์ในวินาทีถัดมา!
มิดไนท์คิสหวังว่าเหตุการณ์ในตอนนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปกับรินรดานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
พันธะกุหลาบสีเพลิง: สัญญาลับใต้เงารัก•ตอนที่ 21
คำถามที่ไร้คำตอบ
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกุหลาบสีเพลิง: สัญญาลับใต้เงารัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!