พันธะกุหลาบสีเพลิง: สัญญาลับใต้เงารัก•ตอนที่ 18

พายุหมุนในหัวใจ

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ คีรีน! คุณไม่มีสิทธิ์มากักขังฉันไว้ในที่แบบนี้!” เสียงตะโกนของรินรดาดังก้องไปทั่วโถงเรือนพักไม้สักริมทะเลที่กำลังสั่นไหวตามแรงปะทะของพายุภายนอก เธอพยายามสะบัดข้อมือที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยฝ่ามือหนาของชายหนุ่มผู้มีดวงตาดั่งก้นบึ้งของมหาสมุทรที่กำลังบ้าคลั่ง คีรีนไม่ได้ตอบโต้ด้วยวาจา เขาเพียงแค่ออกแรงกระชากเบาๆ ให้ร่างบอบบางปลิวเข้ามาปะทะกับแผงอกแกร่ง กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อเฉพาะตัวผสมกับกลิ่นไอความชื้นของฝนหลงฤดูอบอวลไปทั่วโสตประสาทของหญิงสาว เธอสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจเขาที่หนักแน่นและไร้ความปรานี “สิทธิ์เหรอ?” เขาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ “รินรดา... เธอเป็นคนเดินเข้ามาหาฉันในวันนั้นเองไม่ใช่หรือไง ในวันที่ตระกูลศิรินทร์ธาดาของเธอกำลังจะพินาศ ใครกันที่เสนอตัวเป็น ‘เครื่องมือ’ ให้ฉันเองกับมือ?” รินรดานิ่งงัน คำพูดนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนแผลเดิมที่ยังไม่เคยหายดี เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด ดวงตาคู่สวยสั่นไหวขณะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของมาเฟียหนุ่มที่เธอจำต้องเรียกเขาว่า ‘สามี’ ในนามอย่างจำนน “ฉันทำเพื่อครอบครัว แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะย่ำยีเกียรติฉันได้ทุกครั้งที่พอใจ!” “เกียรติ?” คีรีนเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน “คนอย่างเธอมีเกียรติด้วยเหรอ? หรือมีแค่ ‘ราคา’ ที่ฉันจ่ายไปเพื่อให้ได้ตัวเธอมาครอบครองกันแน่” เขาบีบคางมนของเธอแน่นขึ้น แม้จะไม่ได้เจ็บจนทนไม่ได้ แต่แรงอารมณ์ที่แฝงมากับสัมผัสนั้นกลับทำให้รินรดารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก พายุภายนอกเริ่มโหมกระหน่ำหนักขึ้น เสียงคลื่นยักษ์ซัดเข้าหาหาดทรายอย่างบ้าคลั่งราวกับจะกลืนกินทุกอย่าง เรือนพักแห่งนี้ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสมบูรณ์ ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ไม่มีเรือลำไหนกล้าฝ่าคลื่นลมออกไปในยามวิกาลเช่นนี้ รินรดาสบตากับเขา แววตาของเธอเริ่มเปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวเป็นความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้น “คุณเกลียดฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอคีรีน... เกลียดจนอยากให้ฉันแตกสลายไปต่อหน้าคุณเลยใช่ไหม?” คีรีนชะงักไปครู่หนึ่ง เงาในดวงตาของเขาวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัด เขารู้ดีว่าลึกๆ แล้วความแค้นที่เขาสร้างขึ้นมาบังหน้ามันเริ่มบิดเบี้ยวไปทุกที การเห็นเธอร้องไห้หรือต่อต้าน ไม่ได้ทำให้เขาสะใจอย่างที่เคยคิด แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกดึงลงไปในหลุมพรางที่ตัวเองเป็นคนขุดเอาไว้ “อย่ามาใช้มารยาหญิงกับฉัน” เขาผละออกอย่างรวดเร็วราวกับถูกของร้อน เดินหันหลังให้เธอแล้วทอดสายตามองผ่านหน้าต่างกระจกที่ถูกฝนซัดจนพร่ามัว “คืนนี้เราติดอยู่ที่นี่ ถ้าเธอไม่อยากตายเพราะพายุ ก็จงเงียบและอย่าทำให้ฉันหมดความอดทนไปมากกว่านี้” ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศภายในห้อง รินรดาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาหนังตัวยาว เธอรู้สึกเหนื่อยล้าเกินกว่าจะต่อกรกับพายุทั้งภายนอกและภายในจิตใจตัวเอง เธอหลับตาลง พยายามรวบรวมสติและปมปัญหาที่กำลังรุมเร้า อคินกำลังเคลื่อนไหว และเธอก็รู้ดีว่าที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่ปลอดภัยอย่างที่คีรีนพยายามสร้างภาพ เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนกระทั่งเสียงฟ้าร้องเริ่มเบาลง แต่ความกดอากาศในห้องกลับดูจะพุ่งสูงขึ้น คีรีนเดินกลับมาหาเธออีกครั้งในมือมีผ้าห่มผืนหนา เขาโยนมันใส่ตักเธอเบาๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม “พรุ่งนี้... ถ้าพายุสงบ ฉันจะส่งเธอกลับ” เขากล่าวเสียงเรียบ ทว่ามีบางอย่างในน้ำเสียงนั้นที่ทำให้รินรดาต้องลืมตาขึ้นมอง “ทำไมถึงเปลี่ยนใจ?” “เพราะฉันเริ่มเบื่อ” คีรีนตอบโดยไม่สบตา “และเพราะมีบางอย่างที่ฉันเพิ่งได้รับรายงานมา...” เขายื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้เธอ รินรดารับมาด้วยมือที่สั่นเทา เมื่อเปิดออกอ่าน ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ มันไม่ใช่เอกสารธุรกิจ แต่มันคือภาพถ่ายของบุคคลปริศนาที่กำลังยืนคุยกับ ‘อคิน’ อยู่หลังเรือนพักแห่งนี้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่พายุจะเข้า “นี่มัน...” รินรดาครางออกมาด้วยความหวาดหวั่น “ใช่ คนที่ทรยศเธอและฉันกำลังเล่นเกมบางอย่างอยู่” คีรีนหันมามองเธอ แววตาเปลี่ยนเป็นดุดันและเย็นเยียบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “และดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้แค่ต้องการตัวเธอ แต่มันต้องการ ‘ชีวิต’ ของเราทั้งคู่” รินรดาหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นภาพถ่ายใบสุดท้าย เป็นภาพของเธอที่กำลังเดินออกมาจากห้องน้ำเพียงลำพังเมื่อตอนหัวค่ำ โดยมีลำกล้องปืนไรเฟิลเล็งตรงมาที่ศีรษะของเธอจากมุมมืดในป่าข้างเรือนพัก... และปืนกระบอกนั้นอยู่ในมือของ ‘แม่บ้าน’ ที่เธอเพิ่งรับไว้ทำงานเมื่อสัปดาห์ก่อน “อย่าขยับตัว” คีรีนกระซิบเสียงต่ำแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน พร้อมกับดึงร่างของเธอให้หมอบลงกับพื้นทันทีโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า ปัง! เสียงปืนเก็บเสียงดังขึ้นพร้อมกับกระจกหน้าต่างที่แตกกระจายเศษแก้วร่วงหล่นลงบนพื้นห้อง เสียงฝีเท้าหนักๆ เริ่มเดินย่างสามขุมเข้ามาจากทางระเบียงหลังบ้าน ความตายกำลังก้าวเข้ามาหาพวกเขาทั้งคู่ในความมืดมิดของพายุนี้ มิดไนท์คิสหวังว่าเหตุการณ์ในตอนนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปกับรินรดานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกุหลาบสีเพลิง: สัญญาลับใต้เงารัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%