พันธะกุหลาบสีเพลิง: สัญญาลับใต้เงารัก•ตอนที่ 11

ความเปราะบางที่ซ่อนอยู่

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
“อย่าเข้ามา... ออกไปให้พ้น!” เสียงคำรามต่ำที่สั่นพร่าดังขึ้นจากเงามืดในห้องทำงานของคีรีน วรโชติเมธี มันไม่ใช่เสียงดุดันเย็นชาที่รินรดาคุ้นเคย แต่มันคือเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดราวกับสัตว์ป่าที่กำลังถูกคมมีดกรีดลึกถึงกระดูก รินรดาที่ตั้งใจจะนำชาสมุนไพรมาวางให้เขาตามคำสั่งของแม่บ้านประจำคฤหาสน์ หยุดชะงักฝีเท้าลงทันที มือที่ถือถาดไม้สั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มสั่นไหวอย่างควบคุมไม่อยู่ ภายในห้องทำงานที่เปิดเพียงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะ คีรีนไม่ได้นั่งอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพงอย่างที่ควรจะเป็น แต่เขากลับทรุดตัวลงนั่งกับพื้นพรมตรงมุมห้องหันหลังให้ประตู แขนแกร่งทั้งสองข้างยกขึ้นกอดตัวเองแน่น “คุณคีรีน...” รินรดาเรียกชื่อเขาแผ่วเบา ใจหนึ่งอยากจะหันหลังกลับ แต่สัญชาตญาณบางอย่างในตัวบอกให้เธออยู่ต่อ “บอกว่าอย่าเข้ามาไงเล่า! อยากตายนักหรือไงถึงได้รนหาที่!” เขาตวาดกลับมาโดยไม่หันมามอง ลมหายใจของเขาหอบถี่และหนักหน่วงจนน่าตกใจ รินรดาตัดสินใจวางถาดชาลงบนโต๊ะข้างทาง ก่อนจะค่อยๆ ก้าวเท้าเปลือยเปล่าเข้าไปใกล้โดยไร้เสียง เธอสังเกตเห็นขวดแก้วทรงสวยที่ตั้งอยู่บนพื้นข้างตัวเขา มันเป็นของเหลวสีอำพันที่พร่องไปเกินครึ่ง รอยแผลเป็นที่หัวไหล่กว้างซึ่งเธอเคยเห็นเพียงแวบๆ ตอนที่เขาเปลี่ยนเสื้อผ้า ดูเหมือนมันจะส่งผลต่อความรู้สึกของเขาในคืนนี้อย่างรุนแรง เมื่อเธอขยับเข้าไปใกล้ในระยะที่มองเห็นใบหน้าด้านข้างของเขาได้ชัดเจน รินรดาก็ต้องชะงักงัน หัวใจของเธอหล่นวูบ... ดวงตาคมกริบที่เคยดูแคลนโลกทั้งใบและเย่อหยิ่งทระนง บัดนี้กลับแดงก่ำและว่างเปล่า ราวกับคนสิ้นไร้ที่ยึดเหนี่ยวในจิตวิญญาณ “คุณไม่ได้กำลังไล่ฉันอยู่...” รินรดาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงด้วยความอ่อนโยน “คุณกำลังไล่เงาในอดีตของตัวเองต่างหาก” คีรีนชะงักไปทันที ไหล่กว้างที่เคยเกร็งขึงค่อยๆ ผ่อนคลายลงชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะแค่นหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น “เธอรู้อะไรเกี่ยวกับอดีตของฉันบ้าง รินรดา... เธอเป็นแค่เชลยที่ฉันกักขังไว้ในกรงทอง อย่าพยายามทำตัวเป็นนักบุญในที่ที่ไร้แสงสว่างอย่างนี้เลย” “ถ้าฉันเป็นเชลยจริง ป่านนี้ฉันคงหายไปตั้งแต่วันแรกที่คุณหันหลังให้แล้ว” รินรดาไม่ถอยหนี เธอทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เขาในระยะห่างที่ให้เกียรติ “ฉันเห็นคุณมองรูปถ่ายใบนั้น... รูปที่ถูกซ่อนไว้ในลิ้นชักที่ล็อคตาย เธอคนนั้นไม่ได้ทรยศคุณเพราะเงินหรืออำนาจใช่ไหมคะ? เธอจากไปเพราะเธอทนกับ ‘ปีศาจ’ ที่คุณสร้างขึ้นมาป้องกันตัวเองไม่ไหวต่างหาก” คีรีนหันขวับมามองเธอ ดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจี้ใจดำ มือหนาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นมากพอที่จะทำให้กระดูกของเธอร้าวได้ แต่รินรดาไม่แม้แต่จะขยับหนี เธอประสานสายตากับเขาด้วยแววตาที่มั่นคง “เธอตายไปแล้ว... เธอตายเพราะความอ่อนแอของฉัน!” เขาตะคอกใส่หน้าเธอ แต่ความโกรธนั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเปราะบางอย่างรวดเร็ว เมื่อเขาทิ้งตัวลงซบหน้ากับไหล่ของเธอ กลิ่นอายของบรั่นดีและความหอมจางๆ จากกายของเขาทำให้รินรดารู้สึกใจสั่น ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอันกว้างใหญ่ มีเพียงเสียงลมหายใจที่ประสานกัน คีรีนผู้ทรงอิทธิพลที่คนทั้งเมืองหวาดกลัว บัดนี้ดูเหมือนเด็กชายตัวน้อยที่หลงทางในพายุที่เขาสร้างขึ้นเอง รินรดายกมือขึ้นลูบแผ่นหลังของเขาอย่างปลอบประโลม สัมผัสถึงความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากตัวเขา “ฉันไม่ใช่เธอคนนั้น... และฉันก็ไม่มีวันเป็น” รินรดากระซิบข้างใบหูของเขา “แต่ถ้าคุณยังกอดความแค้นไว้แบบนี้ คุณจะไม่มีวันได้พบกับความรักที่แท้จริงอีกเลย คุณคีรีน...” คีรีนผละออกจากไหล่ของเธอ ดวงตาของเขาเปลี่ยนไป เขามองเธอด้วยสายตาที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอ่านออก มันไม่ใช่ความต้องการทางเพศ แต่เป็นความหิวโหยในความเข้าใจที่เขาไม่เคยได้รับ มือหนาเลื่อนขึ้นมาสัมผัสแก้มเนียนแผ่วเบา นิ้วโป้งของเขาคลึงที่ริมฝีปากล่างของเธออย่างถือสิทธิ์ “ถ้าฉันปล่อยเธอไป... ฉันจะกลายเป็นคนโง่ที่สุดในโลกไหมรินรดา?” เขาถามเสียงต่ำ “ถ้าคุณเลือกที่จะขังตัวเองไว้ในความทรงจำ คุณคือคนที่โง่ยิ่งกว่าค่ะ” คีรีนโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากของทั้งคู่ชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดกันจนน่าใจหาย รินรดารู้สึกถึงอันตรายที่สั่นไหวอยู่ลึกๆ ในแววตาของเขา แต่มันกลับเป็นอันตรายที่เธอเผลอใจไปหลงใหลเสียแล้ว ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะดิ่งลึกลงสู่ความอ่อนไหว เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้องทำงาน ก่อนที่ประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้เคาะ “บอสครับ... มีปัญหาใหญ่ที่ท่าเรือ อคินนำกำลังคนไปยึดคลังสินค้าเราแล้วครับ!” เสียงรายงานของลูกน้องคนสนิททำให้มนตร์สะกดแตกสลายทันที คีรีนผละจากรินรดาอย่างรวดเร็ว แววตาที่เปราะบางเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความดุดันและเย็นชาในพริบตา เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อสูทให้เข้าที่ก่อนจะหันไปคว้าปืนพกที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงาน “ดูแลเธอไว้” คีรีนสั่งลูกน้องสั้นๆ ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่ทำให้เธอรู้สึกหนาวสั่น “เธอเห็นสิ่งที่ฉันเป็นแล้วรินรดา... คืนนี้ หวังว่าเธอจะจดจำไว้ให้ดีว่า ‘ปีศาจ’ ที่เธอพยายามจะปลอบประโลม เมื่อถึงเวลาที่ต้องปกป้องสิ่งที่ตัวเองเป็นเจ้าของ เขาจะโหดร้ายได้แค่ไหน” เขาก้าวเดินออกจากห้องไปทิ้งให้รินรดายืนนิ่งอยู่กลางห้องทำงานที่เย็นเฉียบ ทันใดนั้น ไฟในห้องก็ดับวูบลงเหลือเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา สิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไม่ใช่ความมืด แต่เป็นเสียงกริ๊กเบาๆ ของแม่กุญแจจากฝั่งตรงข้ามห้องที่ดังขึ้น พร้อมกับร่างเงาสูงโปร่งของชายอีกคนที่ปรากฏตัวขึ้นตรงระเบียงห้องทำงานของเขา “คีรีนอาจจะดูเหมือนปีศาจ... แต่รินรดาที่รัก... เธอยังไม่เคยเห็น ‘คนตาย’ ที่เขาทิ้งไว้เบื้องหลังจริงๆ หรอกนะ” เสียงทุ้มแหบพร่าของอคินดังขึ้นจากความมืด พร้อมกับความเย็นของปากกระบอกปืนที่จ่อเข้าที่ขมับของเธออย่างอุกอาจ มิดไนท์คิสหวังว่าเหตุการณ์ในตอนนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปกับรินรดานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกุหลาบสีเพลิง: สัญญาลับใต้เงารัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%