พันธะกุหลาบสีเพลิง: สัญญาลับใต้เงารัก•ตอนที่ 34

ความรู้สึกที่ยอมรับไม่ได้

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
“ถ้าคุณคิดว่าการเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องครอบครัวจะทำให้ผมเมตตาคุณมากขึ้นล่ะก็... รินรดา คุณกำลังคิดผิดมหันต์” เสียงทุ้มต่ำของคีรีนดังแทรกผ่านความเงียบงันภายในห้องทำงานกว้างขวาง ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงระยับยืนพิงขอบโต๊ะทำงานไม้โอ๊ค มือหนาข้างหนึ่งถือแก้วคริสตัลบรรจุของเหลวสีอำพันไว้มั่น สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวล่าเหยื่อจับจ้องร่างบางที่ยืนสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของความกล้าที่เหลืออยู่ทั้งหมดเพื่อสบตากับชายหนุ่มผู้กุมชะตาชีวิตของเธอไว้ เธอกำชายกระโปรงแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด “ฉันไม่ได้ขอความเมตตาค่ะคุณคีรีน... สิ่งที่ฉันต้องการคือความชัดเจน ว่าเมื่อไหร่ข้อตกลงบ้าๆ นี่ถึงจะจบสิ้นเสียที” คีรีนแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนคนฟังรู้สึกหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจ เขาขยับตัวก้าวเข้ามาหาหญิงสาวเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อเฉพาะตัวที่ผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขาห้อมล้อมตัวเธอไว้ราวกับกรงขังที่มองไม่เห็น “ความชัดเจนเหรอ?” เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะแตะกัน “คุณลืมไปแล้วหรือไงว่าสัญญานี้มีไว้เพื่ออะไร... คุณเป็นของผม รินรดา ไม่ใช่จนกว่าคุณจะพอใจ แต่เป็นจนกว่า *ผม* จะเป็นฝ่ายเบื่อ” คำพูดนั้นกรีดลึกลงไปในใจของรินรดา แต่สิ่งที่น่าเจ็บปวดยิ่งกว่าคือสายตาของเขาที่ไม่ได้แสดงออกถึงความเกลียดชังอย่างที่เคยเป็นเสมอมา มันมีความสับสน... มีความหวามไหวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุดันนั้น คีรีนชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นดวงตากลมโตคู่สวยที่เริ่มมีหยาดน้ำใสเอ่อคลอ เขาเกลียดความรู้สึกนี้... ความรู้สึกที่เหมือนมีหมัดเหล็กซัดเข้าที่กลางอกเมื่อเห็นน้ำตาของเธอ มันไม่ใช่ความสะใจที่เขาควรจะได้รับจากศัตรู แต่มันคือความปวดร้าวที่แปลกปลอม เขากระชากข้อมือของเธอเข้ามาแนบชิด แรงบีบนั้นแน่นจนรินรดาเผลอร้องครางออกมาเบาๆ แต่เขากลับไม่ได้ตั้งใจจะทำร้าย เพียงแค่ต้องการสัมผัสถึงตัวตนของเธอเพื่อยืนยันว่าสิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่คือความจริง “ทำไมคุณถึงต้องดื้อรั้นขนาดนี้...” เขาพึมพำกับตัวเอง ราวกับลืมไปแล้วว่าเธอยังยืนอยู่ตรงนั้น “ทั้งที่ผมควรจะเขี่ยคุณทิ้งไปตั้งแต่วันแรกที่เห็นหน้า แต่ทุกครั้งที่ผมมองไป... ผมกลับอยากจะกักขังคุณไว้ ไม่ให้ใครได้เห็น แม้แต่แสงอาทิตย์ก็ไม่สมควรได้สัมผัสผิวคุณนอกจากผม” รินรดาเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อหู “นั่นมันไม่ใช่ความรักค่ะคุณคีรีน มันคือความเห็นแก่ตัว... และมันก็น่าสมเพชที่สุด” คำว่า ‘ความรัก’ ที่หลุดออกจากปากเธอราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจคีรีน เขาชะงักงันไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยปิดตายด้วยกำแพงแห่งความแค้นกลับเต้นรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ เขาปฏิเสธมาตลอด... ปฏิเสธมาโดยตลอดว่าความหลงใหลที่มีต่อเธอมันไม่ใช่แค่เรื่องทางกาย แต่มันคือการยอมจำนนต่อผู้หญิงที่เขาควรจะเกลียดที่สุด “ถ้ามันคือความสมเพช... ผมก็จะสมเพชให้คุณดูเอง” เขากดริมฝีปากลงบนซอกคอขาวระหงอย่างรุนแรง ไม่ใช่จูบที่อ่อนหวาน แต่เป็นการตีตราจองเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกที่กำลังตีรวนอยู่ภายใน รินรดาร้องประท้วงในลำคอ พยายามผลักอกแกร่งออก แต่เขากลับต้อนเธอจนแผ่นหลังบางแนบชิดกับบานประตูไม้บานใหญ่ คีรีนถอนจูบออกช้าๆ สายตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้เย็นชาเหมือนน้ำแข็งอีกต่อไป แต่กลับร้อนแรงดั่งไฟป่าที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างที่ขวางหน้า เขาตระหนักได้ในวินาทีนั้น... ว่าต่อให้อคินจะพยายามส่งสายลับมาหรือใช้วิธีสกปรกแค่ไหนเพื่อทำลายเขา สิ่งที่เขาหวาดกลัวที่สุดไม่ใช่การสูญเสียอำนาจ แต่เป็นการสูญเสียเธอ “อย่าท้าทายผมอีก รินรดา” เขาพูดเสียงแหบพร่า ขณะที่มือหนาไล้ตามกรอบหน้าของเธออย่างแผ่วเบาผิดกับท่าทีดุดันเมื่อครู่ “เพราะถ้าผมตัดสินใจยอมรับความรู้สึกนี้จริงๆ... โลกของคุณหลังจากนี้จะไม่มีวันได้พบกับคำว่าอิสระอีกต่อไป” รินรดามองลึกลงไปในดวงตาของเขา เห็นความจริงที่เขาพยายามปิดบังไว้อย่างสุดกำลัง เธอรู้ดีว่านี่คือจุดเริ่มต้นของนรกที่งดงามที่สุด... หรืออาจจะเป็นจุดจบที่ไม่มีใครรอดชีวิตออกมาได้ ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองคนเต้นรัวจนแทบจะหลอมรวมเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงเคาะประตูที่รัวเร็วและหนักแน่นก็ดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดภายในห้อง *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* “นายครับ! มีเรื่องด่วน... อคินมันบุกเข้ามาที่คฤหาสน์ฝั่งตะวันตก พร้อมกับหลักฐานบางอย่างที่มันอ้างว่าจะทำลายตระกูลวรโชติเมธีให้ราบคาบ!” เสียงลูกน้องคนสนิทตะโกนเข้ามาด้วยความร้อนรน คีรีนผละออกจากรินรดาทันที ใบหน้าคมคายกลับมาเคร่งขรึมและอำมหิตในชั่วพริบตา เขากดอินเตอร์คอมสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “เตรียมคนให้พร้อม! ถ้ามันก้าวเข้ามาในเขตของฉันแม้แต่ก้าวเดียว... สั่งฆ่ามันได้ทันที!” เขากำลังจะหันหลังเดินออกจากห้องไป แต่รินรดากลับคว้าข้อมือเขาไว้แน่น ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นที่ไม่ได้มาจากความกลัวตาย แต่มาจากความรู้สึกที่เขากำลังจะเดินไปสู่กับดักที่เขายังไม่รู้ตัว “อย่าไปนะคะ... นั่นอาจจะเป็นกลลวงของอคิน คุณอย่าลืมสิว่าเขารอเวลาแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว” คีรีนก้มลงมองมือบางที่สั่นเทา ก่อนจะดึงมือเธอออกเบาๆ แล้วกระซิบข้างหู “ถ้าผมตาย... อย่างน้อยคุณก็จะเป็นอิสระ แต่นั่นคือถ้าผมพลาดเท่านั้น” ร่างสูงเดินพ้นประตูไปทิ้งให้รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้อง แต่ก่อนที่ประตูจะปิดสนิท เสียงกริ่งโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของเขาก็ดังขึ้น รินรดาตัดสินใจเดินเข้าไปรับสายด้วยสัญชาตญาณบางอย่าง “ว่าไงนะ... คีรีนไม่ได้ไปที่ฝั่งตะวันตกหรอก แต่ตอนนี้มันกำลังมุ่งหน้าไปที่ห้องนิรภัยใต้ดินเพียงลำพังงั้นเหรอ?” เสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูคุ้นหูผิดปกติจากปลายสายทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบ นั่นไม่ใช่เสียงลูกน้องของคีรีน... แต่เป็นเสียงของอคินที่กำลังหัวเราะร่าด้วยความชัยชนะ "ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านตอนที่ 34 มาด้วยกันนะคะ มิดไนท์คิสขอให้ทุกท่านเตรียมใจไว้ให้ดี เพราะตอนหน้าความลับของกุหลาบดอกนี้กำลังจะถูกเปิดเผยค่ะ"
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกุหลาบสีเพลิง: สัญญาลับใต้เงารัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%