“ถ้าก้าวขาซ้ายนำไปอีกแค่เซนติเมตรเดียว สมองของนายคงกระจายติดผนังศิลาโบราณไปแล้วล่ะนะ ไค”
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันอันเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงใต้ดินที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของสนิมและหินเก่าคร่ำคร่า
ปลายศรเวทมนตร์สีฟ้าจัดยังคงสั่นระริกอยู่ห่างจากปลายจมูกของไคไม่ถึงคืบ กลไกกับดักโบราณที่ถูกซ่อนไว้ใต้แผ่นกระเบื้องสลับลายเพิ่งสงบลง หลังจากการดีดตัวของสปริงเหล็กกล้าที่ทำงานด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงหวีดหวิวบาดแก้วหู
ไคถอนหายใจยาวเหยียด ไอสีขาวจางๆ ลอยออกจากริมฝีปากในบรรยากาศที่อุณหภูมิลดต่ำลงอย่างกะทันหัน เขายังคงนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นหินเย็นเฉียบ มือข้างหนึ่งยื่นค้างไว้ในท่าทางที่กำลังใช้ ‘ค้อนสถาปนิก’ งัดร่องรอยการเชื่อมต่อของกลไกเวทมนตร์
ประโยคสุดท้ายจากระบบที่ยังคงก้องอยู่ในหู—*“ในที่สุด... ผู้สร้างคนใหม่ก็กลับมาสักที...”*—ยังไม่ทันจางหายดี ความเป็นจริงอันโหดร้ายของดันเจี้ยนระดับสูงก็ต้อนรับเขาด้วยบททดสอบความตายทันที
“ขอบคุณสำหรับความห่วงใยอันแสนอบอุ่นนะ ลิน... แต่ถ้าเธอช่วยเตือนเร็วกว่านี้สักสองวินาที ฉันคงไม่ต้องเปลืองแรงใช้สกิลหลบหลีกฉุกเฉินจนมานาเกือบหมดหลอดแบบนี้หรอก” ไคตอบกลับด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะเบาๆ แม้เม็ดเหงื่อกาฬจะผุดพรายขึ้นตามไรผมของเขาแล้วก็ตาม
ลินยืนกอดอกพิงเสาสลักรูปงูยักษ์ ดวงตาสีนิลคู่สวยภายใต้ฮู้ดสีเข้มมองลงมาด้วยแววตาดุๆ เธอไม่ได้ขยับเข้าไปใกล้มากกว่าเดิม แต่ร่องรอยความโล่งอกที่ฉายวาบผ่านนัยน์ตาคู่นั้นก็หลบสายตาอันเฉียบคมของสถาปนิกหนุ่มไม่พ้น
“ห่วงใยงั้นเหรอ? นายฝันไปหรือเปล่า ไค” ลินแค่นหัวเราะในลำคอ ขยับตัวเล็กน้อยจนผ้าคลุมไหล่ไหวตามแรง “ฉันแค่เสียดายเวลาถ้าผู้ช่วยมือหนึ่งของฉันต้องมาตายโง่ๆ กับดักเลเวลพื้นๆ แบบนี้ต่างหาก นายเป็นสถาปนิกวิญญาณประสาอะไร ถึงได้ปล่อยให้กลไกเวทมนตร์พื้นฐานอย่าง ‘รอยแยกมิติเงา’ หลุดรอดจากการตรวจสอบไปได้ตั้งสามจุด?”
ไคยันตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ ปัดฝุ่นตามเสื้อคลุมสีทึบของตนเอง ก่อนจะกวาดสายตามองแผงวงจรเวทมนตร์ที่เรืองแสงริצוอยู่บนพื้นหิน
“มันไม่ใช่กลไกพื้นฐานหรอกนะ ลิน” ไคเอ่ยแก้ด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น ดวงตาคู่คมประกายแสงสีฟ้าจางๆ จากอินเทอร์เฟซระบบที่กำลังประมวลผล “เธอก็เห็นนี่ว่าร่องรอยการร้อยเรียงมานาไม่ได้ใช้รูปแบบมาตรฐานของยุคอาณาจักรเวทมนตร์ที่สาม แต่มันถูกดัดแปลงด้วย ‘สถาปัตยกรรมย้อนกลับ’ เพื่ออำพรางจุดเชื่อมต่อ ถ้าฉันไม่ลองใช้ค้อนสถาปนิกเคาะหาความหนาแน่นของศิลาตรงนั้น เราคงไม่มีทางรู้เลยว่าใต้พื้นห้องนี้มีกับดักซ้อนกันอยู่ถึงสามชั้น”
ลินถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอก้าวเท้าเข้ามาใกล้ร่างของชายหนุ่ม ปลายไม้เท้าเวทมนตร์ในมือเคาะลงบนพื้นเบาๆ สามครั้ง เกิดเป็นคลื่นแสงสีทองจางๆ แสกนกวาดไปทั่วบริเวณ ทำให้โครงสร้างเส้นสายเวทมนตร์ที่ซ่อนอยู่ปรากฏเป็นภาพโฮโลแกรมสามมิติสีแดงฉานขึ้นมากลางอากาศ
“นายมองเห็นแค่โครงสร้างทางกายภาพ แต่นายมองไม่เห็น ‘เจตจำนง’ ของมันต่างหาก ไค” ลินเริ่มร่ายยาวด้วยน้ำเสียงดุดันแบบอาจารย์ที่กำลังอบรมศิษย์นอกคอก นิ้วเรียวยาวชี้ไปยังจุดที่เกือบคร่าชีวิตชายหนุ่มเมื่อครู่ “การสร้างดันเจี้ยนไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามทางเรขาคณิต แต่มันคือการสร้าง ‘จังหวะการเต้นของหัวใจ’ ให้กับสถานที่นั้นๆ นายมัวแต่สนใจความสมบูรณ์แบบของเสาหินและลวดลายสถาปัตยกรรม จนละเลย ‘ความลื่นไหลของมานา’ ที่ไหลเวียนผ่านรอยต่อ ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ต่อให้มีค้อนสถาปนิกวิเศษแค่ไหน นายก็ไม่มีทางปลดล็อกดันเจี้ยนลับระดับตำนานนี่ได้หรอกนะ”
คำวิจารณ์ที่เผ็ดร้อนและตรงไปตรงมาทำเอาไคถึงกับมุมกระตุกยิ้มเล็กน้อย เขารู้ดีว่าทุกคำที่หญิงสาวพูดนั้นคือความจริง แม้ว่าน้ำเสียงของเธอจะกระด้างและจิกกัดเสียจนคนฟังอยากจะร้องไห้ แต่ลินไม่เคยโกหกเรื่องศักยภาพของระบบ และความรู้เบื้องหลังของเธอก็ลึกซึ้งเสียจนบางครั้งไคอดคิดไม่ได้ว่า อดีตผู้ดูแลระบบคนนี้อาจจะเคยมีส่วนร่วมในการออกแบบดันเจี้ยนแห่งนี้ด้วยซ้ำ
“ครับๆ อาจารย์ผู้รอบรู้ ฉันจะจำใส่สมองไว้ให้ขึ้นใจเลย” ไคประชดเบาๆ แต่แววตาเต็มไปด้วยความสนุกสนาน “ว่าแต่... ในฐานะที่เธอเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการอ่านเจตจำนงของดันเจี้ยน ช่วยกรุณาบอกลูกศิษย์คนนี้หน่อยสิครับว่า ทางข้างหน้านั่น เราควรจะเดินผ่านกับดักพวกนี้ไปยังไงดี โดยที่สมองฉันไม่ต้องกระจายติดผนัง”
ลินชำเลืองมองเขาด้วยหางตา ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด ก่อนจะหมุนตัวเดินนำหน้าไปทางประตูโค้งศิลาขนาดมหัศจรรย์ที่สลักลวดลายประหลาด
“ตามมาเงียบๆ แล้วดูให้ดีล่ะ ไค... เพราะฉันจะไม่ช่วยชีวิตนายเป็นครั้งที่สองแน่”
เสียงฝีเท้าของทั้งสองดังสะท้อนก้องไปตามทางเดินแคบๆ ที่มืดมิด บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนเป็นความหนាแน่นของมานาบริสุทธิ์ที่กดทับลงบนบ่า ไคก้าวตามหลังอาจารย์สาวผู้ลึกลับไปติดๆ ขณะที่สมองของเขากำลังคำนวณรูปแบบการไหลเวียนของมานาที่ลินเพิ่งแสดงให้ดูเมื่อครู่ ความสัมพันธ์อันน่าพิศวงระหว่างสถาปนิกผู้สร้างกับจอมเวทผู้ปลดล็อกกำลังถักทอแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อยๆ ทีละน้อยในความมืดมิดนี้
ทว่า ในขณะที่พวกเขากำลังจะก้าวพ้นประตูโค้งศิลาบานสุดท้าย เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เงียบหายไปนานก็ดังขึ้นกังวานในหัวของไảoอย่างกะทันหัน พร้อมกับข้อความสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศตรงหน้า
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงจากผู้เล่นภายนอก]
[คำเตือน: เขตพื้นที่รอยต่อดันเจี้ยนถูกรีเซ็ตโดยบุคคลปริศนา]
[เงื่อนไขภารกิจลับระดับ SSS: “ผู้สืบทอดแห่งบรรพกาล” เริ่มต้นการนับถอยหลัง...]
ลินที่เดินนำอยู่ชะงักฝีเท้าลงทันที ร่างบางแข็งทื่อราวกับถูกสาป หญิงสาวค่อยๆ หันกลับมามองไสด้วยใบหน้าที่ซีดเผือก ดวงตาสีนิลเบิกกว้างด้วยความตกใจอย่างที่ไคไม่เคยเห็นมาก่อน
“ไค... ถอยออกมา!” ลินตะโกนสุดเสียงเมื่อพื้นหินใต้ฝ่าเท้าของพวกเขากำลังแตกออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่ดังขึ้นจากเบื้องล่าง ราวกับมีบางสิ่งที่หลับใหลมานับพันปีเพิ่งลืมตาตื่นขึ้นมารับรู้การมาเยือนของพวกเขา!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในโลกกว้างและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครของเราเสมอนะคะ
สถาปนิกวิญญาณกับอาจารย์สาวผู้ปลดล็อกดันเจี้ยนลับ•ตอนที่ 3
อาจารย์สาวผู้ไม่ลงรอย
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกวิญญาณกับอาจารย์สาวผู้ปลดล็อกดันเจี้ยนลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!