เศษหินปูนชิ้นใหญ่ร่วงหล่นลงมากระทบพื้นคอนกรีตแตกละเอียดเป็นผุยผง กลิ่นอับชื้นของดินชื้นแฉะและสนิมเหล็กคละคลุ้งตลบอบอวลอยู่ในอากาศจนแสบจมูก ท่ามกลางแรงสั่นสะเทือนที่ยังคงเขย่าขวัญโครงสร้างอาคารโบราณ ไคไม่ยอมปล่อยให้เวลาสูญเปล่าแม้แต่วินาทีเดียว สองมือที่สวมถุงมือหนังสำหรับงานช่างกำลังตวัดเครื่องมือวัดค่าพลังงานเวทมนตร์รูปทรงประหลาด ตรวจเช็กความหนาแน่นของแรงดันอากาศที่รั่วไหลขึ้นมาจากรอยแยกเบื้องล่างด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ
"แรงสั่นสะเทือนระดับนี้ไม่ได้เกิดจากแผ่นดินไหวตามธรรมชาติในระบบเกมแน่ค่ะคุณไค... ความถี่ของคลื่นสั่นสะเทือนอยู่ที่ 4.5 เฮิรตซ์ และมีอัตราเร่งเพิ่มขึ้นทุก ๆ สามวินาที มันคือแรงกระแทกจากกลไกเฟืองจักรกลขนาดมหึมาใต้ดินต่างหาก"
เสียงเตือนของลินดังขึ้นแทรกเสียงครั่นคร้ามของอาคารที่กำลังลั่นเอี๊ยดอ๊าด อาจารย์สาวในชุดคลุมนักเวทสีเทาเข้มกำลังใช้คทาปลายผลึกแก้วค้ำยันพื้นเพื่อทรงตัว ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปรอบห้องโถงร้างที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์วิจัยเวทมนตร์ยุคโบราณ สีหน้าของเธอบ่งบอกความกังวลอย่างเห็นได้ชัด แม้ปากจะพยายามรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ก็ตาม
ไคหันกลับมามองแผ่นผนังหินแกรนิตเบื้องหน้า ซึ่งเดิมทีควรจะเป็นผนังทึบตันไร้ทางออก แต่ด้วยทักษะ 'สายตาสถาปนิก' (Architect’s Eye) ของเขา ทำให้มองเห็นความผิดปกติของเส้นผ่านศูนย์กลางโครงสร้าง ลวดลายสลักบนหินที่คนทั่วไปมองว่าเป็นเพียงงานศิลปะเสื่อมสภาพ แท้จริงแล้วคือร่อง 3 มิติ สำหรับกระจายพลังงานเวทมนตร์เพื่อล็อกกลไกบางอย่างเอาไว้
"ไม่ใช่แค่เครื่องจักรธรรมดาหรอกครับอาจารย์ลิน..." ไคเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ แต่นัยน์ตากลับเป็นประกายด้วยความตื่นเต้นอย่างที่นักสำรวจมักจะเป็น นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะที่ร่องสลักหินนั้นเบา ๆ "ดูความหนาของผนังตรงนี้สิครับ มันถูกสร้างขึ้นด้วยเทคนิคการซ้อนทับมิติแบบเหลื่อมล้ำ อาคารหลังนี้ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นดินโล่ง ๆ แต่มันถูกสร้าง 'ครอบทับ' ปากทางเข้าของดันเจี้ยนระดับสูงที่ถูกผนึกไว้ตั้งแต่ยุคเริ่มแรกของเซิร์ฟเวอร์ต่างหาก"
สิ้นคำพูดของไค พื้นดินใต้ฝ่าเท้าก็ทรุดฮวบลงไปเกือบครึ่งเมตร ฝุ่นควันตลบอบอวลจนมองไม่เห็นทาง แต่ทว่า... ท่ามกลางความโกลาหลนั้น เสียงระรัวของระบบเกมกลับดังขึ้นในโสตประสาทของทั้งคู่ด้วยโทนเสียงที่แตกต่างไปจากปกติ เสียงเตือนสีแดงฉานสาดแสงวาบสะท้อนกับม่านตา
[ระบบตรวจพบการปลดล็อกพื้นที่ต้องห้าม: 'มหาวิหารใต้พิภพ - ฐานที่มั่นแห่งปราชญ์ผู้ลืมเลือน']
[เงื่อนไขการเปิดใช้งาน: สถาปนิกผู้มีทักษะระดับสูงสัมผัสกลไกผนึก + พลังงานเวทมนตร์ตกค้างครบกำหนด]
[คำเตือน: ท่านกำลังจะก้าวเข้าสู่เขตแดนอันตรายระดับ SSS ผู้เล่นต่ำกว่าเลเวล 90 จะสูญเสียสติสัมปชัญญะทันทีเมื่อได้ยินเสียงแห่งความมืด]
ลินสูดหายใจเข้าลึก and รีบกางเขตอาคมป้องกันเสียงรอบตัวของเธอและไคทันที เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผมของหญิงสาว "แย่ล่ะสิ... ระบบรักษาความปลอดภัยระดับนี้ มันไม่ใช่ดันเจี้ยนฟาร์มของธรรมดา แต่มันคือห้องทดลองต้องห้ามของสถาปนิกโบราณผู้สร้างโลกใบนี้ขึ้นมาต่างหาก!"
ไคไม่สะดุ้งสะเทือนต่อคำเตือนอันตรายนั้น ตรงกันข้าม รอยยิ้มบางเบาแต่เปี่ยมด้วยความมั่นใจกลับปรากฏขึ้นที่มุมปาก เขากวาดสายตามองรอยแยกของผนังที่ค่อย ๆ เลื่อนเปิดออกทีละน้อย เสียงกลไกเฟืองเหล็กบด
ฟันกันดังครืดคราดก้องกังวานไปทั่วซากปรักหักพัง กลิ่นอายโบราณที่ทรงพลังแผ่ซ่านออกมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง พร้อมกับลมหายใจอุ่นร้อนที่พัดสวนขึ้นมา ราวกับว่าสถานที่แห่งนี้... มีชีวิตอยู่จริง
"น่าสนใจมากครับ..." ไคพึมพำเบา ๆ พลางหยิบแผ่นศิลาบันทึกข้อมูลเวทมนตร์ออกมาเตรียมพร้อม "ในเมื่อประตูกลถูกเปิดออกด้วยมือของผมแล้ว การจะปฏิเสธคำเชิญจากเจ้าบ้านคงเสียมารยาทแย่ใช่ไหมครับอาจารย์?"
ลินมองลูกศิษย์หนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวต่ออำนาจใด ๆ ในเกมนี้ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งทึ่งและอดเป็นห่วงไม่ได้ เธอถอนหายใจยาวก่อนจะกระชับคทาในมือแน่น "ให้มันน้อย ๆ หน่อยนะคะคุณไค ถ้าข้างล่างนั่นไม่ใช่สมบัติเวทมนตร์อย่างที่คุณคาดหวัง แต่เป็นฝูงอสูรกายกลายพันธุ์ล่ะก็ ฉันจะโยนคุณให้มันกินเป็นคนแรกเลยคอยดู!"
แม้ปากจะพูดขู่ แต่ลินก็ก้าวเท้าเข้าไปยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับไคอย่างไม่ลังเล แสงสว่างจากคทาเวทมนตร์ของเธอส่องนำทางผ่านความมืดมิดของบันไดหินวนที่ทอดยาวดิ่งลงสู่เบื้องล่าง ความมืดมิดกลืนกินแสงไฟทีละน้อย บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นระรัว
แต่แล้ว... ในขณะที่พวกเขากำลังก้าวลงสู่ขั้นบันไดที่สาม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่ก็ดังสะท้อนก้องขึ้นมาจากก้นบึ้งของความมืดมน พร้อมกับเสียงคำรามต่ำ ๆ ที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณ และที่น่าขนลุกที่สุดคือ... เสียงกระซิบแหบพร่าอันคุ้นเคยที่ดังแว่วมาจากความว่างเปล่า เป็นเสียงเรียกชื่อของไคอย่างชัดถ้อยชัดคำ
*“ในที่สุด... ผู้สร้างคนใหม่ก็กลับมาสักที...”*
ขอขอบคุณคุณรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจซากโบราณสถานไปกับไคและอาจารย์ลินนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกวิญญาณกับอาจารย์สาวผู้ปลดล็อกดันเจี้ยนลับ•ตอนที่ 2
เสียงเรียกจากซากปรักหักพัง
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกวิญญาณกับอาจารย์สาวผู้ปลดล็อกดันเจี้ยนลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!