แรงลมมหาศาลจากใบพัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์พัดกระโชกจนเส้นผมสีเข้มของลลิลปลิวไสวระใบหน้า ปลายนิ้วเรียวที่กำลังถือไอแพดสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความหนาวเหนเย็นของลมบนดาดฟ้าตึกระฟ้า แต่เป็นเพราะตัวเลขมูลค่ามหาศาลบนหน้าจอที่ระบุชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ 100% เป็นชื่อของเธอ... ลลิล สถาปนิกสาวผู้ถูกธนั่นและกลุ่มทุนไร้จรรยาบรรณพยายามเหยียบย่ำให้จมดินเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว
ประตูกระจกห้องโดยสารของเฮลิคอปเตอร์เปิดออกอย่างช้าๆ รองเท้าหนังแท้แบรนด์ดังระดับโลกก้าวลงมาสัมผัสพื้นคอนกรีต ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปเน้นสัดส่วนไหล่กว้างและช่วงขาที่ยาวระหง รัศมีความเยือกเย็นและทรงอำนาจแผ่ซ่านจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที
"ตกใจมากไหมคะคนเก่ง..."
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์ที่ค่อยๆ ลดรอบลง กรณ์ก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าลลิล ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นทอดมองสถาปนิกสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักและหวงแหนอย่างปิดไม่มิด มือหนาเอื้อมขึ้นจัดปอยผมที่ปลิวมาบังแก้วิสารของเธอออกอย่างเบามือ สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้หัวใจที่เต้นรัวระรัวของลลิลค่อยๆ สงบลง
ลลิลสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอมองหน้าซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสนระคนทึ่ง "คุณกรณ์... นี่มันหมายความว่ายังไงคะ? หุ้นของบริษัทคู่แข่งทั้งหมดสิบล้านหุ้น... คุณซื้อมาให้ฉันทำไม?"
กรณ์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ รอยยิ้มมุมปากของเขาร้ายกาจแต่น่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน "ก็แค่ของขวัญชิ้นเล็กๆ น้อยๆ เพื่อต้อนรับโปรเจกต์ใหม่ของคุณค่ะ ธนันกล้าดียังไงถึงส่งคนมาขัดขวางและกดราคาคุณที่นี่ ฉันแค่แสดงให้มันเห็นว่า... บนโลกใบนี้ ไม่มีใครมีสิทธิ์มาปฏิเสธหรือเหยียบย่ำผลงานสถาปัตยกรรมของคุณได้ทั้งนั้น แม้แต่เจ้าของตึกนี้ก็ยังต้องก้มหัวให้คุณ ถ้าคุณอยากได้"
คำพูดที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและความเย่อหยิ่งแต่นุ่มนวลกับเธอเพียงผู้เดียว ทำเอาลลิลพูดไม่ออก เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หญิงสาวรู้ดีว่ากรณ์ไม่ใช่แค่ผู้ชายรวยทั่วไป แต่เขาคือฉลามร้ายแห่งวงการธุรกิจที่ใครก็ไม่อยากขวางทาง และตอนนี้ฉลามตัวนั้นกำลังยอมสยบแทบเท้าเธอ
"ฉันไม่ได้ต้องการให้ใครมาซื้อบริษัทให้ฉันนะคะ กรณ์ ฉันต้องการพิสูจน์ฝีมือตัวเองด้วยผลงาน ไม่ใช่เงิน" ลลิลเชิดหน้าขึ้น ดวงตากลมโตฉายแววดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยวตามประโยคประจำตัวของเธอ
กรณ์ไม่โกรธเลยสักนิด รอยยิ้มของเขาขยายกว้างขึ้นด้วยความเอ็นดู เขารู้จักผู้หญิงคนนี้ดี ลลิลไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา และนั่นคือเสน่ห์ที่ทำให้เขาตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกเห็น
"ฉันรู้ค่ะ..." กรณ์ขยับเข้าไปใกล้untilระยะห่างแทบไม่เหลือ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มเนียน "แต่ธุรกิจมันไม่ได้สวยงามเหมือนงานออกแบบของคุณ ธนันกำลังเล่นสกปรก มันเตรียมถอดโปรเจกต์ของคุณออกแล้วยัดเยียดบริษัทโนเนมเข้ามาแทน คุณคิดว่าคนอย่างลลิลจะสู้กับหมาป่าพวกนั้นด้วยมือเปล่าได้นานแค่ไหนกันคะ?"
คำพูดของกรณ์เหมือนหมัดฮุกเข้าที่ลิ้นปี่ ลลิลเม้มริมฝีปากแน่น ภาพความเหน็ดเหนื่อยตลอดหลายเดือนในการร่างแบบตึกระฟ้าแห่งนี้ผุดขึ้นมาในหัว โปรเจกต์ในฝันที่เธอยอมอดหลับอดนอนเพื่อให้มันออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด หากมันต้องพังทลายลงเพราะเกมการเมืองสกปรก เธอก็คงเจ็บปวดไม่แพ้กัน
"แล้วคุณต้องการอะไรจากฉันคะ?" ลลิลเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาคมเข้มไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงความระแวดระวังและจริงจัง
กรณ์ยกยิ้มมุมปาก ดวงตาพราวระยับด้วยประกายเจ้าเล่ห์ "ข้อเสนอของฉันง่ายมากค่ะ... ฉันจะสนับสนุนโปรเจกต์ของคุณเต็มที่ อัดฉีดงบประมาณไม่จำกัดวงเงิน และยกบริษัทคู่แข่งนั้นให้เป็นชื่อคุณร้อยเปอร์เซ็นต์ เพื่อให้คุณเหยียบหัวพวกมันได้อย่างสะใจ..."
ชายหนุ่มเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาจนริมฝีปากแทบชิดใบหูเล็ก แล้วกระซิบด้วยเสียงทุ้มต่ำชวนสั่นสะท้าน
"...แต่มีเงื่อนไขเดียว คือคุณต้องย้ายเข้ามาทำงานร่วมกับฉันอย่างใกล้ชิดที่เพนต์เฮาส์ส่วนตัวของฉัน เริ่มตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป"
ลลิลเบิกตากว้าง หูอื้ออึงไปชั่วขณะ ย้ายเข้าไปทำงานใกล้ชิดที่เพนต์เฮาส์ส่วนตัวของเขา? นั่นมันไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้าถ้ำเสือชัดๆ!
"นี่คุณ..."
"อย่าเพิ่งปฏิเสธค่ะคนเก่ง..." กรณ์ผละออกมามองเธอด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แต่จริงจัง มือหนาควักการ์ดสีดำสนิท ไร้ลวดลายแต่ขอบทองคำแท้—แบล็กการ์ดวงเงินไม่จำกัดที่ทั้งโลกมีแค่สามใบ—ยัดใส่มือเรียวของเธอทันที "คิดดูให้ดีๆ ว่าระหว่างการก้มหัวให้พวกเศษสวะพวกนั้น กับการกุมอำนาจเหนือพวกมันทั้งหมดโดยมีฉันคอยถือหางให้อย่างตามใจ... อันไหนมันน่าสนุกกว่ากัน"
ลลิลก้มมองการ์ดสีดำในมือ หัวใจเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ตีรวนกันมั่วสุม ทั้งโกรธความเจ้าเล่ห์ของเขา ทั้งหวั่นไหวกับความทุ่มเทที่ไร้ขีดจำกัด และที่สำคัญ... ความแค้นที่อยากจะตบหน้าธนันให้หน้าหงายกำลังร้องเรียกหาทางออก
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก ตัดสินใจเงยหน้าสบตาซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลด้วยรอยยิ้มเยيย หยิบไอแพดขึ้นมาแล้วกดเซ็นชื่อโอนกรรมสิทธิ์หุ้นทั้งหมดอย่างรวดเร็วโดยไม่ลังเลอีกต่อไป
"ก็ได้ค่ะ... ในเมื่อคุณอยากเปย์นัก ฉันก็จะสนองให้คุณดูว่า งานสถาปัตยกรรมของฉันจะถล่มอาณาจักรของธนันให้ราบคาบได้ยังไง!"
กรณ์หัวเราะชอบใจในความใจกล้าของเธอ ชายหนุ่มกำลังจะอ้าปากพูดต่อ ทว่าจู่ๆ เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็แผדเสียงดังขึ้นขัดจังหวะ กรณ์หยิบขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว สีหน้าที่เคยผ่อนคลายและเจ้าเล่ห์เมื่อครู่ก็พลันเปลี่ยนเป็นความเยียบเย็นราวน้ำแข็งจนลลิลสัมผัสได้
"มีอะไรเหรอคะ?" ลลิลขมวดคิ้วถามด้วยความสังหรณ์ใจ
กรณ์เก็บโทรศัพท์เข้าที่เดิม ใบหน้าคมคายหันกลับมามองเธอก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้เลือดในกายของลลิลเย็นเฉียบลงในพริบตา
"ดูเหมือนว่า... ธนันจะไม่ได้มาคนเดียวในงานประชุมเย็นนี้ แต่มันพา 'คนคนนั้น' กลับมาจากต่างประเทศเพื่อมาทำลายคุณโดยเฉพาะแล้วล่ะค่ะ..."
ขอบคุณที่ติดตามความฟินและสะใจไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ!
สถาปนิกสาวผู้เย็นชากับซีอีโอสายเปย์ทุ่มไม่อั้น•ตอนที่ 3
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ลง
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวผู้เย็นชากับซีอีโอสายเปย์ทุ่มไม่อั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!