กลิ่นอายเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องประชุมใหญ่ไม่ได้ช่วยลดความร้อนระอุจากสถานการณ์ตรงหน้าลงเลยแม้แต่น้อย ธรซึ่งเมื่อครู่ยังคงยืนค้ำหัวด้วยความลำพองใจ บัดนี้กลับมีสภาพไม่ต่างอะไรกับเศษส̀uขยะเปียกที่กองอยู่แทบเท้าของบุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งเอเชีย
ความเงียบงันเข้าปกคลุมราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ลลิลยังคงยืนหลังตรงสง่างาม แววตาคู่คมกริบมองร่างที่สั่นเทาของอดีตเพื่อนร่วมงานผู้ไร้จรรยาบรรณด้วยความรู้สึกสมเพชระคนเย้ยหยัน เธอไม่จำเป็นต้องพูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว ในเมื่อเงาหัวของกรณ์ ประธานกรรมการบริหารแห่งเค-กรุ๊ป นั้นทาบทับลงมาและมีน้ำหนักมากพอที่จะบดขยี้อนาคตของธรให้แหลกละเอียดคามือได้ในพริบตา
"คุณธร... ดูเหมือนว่าคุณจะเข้าใจผิดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับคำว่า 'เจ้าของโครงการ' นะคะ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบราวกับเสียงคำรามของราชสีห์ที่ตื่นจากการจำศีล กรณ์ไม่ได้แม้แต่จะเหลือบสายตาลงมองร่างที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่างด้วยซ้ำ ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองตรงไปยังหญิงสาวที่ยืนอยู่อีกฝั่งของโต๊ะประชุมยาว สายตาที่เคยเยียบเย็นและไร้ความรู้สึก กลับไหววับด้วยประกายความสนอกสนใจอย่างปิดไม่มิด
ลลิลเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ยอมรับตามตรงว่าประหลาดใจกับการปรากฏตัวของซีอีโอหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโลภในผลกำไรและความเด็ดขาดในการทำธุรกิจ แต่เธอก็ยังคงรักษาท่าทีเย่อหยิ่งและระแวดระวังไว้ได้อย่างแนบเนียน เธอไม่เคยเชื่อในความใจดีของนักธุรกิจระดับท็อป และยิ่งไม่เชื่อว่าความช่วยเหลือนี้จะเกิดขึ้นโดยไม่มีสิ่งแลกเปลี่ยน
"ท่านประธานกรณ์... นี่มันเรื่องเข้าใจผิดครับ! ผู้หญิงคนนี้มัน..." ธรละล่ำละลักละเมอพยายามแก้ตัว เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหวาดกลัวจนน่าสมเพช
"เงียบ."
คำเดียวสั้นๆ จากริมฝีปากหยักได้รูป ทำให้ธรถึงกับหุบปากฉับราวกับถูกมนต์สะกด กรณ์ปรายตามองเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่บอดี้าร์ดชุดสูทสีดำสนิทสองคนจะก้าวเข้ามาหิ้วปีกของธรออกไปจากห้องประชุมอย่างไร้ความปรานี เสียงร้องโวยวายค่อยๆ เงียบหายไปตามระยะทางที่ถูกลากถูออกนอกพื้นที่
ประตูห้องประชุมปิดสนิทลงอีกครั้ง ทิ้งให้เหลือเพียงคนทั้งสองและบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความตึงเครียดอันเย้ายวน
กรณ์ก้าวช้าๆ เข้ามาใกล้ลลิล ร่างสูงใหญ่ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อภายใต้สูทตัดเย็บชั้นดีส่งกลิ่นอายความกดดันที่ทำให้ลมหายใจของหญิงสาวสะดุดไปชั่วขณะ แต่ลลิลไม่มีทางถอยหลัง เธอเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา คมมีดแห่งความมั่นใจในฝีมือสถาปัตยกรรมของเธอไม่เคยยอมจำนนต่ออำนาจเงินตราหน้าไหน
"คุณลลิล... สินะคะ" กรณ์จงใจดึงเสียงให้ทุ้มนุ่มเป็นพิเศษยามที่หยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่ก้าวเดียว จนลลิลสามารถได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระยับเจือจางกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่ชวนให้รู้สึกปั่นป่วนในท้อง
"ถ้าท่านประธานมาเพื่อจะพูดเรื่องลิขสิทธิ์แบบแปลนอาคาร ฉันคิดว่าเราคงไม่มีอะไรต้องคุยกันค่ะ เพราะเอกสารทุกอย่างเป็นของฉันโดยชอบธรรม" ลลิลตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความเกรงกลัวใดๆ ทั้งสิ้น
กรณ์หลุดหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเซ็กซี่จนน่าเหลือเชื่อ ดวงตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่เรือนร่างระหงในชุดสูทเข้ารูป ไปจนถึงใบหน้าเรียวสวยที่เชิดขึ้นอย่างพยศ ความเด็ดเดี่ยวที่ฉายชัดอยู่ในแววตานั้นทำให้หัวใจที่ด้านชาของซีอีโอหนุ่มถึงกับกระตุกวาบ เขาพบผู้หญิงมานับไม่ถ้วน—ทั้งสวย รวย และยอมสยบแทบเท้าเพื่อแลกกับเศษเงินของเขา แต่ไม่มีใครเลยสักคนที่มี 'ไฟ' ลุกโชนอยู่ในแววตาเหมือนผู้หญิงคนนี้
ผู้หญิงที่ต่อให้เหลือตัวคนเดียว ก็พร้อมจะแผดเผาทุกคนที่กล้าเข้ามาเอาเปรียบเธอให้เป็นจุล
"ฉันไม่ได้มาทวงแบบแปลนหรอกค่ะ..." กรณ์โน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหูของเธอ จนเส้นผมสีดำสนิทปลิวไหวตามลมหายใจอุ่นๆ "แต่ฉันสนใจ... ตัวสถาปนิกต่างหากล่ะ"
ลลิลชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างจับผิด เธอยกยิ้มมุมปากด้วยความเย้ยหยัน "น่าเสียดายนะคะที่ฉัน 'ไม่ขายบริการ' และไม่คิดจะเอาผลงานของตัวเองไปแลกกับเศษเงินอุดหนุนจากใครหน้าไหนทั้งนั้น แม้ว่าคนๆ นั้นจะเป็นซีอีโอร้อยล้านก็ตาม"
คำปฏิเสธที่เผ็ดร้อนและตรงไปตรงมาแบบนี้ ไม่เพียงแต่ไม่ทำให้กรณ์โกรธ แต่กลับทำให้มุมปากของเขายกยิ้มกว้างขึ้นอย่างถูกอกถูกใจ ความท้าทายนี้ช่างหอมหวานเสียยิ่งกว่าผลกำไรพันล้านในตลาดหุ้นเสียอีก
"ใครบอกว่าฉันจะซื้อตัวคุณด้วยเงินกันล่ะ..." กรณ์ผละตัวออกมายืนตรงด้วยท่าทีสบายๆ แต่สายตายังคงจ้องมองเธอไม่วางตา มือหนาหยิบสมาร์ทโฟนรุ่นพิเศษขึ้นมาก่อนจะกดส่งคำสั่งบางอย่างออกไป "ฉันแค่จะเหมาโปรเจกต์ทั้งหมดที่คุณออกแบบ... และถ้าคุณยังไม่พอใจ ฉันยินดีจะกว้านซื้อบริษัทคู่แข่งที่เคยรังแกคุณ แล้วเอามาโอนเป็นชื่อของคุณทั้งหมดในวันนี้เลยด้วยซ้ำ"
ลลิลเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ นี่ไม่ใช่แค่ความรวยระดับเศรษฐีทั่วไป แต่นี่คือความบ้าคลั่งของคนที่พร้อมจะถล่มตึกทั้งตึกเพียงเพราะอยากเห็นเธอยิ้มออกมา!
"คุณบ้าไปแล้วหรือไง..." เธอกล่าวพึมพำอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
"ฉันไม่ได้บ้าค่ะ ลลิล... ฉันแค่กำลังลงทุนกับสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิต" กรณ์เอ่ยเสียงนุ่ม ทว่าแฝงความจริงจังที่ปฏิเสธไม่ได้
ก่อนที่ลลิลจะทันได้เอ่ยปากแย้งอะไร เสียงแจ้งเตือนข้อความขนาดยักษ์บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเธอก็สั่นระรัวขึ้นพร้อมกันสามครั้งติดๆ กัน!
หญิงสาวก้มลงมองหน้าจอด้วยความงุนงง ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ เมื่อเห็นยอดเงินในบัญชีธนาคารส่วนตัวที่พุ่งทะยานขึ้นหลักร้อยล้านบาทในเวลาไม่ถึงสามวินาที พร้อมกับข้อความจากระบบแจ้งเตือนว่า...
*[แจ้งเตือนจากธนาคาร: บัญชีของคุณได้รับการโอนเงินจำนวน 500,000,000 บาท จาก 'กรณ์ วรกุล' โดยไม่มีเงื่อนไขผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้น]*
ลลิลเงยหน้าขึ้นขวับมองหน้าซีอีโอหนุ่มทันที หัวใจเต้นรัวระส่ำไม่เป็นจังหวะท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมที่กลับมาปกคลุมอีกครั้ง
"ถือซะว่าเป็นค่ามัดจำงวดแรกสำหรับการทำงานร่วมกันนะคะ..." กรณ์ยกยิ้มมุมปริศนา ดวงตาคมกริบเป็นประกายระยิบระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ "หวังว่าคุณคงจะไม่ปฏิเสธน้ำใจของ... ว่าที่สามีในอนาคตคนนี้หรอกนะ"
แล้วสติของลลิลก็แทบจะหลุดลอยไป เมื่อจู่ๆ เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์ก็บินต่ำลงมาจอดสนิทบนลานจอดดาดฟ้าของตึกสำนักงาน พร้อมกับข้อความป๊อปอัพบนหน้าจอไอแพดของเธอที่แสดงเอกสารการซื้อขายหุ้นบริษัทคู่แข่งทั้งหมด 100% ถูกโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นชื่อเธอเสร็จสรรพภายในคลิกเดียว!
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความแซ่บและสายเปย์ระดับพรีเมียมในตอนนี้นะคะ!
สถาปนิกสาวผู้เย็นชากับซีอีโอสายเปย์ทุ่มไม่อั้น•ตอนที่ 2
การพบกันของสองขั้ว
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวผู้เย็นชากับซีอีโอสายเปย์ทุ่มไม่อั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!