เสียงแฟ้มเอกสารหนาปึกที่ถูกกระแทกกระทั้นลงบนโต๊ะประชุมไม้มะฮอกกานีราคาแพงลิบลิ่วดังขึ้นจนทำเอาบรรยากาศในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทสถาปัตยกรรมระดับประเทศถึงกับเงียบกริบ ชนิดที่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ
"คุณลลิลคะ... หลักฐานการประชุมเมื่อสามเดือนก่อนที่คุณอ้างถึง มันไม่มีทางเป็นของจริงไปได้หรอกนะคะ ถ้าคุณไม่มีปัญญาจะแข่งขันด้วยฝีมือ ก็อย่ามาใช้วิธีสกปรกปั้นน้ำเป็นตัวแบบนี้เลยค่ะ มันน่าสมเพชเสียเปล่าๆ"
ธนณ์ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน รอยยิ้มมุมปากของเขากำลังดูถูกเหยียดหยามผู้หญิงตรงหน้าอย่างไม่ปิดบัง ในฐานะกรรมการบริหารผู้กุมเสียงส่วนใหญ่ในสهم เขามั่นใจเหลือเกินว่าแผนการที่เขาแอบแก้แบบและฮุบสิทธิ์การออกแบบโปรเจกต์มิลเลียนแนร์ฟร้อนท์ (Millionaire’s Front) จะไร้ร่องรอยและไม่มีวันถูกขุดคุ้ยขึ้นมาได้
ลลิล สถาปัตยกรรมสาวผู้สวมชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มสะท้อนความเฉียบคม นั่งนิ่งสงบ เธอไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวอย่างที่ธนณ์คาดหวังแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเยือกเย็นและเฉียบขาด ปลายเรียวนิ้วของเธอแตะลงบนแท็บเล็ตสีดำสนิทเครื่องหรูอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคู่ปรับตัวฉกาจด้วยรอยยิ้มที่บางเบาจนน่าขนลุก
"คุณธนณ์มั่นใจมากเลยสินคะ ว่าเอกสารในมือฉันคือของปลอม..." ลลิลทวนคำ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่ากลับทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบตัวกดดันขึ้นมาอย่างประหลาด "แต่ก็น่าแปลกนะคะ คนที่มั่นใจมักจะลืมดูเสมอว่า... ประตูหลังบ้านของตัวเองไม่ได้ลงกลอน"
สิ้นเสียงของเธอ จอโปรเจกต์เตอร์ขนาดมหึมาที่ผนังห้องประชุมก็สว่างวาบขึ้นมาทันที ภาพไฟล์เสียงบันทึกการสนทนาระหว่างธนณ์กับกลุ่มทุนสีเทาปรากฏเด่นหรี่ พร้อมด้วยเส้นทางการเงินที่ถูกโอนเข้าบัญชีลับของคณะกรรมการตรวจสอบโครงการถึงแปดหลัก ตัวเลขสีแดงฉานฟ้องพฤติกรรมการทุจริตและการสบคบคิดกันเพื่อฮุบลิขสิทธิ์งานออกแบบอย่างชัดเจนทุกถ้อยคำและพยานหลักฐาน
สีหน้าของธนณ์เปลี่ยนเป็นซีดเผือดในพริบตา รอยยิ้มเย่อหยิ่งเมื่อครู่มลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผม มือหนาที่วางอยู่บนโต๊ะเริ่มสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ เมื่อเสียงทุ้มต่ำอันทรงอำนาจของใครบางคนดังขึ้นจากความมืดตรงมุมห้อง
"การยักยอกทรัพย์สินทางปัญญา และการติดสินบนเจ้าพนักงานในเครือข่ายบริษัทมหาชน... โทษจำคุกสูงสุดกี่ปีนะคุณธนณ์?"
ร่างสูงสง่าของกรณ์ ซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัวของห้องประชุม รัศมีแห่งความเยียบเย็นและอำนาจมืดที่แผ่ออกมาจากตัวเขากดทับทุกคนในห้องจนแทบหยุดหายใจ กรณ์ไม่ได้ชายตามองธนณ์ด้วยซ้ำ สายตาคมกริบคู่นั้นทอดมองมาที่ลลิลด้วยความรู้สึกที่อ่อนโยนและลึกล้ำราวกับโลกทั้งใบมีเพียงแค่เธอคนเดียว มือหนายื่นเข้ามาวางทับลงบนหลังมือเรียวของลลิลอย่างแผ่วเบา เป็นการส่งสัญญาณเตือนกลายๆ ว่าเขายังคงยืนอยู่ข้างเธอเสมอ ไม่ว่าโลกใบนี้จะพยายามพังทลายเธอกี่ครั้งก็ตาม
ลลิลช้อนตาขึ้นมองชายหนุ่ม หัวใจที่เคยแข็งกระด้างและปิดตายมาตลอดกลับสั่นไหวอย่างรุนแรง ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาซึมซับเข้าสู่หัวใจที่เหนื่อยล้าได้อย่างน่าประหลาด เธอเพิ่งตระหนักในวินาทีนี้เองว่า ทุกหลักฐานชิ้นโบว์แดงที่ปรากฏอยู่บนจอ ไม่ใช่แค่ผลงานจากมันสมองและความพยายามของเธอฝ่ายเดียว แต่มันคือของขวัญชิ้นใหญ่ที่ผู้ชายสายเปย์คนนี้แอบรวบรวมและปูทางให้เธอได้ตบหน้าพวกคนชั่วอย่างสะใจที่สุดโดยไม่ต้องออกแรงเหนื่อยเองเลยด้วยซ้ำ
ธนณ์หน้าถอดสี ลุกขึ้นยืนค้ำโต๊ะด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปน "นี่พวกคุณ... พวกคุณเล่นสกปรก! คุณกรณ์ คุณเอาอำนาจมาใช้อย่างไม่ยุติธรรม!"
กรณ์แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ น้ำเสียงของเขาเยียบเย็นราวน้ำแข็งขั้วโลก "ยุติธรรมงั้นหรือ? สำหรับคนอย่างแก การใช้กฎหมายจัดการยังถือว่าใจดีเกินไปเสียด้วยซ้ำ..."
ฉับพลัน ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบหลายนาย พร้อมหมายจับข้อหาสมรู้ร่วมคิดและทุจริตคอร์รัปชันในมือ ธนณ์เข่าอ่อนทรุดฮวบลงกับพื้นห้องทันที ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวขั้นสุดขณะที่กุญแจมือถูกสวมเข้ากับข้อมือของเขาอย่างรวดเร็ว
ลลิลมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกโล่งใจอย่างที่สุด ความแค้นและความอัดอั้นที่สะสมมานานนับปีได้รับการชำระสะสางอย่างงดงาม แต่ก่อนที่เธอจะได้หันไปกล่าวขอบคุณชายข้างกาย เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อสูทของกรณ์ก็ดังขึ้น ขัดจังหวะบรรยากาศอันเงียบงัน
กรณ์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอเพียงแวบเดียว มุมปากหยักลึกก็ยกยิ้มขึ้นอย่างมีความหมาย เขากดรับสายโดยไม่ละสายตาไปจากใบหน้าสวยหวานของสถาปัตยกรรมสาวตรงหน้า
"จัดการเรียบร้อยแล้วครับท่านประธาน..." เสียงปลายสายรายงานดังลอดออกมาพอให้ทุกคนในห้องได้ยินชัดเจน "ตอนนี้หุ้นของกลุ่มบริษัทธนณ์ร่วงติดฟลอร์ 30% ในเวลาไม่ถึงสามนาที และท่านประธานใหญ่ฝั่งตระกูลของคุณธนณ์กำลังเดินทางมาที่นี่ด้วยตัวเองครับ... พร้อมกับใบประกาศถอดถอนคุณธนณ์ออกจากทุกตำแหน่งในเครือ"
กรณ์วางสายลงอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันมามองลลิลด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยประกายระยิบระยับที่อ่านไม่ออก
"งานในบริษัทเคลียร์เรียบร้อยแล้วนะคะคุณลลิล..." ซีอีโอหนุ่มโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รินรดอยู่ริมแก้มเนียน น้ำเสียงทุ้มนุ่มกระซิบถ้อยคำที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ "แต่ดูเหมือนว่า... ยังมีอีก 'สัญญาชิ้นสำคัญ' ที่คุณเซ็นทิ้งไว้กับผมเมื่อคืนก่อน... เราควรมาทบทวนรายละเอียดกันหน่อยดีไหมครับ?"
ลลิลชะงักงัน ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อนึกถึงข้อตกลงลับบ้าบอที่เธอเผลอเอ่ยปากรับคำไปในยามที่เผลอไผล...
และก่อนที่เธอจะได้ทันเอ่ยปากปฏิเสธ ประตูบานใหญ่ด้านหลังห้องประชุมก็ถูกเปิดผางออกอีกครั้ง พร้อมกับการก้าวเข้ามาของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด—ประธานกรรมการใหญ่แห่งกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก ผู้ซึ่งเป็น "บิดาแท้ๆ" ของกรณ์ ที่ไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าสื่อมวลชนมานานกว่าสิบปี!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนความฟินสะใจนี้ด้วยกันนะคะ!
สถาปนิกสาวผู้เย็นชากับซีอีโอสายเปย์ทุ่มไม่อั้น•ตอนที่ 8
คดีพลิกกลางที่ประชุม
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวผู้เย็นชากับซีอีโอสายเปย์ทุ่มไม่อั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!