“ถ้าคุณยังไม่อยากให้ปืนที่อยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานของธน ์ระเบิดคามือเจ้าของในอีกสิบนาทีข้างหน้า ก็หยุดความคิดที่จะโทรศัพท์ไปเจรจากับเขาเดี๋ยวนี้ค่ะลลิล”
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของกรณ์ดึงสติลลิลให้หลุดออกจากภวังค์แห่งความโกรธแค้น เธอกำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาเรียวสวยวาวโรจน์ด้วยความขุ่นเคือง สถาปนิกสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่บีบคั้นที่สุดในชีวิต เมื่อบริษัทรับเหมาเจ้าหลักที่ธน ์ชักใยอยู่ประกาศล้มละลายกะทันหัน พร้อมกับข่าวลือที่ว่าโครงการแลนด์มาร์กที่เธอทุ่มเททั้งชีวิตกำลังจะถูกยึด
“คุณรู้ได้ยังไงว่าเขาจะทำอะไร และทำไมคุณถึงดูใจเย็นขนาดนั้น ทั้งที่หุ้นบริษัทของคุณกำลังโดนโจมตีหนักขนาดนี้!” ลลิลหันไปเผชิญหน้ากับร่างสูงที่ยืนกอดอกพิงขอบหน้าต่างกระจกบานยักษ์ของห้องทำงานส่วนตัว
กรณ์ไม่ได้ตอบทันที เขาเพียงขยับกายเข้ามาใกล้ ความสูงสง่าของเขาทำให้บรรยากาศรอบตัวลลิลดูอึดอัดขึ้นถนัดตา เขาเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์จากมือเธออย่างถือวิสาสะ ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะทำงานด้วยท่าทางนิ่งเฉย
“เพราะคนที่ทำให้หุ้นผมร่วงไม่ใช่ธน ์ครับลลิล แต่เป็นผมเองที่กำลังเปิดประตูบ้านให้หมาบ้าเข้ามาตายในกับดัก” กรณ์ก้าวเข้ามาประชิดจนลลิลต้องถอยหลังไปพิงโต๊ะทำงาน กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์ผสมกับความเย็นเยียบของอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเขากำลังทำให้นัยน์ตาของเธอพร่ามัว “ไปทานมื้อเย็นกับผมเถอะครับ โลกข้างนอกนั่นกำลังจะพังทลายลงในไม่ช้า... ผมอยากให้คุณได้เห็นมันจากมุมที่ปลอดภัยที่สุด”
ท่ามกลางความมึนงง ลลิลพบว่าตัวเองถูกพาตัวมายังร้านอาหารหรูระดับมิชลินสตาร์ที่ปิดให้บริการเป็นการส่วนตัว แสงไฟสลัวสีอุ่นสะท้อนกับเครื่องแก้วคริสตัลระยิบระยับ ทว่าความหรูหรากลับเทียบไม่ได้เลยกับความห่วงใยที่แฝงมากับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ
“คุณไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เที่ยง ทานสเต็กปลาหิมะนี่เถอะครับ มันอุ่นพอดีสำหรับกระเพาะของคุณ” กรณ์พูดพลางเลื่อนจานอาหารที่หั่นชิ้นพอดีคำมาให้เธอ มือหนาที่เคยเซ็นเช็คหลักพันล้านกลับดูนุ่มนวลอย่างประหลาดขณะจัดวางอุปกรณ์บนโต๊ะ
ลลิลมองการกระทำนั้นด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ เธอพยายามจะเอ่ยปากถามถึงสถานการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้น แต่ทุกครั้งที่สบตากับดวงตาสีเข้มคู่นั้น เธอกลับพบเพียงความว่างเปล่าที่ซ่อนความอ่อนโยนเอาไว้มิดชิด ความดุดันที่เคยทำให้น่าเกรงขามในห้องประชุมบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความใส่ใจที่ทำให้เธอมือไม้สั่น
“ทำไมถึงต้องทำขนาดนี้คะกรณ์? ทั้งเรื่องบริษัท... และเรื่องของฉัน”
กรณ์วางมีดลงช้าๆ เขาเอนตัวมาข้างหน้าจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้พวงแก้ม “เพราะในโลกที่เต็มไปด้วยคนหิวโหยอำนาจ ลลิล... คุณคือสิ่งเดียวที่ผมไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้อง แม้แต่ปลายเล็บ”
คำพูดนั้นเรียบง่ายทว่าทรงพลังราวกับประจุไฟฟ้าที่วิ่งผ่านผิวหนัง ลลิลรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้า เธอไม่ใช่คนอ่อนไหว แต่กับผู้ชายคนนี้ กำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างขึ้นมานานปีกลับกำลังละลายลงอย่างรวดเร็ว
“คุณคิดว่าถ้าเราพังพินาศไปพร้อมกับเขา คุณจะรู้สึกสะใจพอไหม?” จู่ๆ กรณ์ก็ถามขึ้น น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นราบเรียบแต่แฝงไปด้วยกระแสความตื่นเต้นที่น่าขนลุก
“หมายความว่ายังไงคะ?”
“ธน ์กำลังจะเข้าซื้อหุ้นที่คุณเหลืออยู่ด้วยราคาที่เขาสมเพช... แต่เขาไม่รู้หรอกว่า หุ้นเหล่านั้นถูกผูกมัดด้วยสัญญาโอนสิทธิ์ขาดให้บริษัทในเครือลับของผมเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เมื่อสิบนาทีที่แล้ว” กรณ์หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาแล้วเลื่อนจอไปที่หน้าแอปพลิเคชันเทรดหุ้นระดับโลกให้เธอเห็น
ลลิลเบิกตากว้าง เมื่อเห็นตัวเลขสีแดงฉานที่พุ่งดิ่งลงเหวในพอร์ตการลงทุนของธน ์ กราฟเส้นนั้นพุ่งลงด้วยความเร็วสูงจนเหมือนภาพตัดต่อ ก่อนที่หน้าจอจะเด้งข้อความเตือนภัยสีแดงเถื่อน: *‘บัญชีของคุณถูกอายัดโดยหน่วยงานตรวจสอบความมั่นคงทางการเงิน’*
“เขาคิดว่าเขากำลังล่าเหยื่อ แต่เขากำลังก้าวเท้าเข้าสู่กรงขังที่ไม่มีวันออกไปได้” กรณ์แสยะยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ดูดุร้ายและสง่างามในเวลาเดียวกัน
ในตอนนั้นเอง เสียงสัญญาณเตือนจากโทรศัพท์ของลลิลก็ดังขึ้น เป็นสายเรียกเข้าจากเลขาฯ ของธน ์ ที่โทรเข้ามาด้วยความแตกตื่น ลลิลมองดูชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอด้วยความรู้สึกที่พรรณนาไม่ถูก
“รับสายสิครับ” กรณ์กระซิบข้างหูเธอ น้ำเสียงนุ่มทุ้มชวนให้ทำตาม “ผมอยากให้คุณฟังเสียงสุดท้ายของคนที่พยายามจะทำลายชีวิตของคุณ”
ลลิลสูดหายใจเข้าลึก กดปุ่มรับสาย ทว่าแทนที่จะเป็นเสียงโวยวายของธน ์ เสียงที่ดังลอดออกมากลับเป็นเสียงของเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่กำลังอ่านหมายจับกลางห้องประชุมใหญ่ พร้อมกับเสียงแตกฮือของสื่อมวลชนที่กรูเข้าไปในบริษัทของเขาเพื่อทำข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับการฟอกเงิน
ลลิลวางสายลงช้าๆ มือของเธอยังสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น กรณ์เอื้อมมือมากุมมือเธอไว้แน่น ความอบอุ่นจากอุ้งมือของเขากำลังดึงเธอออกมาจากความมืดมิดที่เธอหวาดกลัวมาตลอด
“ทุกอย่างจบแล้วใช่ไหมคะ?” ลลิลถามเบาๆ
“ยังหรอกครับ...” กรณ์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาเธอ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดส่งข้อความบางอย่างออกไป “นี่แค่จุดเริ่มต้นของความบันเทิง... เพราะสิ่งที่ผมจะทำต่อไป คือการยึดทุกอย่างที่เคยเป็นของเขา มาไว้ในชื่อของคุณ”
ทันใดนั้น เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวหลายลำดังสนั่นหวั่นไหวเหนือร้านอาหาร ประตูกระจกบานยักษ์ถูกเปิดออกโดยบอดี้การ์ดในชุดสูทดำที่กรูเข้ามานับสิบคน หัวหน้าบอดี้การ์ดก้าวเข้ามาคุกเข่าลงตรงหน้าโต๊ะที่ทั้งคู่นั่งอยู่ ก่อนจะยื่นซองเอกสารตราประทับราชการสีแดงฉานให้แก่กรณ์
“ท่านครับ... เอกสารโอนสิทธิ์ที่ดินผืนสุดท้ายของตระกูลธน ์ เรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้ทุกอย่างเป็นของนายหญิงแล้ว”
ลลิลหันไปมองกรณ์ด้วยความตกตะลึง ทว่าเขากลับเพียงแค่ยิ้มให้อย่างใจเย็น ก่อนจะหยิบปากกาหมึกซึมด้ามทองขึ้นมาแล้วเซ็นชื่อลงบนเอกสารนั้นอย่างมั่นคง
“สุขสันต์วันเปิดตัวนะครับ... คุณสถาปนิกผู้กุมชะตาชีวิตคนใหม่ของเมืองนี้”
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลางยื่นมือไปให้เธอ “ไปดูผลงานของเราด้วยตาตัวเองกันเถอะครับ รถจอดรออยู่ข้างบนแล้ว”
ลลิลมองมือของเขาด้วยหัวใจที่สั่นไหว นี่ไม่ใช่แค่การแก้แค้น แต่มันคือการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เธอไม่เคยกล้าฝันถึง และเหนือสิ่งอื่นใด... ชายหนุ่มตรงหน้ากำลังกุมหัวใจของเธอไว้อย่างสมบูรณ์แบบโดยที่เธอแทบไม่รู้ตัวเลยว่าเขาวางแผนนี้มานานแค่ไหน
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเค้กวานิลลานะคะ หวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกคนหัวใจเต้นแรงไปพร้อมกับลลิลนะคะ!
สถาปนิกสาวผู้เย็นชากับซีอีโอสายเปย์ทุ่มไม่อั้น•ตอนที่ 7
ความหวานที่ซ่อนอยู่หลังความดุดัน
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวผู้เย็นชากับซีอีโอสายเปย์ทุ่มไม่อั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!