กลิ่นกำยานดอกเหมันต์ที่ลอยอวนอยู่ในห้องโถงใหญ่ของจวนสกุลหลินไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความเงียบงันที่กดทับลงมากลับหนาแน่นจนคล้ายกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น
บนเก้าอี้ไม้จันทน์แดงแกะสลักลวดลายมังกรห้าเล็บ—ของพระราชทานที่บิดาใช้ประกาศความภักดี—ท่านราชตระกูลหลินนั่งใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาคมกริบที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากกวาดมองผู้คนเบื้องล่างด้วยแววตาคุกรุ่น
"เจ้าว่าอย่างไรนะ เฟยหราน?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบราวกับคมมีดที่กรีดผ่านผืนผ้าไหม
หลินเฟยหรานไม่ได้สะดุ้งสะเทือน นางยังคงยืนตัวตรงสง่างาม อาภรณ์สีม่วงอ่อนปักลายหงส์ร่อนช่วยขับให้เรือนร่างระหงดูน่าเกรงขามขึ้นหลายส่วน ในมือเรียวบางที่สวมปลอกเล็บทองคำฝังหยกขาวประคองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ไว้มั่น สายตาของนางไม่ได้ทอดมองบิดาโดยตรง หากแต่เหลือบมองไปยังร่างของอนุภรรยาจ้าว—มารดาเลี้ยงผู้ใช้ใบหน้าอาบน้ำตาและท่าทีน่าสงสารมาตบตาคนทั้งจวนมานานแรมปี
"ท่านพ่อโปรดไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนด้วยเจ้าค่ะ" เฟยหรานกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำกลับชัดถ้อยชัดคำดุจดนตรีที่บรรเลงในงานเลี้ยงวังหลวง "บัญชีรายจ่ายของเรือนใหญ่ตลอดสามปีที่ผ่านมา และสมบัติล้ำค่าประจำตระกูลที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย... หากไม่ใช่เพราะความ ‘หวังดี’ ของอนุจ้าว ที่ช่วยจัดการเรื่องภายในเรือนจนหมดสิ้น เกรงว่าเกียรติภูมิของสกุลหลินคงป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดีแล้วกระมังเจ้าคะ"
อนุภรรยาจ้าวสะดุ้งสุดตัว นางรีบทรุดกายลงกราบกรานกับพื้นพรมขนสัตว์ทันที หยาดน้ำตาไหลอาบแก้วเนียนอย่างน่าเวทนา "ท่าน老爷 (ท่านพี่)... ท่านพ่อ! อย่าได้ทรงฟังคำกล่าวหาเลื่อนลอยของคุณหนูรองเลยนะเจ้าคะ! ข้าติดตามปรนนิบัติท่านมาด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เหตุใด... เหตุใดนางจึงจงใจใส่ร้ายข้าเช่นนี้เล่าเจ้าคะ!"
ความสามารถในการบีบน้ำตาของสตรีผู้นี้ยังคงยอดเยี่ยมไม่เปลี่ยน—เฟยหรานแย้มยิ้มหยันในใจ ชาติก่อน นางเคยโง่เขลาหลงเชื่อภาพมายานี้ จนต้องจบชีวิตลงอย่างอนาถในตำหนักเย็น แต่วันนี้... ละครฉากนี้สมควรปิดฉากลงเสียที
"ใส่ร้ายหรือเจ้าคะ?" เฟยหรานก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่กำลังสั่นเทาของมารดาเลี้ยง ชายกระโปรงยาวลากผ่านพื้นส่งเสียงเสียดสีเบาๆ นางย่อกายลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับสตรีผู้ซ่อนเขี้ยวเล็บไว้ภายใต้รอยยิ้มปลอมเปลือก "บัญชีลับเล่มนี้ หม่อมฉันมิได้เป็นผู้เขียนขึ้นเอง หากแต่ได้มาจากห้องลับใต้ดินเรือนพักของท่านแม่เลี้ยงต่างหากเล่าเจ้าค่ะ ในนั้นระบุรายละเอียดชัดเจนว่าทรัพย์สินของมารดาผู้ล่วงลับของข้าถูกแอบทยอยนำไปจำนำเพื่อสนับสนุนการสอบจอหงส์ของบุตรชายท่านพี่... เอ่อ หรือควรเรียกว่า ‘น้องชายต่างมารดา’ ของข้ากันแน่นะคะ?"
ชื่อของบุตรชายอนุจ้าวถูกเอ่ยขึ้นราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ ท่านราชตระกูลหลินขมวดคิ้วแน่นจนรอยย่นบนหน้าผากลึกขึ้น พลันตบโต๊ะเสียงดังสนั่น "เปรี้ยง!"
"เจ้าว่าอย่างไรนะ! เอาเงินของฮูหยินเอกไปใช้จ่ายตามอำเภอใจเช่นนั้นรึ!"
อนุภรรยาจ้าวหน้าถอดสี ร่างกายสั่นเทิลาะลอก คำแก้ตัวใดๆ ติดอยู่แค่ลำคอเมื่อเจอสายตาดุจพญาเหยี่ยวของสามีที่จ้องมองมา นางหันขวับมาถลึงตาใส่หลินเฟยหรานด้วยความเคียดแค้นชิงชังที่เผลอหลุดแสดงธาตุแท้ออกมาเพียงเสี้ยววินาที ทว่าเฟยหรานกลับไวกว่า นางแสร้งทำเป็นตกใจถอยหลังไปก้าวหนึ่ง พร้อมกับสะดุดชายผ้าจนถ้วยกระเบื้องในมือหลุดร่วงลงกระแทกพื้นแตกกระจาย น้ำชาสีชาดส่งกลิ่นฉุนแปลกประหลาดไหลนองไปทั่ว
กลิ่นนั้น... กลิ่นของหญ้าเหมันต์ร้อยวัน! พิษร้ายที่ค่อยๆ บั่นทอนร่างกายให้ไร้เรี่ยวแรงและสิ้นใจไปเองในยามหลับ ซึ่งเป็นพิษชนิดเดียวกันกับที่ปลิดชีพมารดาแท้ๆ ของนางในอดีต!
"นี่มัน...!" แพทย์หญิงหลินในร่างคุณหนูรองอุทานเบื้องหน้าบิดาอย่างตื่นตระหนก "น้ำชาถ้วยนี้... เป็นถ้วยที่อนุจ้าวเพิ่งส่งคนนำมาให้ท่านพ่อดื่มเพื่อบำรุงธาตุไม่ใช่หรือเจ้าคะ? เหตุใดจึงมีกลิ่นอายของพิษร้ายแรงเช่นนี้เจืออยู่!"
บรรยากาศในห้องโถงพลันเย็นเยียบลงถึงขีดสุด ท่านราชตระกูลหลินก้มมองเศษถ้วยและหยดน้ำชาสีชาดบนพื้น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน การคิดลอบปลงพระชนม์หรือวางยาขุนนางขั้นหนึ่งมีโทษถึงประหารเจ็ดชั่วโคตร!
"จ้าวซื่อ!" เสียงคำรามของผู้นำตระกูลหลินดังลั่นดุจฟ้าผ่า อนุภรรยาจ้าวหน้าซีดเผือดราวกระดาษ นางกรีดร้องเสียงหลงปฏิเสธพัลวัน "ไม่จริง! ไม่ใช่นะเจ้าคะ! นังเด็กนี่มันกุเรื่องขึ้นมาเพื่อทำลายข้า!"
"ทำลายหรือเจ้าคะ?" น้ำเสียงของเฟยหรานเยือกเย็นดั่งน้ำค้างแข็งยามเหมันต์ นางเหยียดยิ้มบางๆ ที่มุมปาก สายตาคมปลาบจับจ้องไปยังร่างที่กำลังล้มลุกคลุกคลานของศัตรู "หากท่านพ่อยังไม่เชื่อ สายลับจากกองทัพอุดรที่ใต้เท้าฉีส่งมาตรวจสอบบัญชีคลังหลวงและตระกูลขุนนาง คงจะเดินทางมาถึงหน้าประตูจวนเราในอีกไม่กี่ลมหายใจนี้แล้วกระมังเจ้าคะ..."
สิ้นคำพูดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับร้อยนายก็ดังขึ้นกึกก้องจากภายนอกจวน พร้อมกับเงาร่างสูงโปรดปรานในชุดเกราะสีดำสนิท ประดับด้วยตราพยัคฆ์แห่งกองทัพเหนือที่ก้าวเข้ามาอย่างองอาจไร้ผู้ต้านทาน บุรุษผู้มีใบหน้าหล่อเหลาดุจเทพเซียนแต่แฝงไว้ด้วยไอสังหารเย็นเยียบปรากฏตัวขึ้นที่ธรณีประตู
ฉีจวินเหยียนกวาดสายตาคมกริบกวาดมองความโกลาหลภายในห้องโถง ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอันตราย ขณะที่ดวงตาคู่นั้นทอดมองตรงมายังหลินเฟยหรานผู้ยืนหยัดอย่างสง่างามท่ามกลางพายุเล่ห์กล
"ดูท่า... เปิ่นหวางจะมาทันชมฉากใหญ่พอดีสินะ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มาบนเส้นทางแห่งการล้างแค้นและหมากกลอันลึกล้ำนี้กับหงส์เพลิงหวนคืนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
กลยุทธ์หมากอาถรรพ์ ล้างแค้นทรราชพลิกชะตาฟ้า•ตอนที่ 3
กรงขังที่ถูกพังทลาย
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลยุทธ์หมากอาถรรพ์ ล้างแค้นทรราชพลิกชะตาฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!